นักวิทย์จุฬาฯ ศึกษาประสิทธิภาพหญ้าแฝกบำบัดน้ำเสีย เผยพันธุ์สงขลา 3 และพันธุ์สุราษฎร์ธานี สามารถเพิ่มค่าออกซิเจนในน้ำเสีย ลดค่าความสกปรกถึง 90% อีกทั้งประสิทธิภาพดีกว่าผักตบชวาผศ.ดร.กนกพร บุญส่ง อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หญ้าแฝกมีประสิทธิภาพบำบัดน้ำเสียดีกว่าผักตบชวา ทั้งยังสามารถควบคุมการเจริญเติบโต ส่วนรากที่ยาวสามารถชอนไชไปดูดสารพิษของเสียได้ดี รวมถึงเป็นกำแพงชะลอความเร็วของน้ำ ส่งผลให้ตะกอนต่างๆ จมลงง่าย หญ้าแฝกยังทนต่อสารพิษและโลหะหนักต่างๆ ได้มากกว่าผักตบชวา
ข้อมูลดังกล่าวได้จากโครงการวิจัยเรื่อง ประสิทธิภาพของหญ้าแฝก ที่ปลูกด้วยเทคนิคแท่นลอยน้ำในการบำบัดน้ำเสียชุมชน โดยมีแนวคิดมาจากโครงการพระราชดำริเกี่ยวกับการศึกษาหญ้าแฝกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำ
ในการวิจัยได้คัดเลือกกลุ่มพันธุ์หญ้าแฝก 6 กลุ่มพันธุ์ เพื่อทดลองในระบบจำลองขนาดเล็ก คือ ปลูกในกระป๋อง โดยใช้แผ่นโฟมเป็นทุ่นลอยน้ำ และใช้น้ำเสียจากอาคารวิทยนิเวศ จุฬาฯ โดยทดสอบประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียเป็นเวลา 2 เดือน พบว่าหญ้าแฝกกลุ่มพันธุ์สงขลา 3 และกลุ่มพันธุ์สุราษฎร์ธานี มีประสิทธิภาพโดดเด่นมากสุด โดยพันธุ์สงขลา 3 เหมาะสำหรับบำบัดน้ำเสียที่ไม่ผ่านการบำบัด หรือปล่อยตรงจากบ้านเรือน ส่วนพันธุ์สุราษฎร์ธานี เหมาะสำหรับการบำบัดน้ำเสียที่ผ่านโรงบำบัดน้ำเสียมาแล้ว ดังนั้น ชุมชนจะต้องพิจารณาว่าน้ำเสียของชุมชนผ่านการบำบัดมาก่อนหรือไม่ สำหรับเลือกพันธุ์หญ้าแฝกให้เหมาะสมก่อนนำไปปลูก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
