คนที่นิยมบริโภคแฮม ฮอตดอก และเบคอน เป็นชีวิตจิตใจ อาจเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปอดสูงกว่าคนทั่วไป เพราะร่างกายได้รับสารดินประสิวที่ใช้ถนอมอาหารในเนื้อสัตว์สะสมงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแพทย์โคลัมเบีย ในนิวยอร์ก ตีพิมพ์ในวารสารแพทย์โรคทางเดินหายใจและผู้ป่วยวิกฤติ ระบุว่า คนที่กินเนื้อที่ผ่านกระบวนการแปรรูปเดือนละ 14 ครั้ง มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคปอดอุดตันเรื้อรังมากกว่าคนที่ไม่นิยมเนื้อประเภทนี้
จากการศึกษากับกลุ่มตัวอย่าง เป็นชาวอเมริกันจำนวน 7,352 คน อายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป ที่ชอบรับประทานเนื้อแปรรูป จำพวกฮอตดอก ไส้กรอก เบคอน แฮม เนื้อเย็น ซึ่งผสมดินประสิว หรือไนไตรท์ เพื่อถนอมอาหารและรักษาสีสันของเนื้อสัตว์ อาจทำให้เนื้อเยื่อปอดเสียหายได้ แต่ผู้วิจัยยอมรับว่า งานวิจัยนี้ยังไม่สามารถฟันธงชัดเจนว่า ไนไตรท์ คือ สาเหตุของโรคปอด และจำเป็นต้องวิจัยเพิ่มถึงจะยืนยันได้
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่เป็นผลให้มีความเสี่ยงเป็นโรคปอดสูงขึ้น เช่น รูปแบบการใช้ชีวิต กินอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นต้น โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษาครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายคนที่มีรายได้ต่ำและสูบบุหรี่ ไม่ค่อยรับประทานผัก ผลไม้ และแหล่งวิตามินอื่น
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลักของโรคปอดยังคงมาจากการสูบบุหรี่ และโรคปอดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสี่ของคนอเมริกัน โดยแต่ละปีเสียชีวิตราว 120,000 ราย
ด้านสถาบันผู้ผลิตเนื้อแห่งสหรัฐ ได้ออกมาตอบโต้งานวิจัยดังกล่าวว่า เป็นการอิงข้อสมมติฐานที่เก่าล้าหลังเกี่ยวกับปริมาณดินประสิวในเนื้อแปรรูป และยืนยันว่า โดยข้อเท็จจริงแล้วเนื้อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ที่ปลอดภัยที่สุดในบรรดาที่จำหน่ายอยู่ในตลาด ดังนั้น งานวิจัยนี้ที่บอกว่า เนื้อแปรรูปมีไนไตรท์สูงนั้นไม่ถูกต้อง และได้รับการตรวจสอบกันมานานแล้วสิบปีแล้วว่า ในเนื้อแปรรูปสำหรับบริโภคมีสารถนอมอาหารไม่ถึง 5%
ก่อนหน้านี้ยังมีงานวิจัยที่ระบุว่า สารไนไตรท์ในเนื้อแปรรูปอาจมีส่วนทำให้เป็นมะเร็ง และเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมาก แต่นักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เห็นหลายครั้งแล้วว่า วิธีการและบทสรุปที่ใช้ในงานวิจัยเหล่านี้ไม่ถูกต้อง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
