ผู้ส่งออกข้าวไทยรวมกลุ่มตั้งบริษัทผลิต ข้าวกล้องงอกกาบาไรซ์ ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของ ม.เกษตรศาสตร์ ร่วมกับประเทศญี่ปุ่น เผยเมล็ดข้าวมีความนุ่ม หอมและรสชาติหวานกว่าข้าวทั่วไป สามารถหุงได้โดยไม่ต้องผสมข้าวขาว เผยเอาใจกลุ่มผู้รักสุขภาพที่นิยมกินข้าวกล้องนายชาญวิทย์ รัตนราศรี ผู้จัดการโครงการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ในสังกัดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์การเกษตรนานาชาติ ประเทศญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จจากการพัฒนาข้าวกล้องงอกกาบา (ข้าวกล้องหอมมะลิงอก) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นคือ สามารถหุงได้เลยโดยไม่ต้องผสมข้าวขาว มีความนุ่มหอมและรสชาติที่หวานกว่าข้าวทั่วไป
ข้าวกล้องงอกกาบา เป็นการนำข้าวกล้องมาผ่านกระบวนการงอก ซึ่งผลที่ได้จากกระบวนการนี้จะช่วยเพิ่มปริมาณสารกาบาในข้าวกล้อง สารดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มโปรตีนที่ช่วยบำรุงเซลล์ประสาท ทั้งยังทำให้สมองเกิดการผ่อนคลายและนอนหลับสบาย จากการศึกษาในหนู พบว่าการกินข้าวกล้องงอกที่มีสารกาบามากกว่าข้าวกล้องปกติ 15 เท่า จะสามารถป้องกันการทำลายสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคสูญเสียความทรงจำ (อัลไซเมอร์)
ดังนั้น ในต่างประเทศได้นำสารกาบามาใช้ในวงการแพทย์ เพื่อการรักษาโรคเกี่ยวกับระบบประสาทต่างๆ เช่น โรควิตกกังวล โรคนอนไม่หลับ โรคลมชัก เป็นต้น ส่วนในประเทศไทยข้าวกล้องงอกกาบา จะวางขายราวเดือนกรกฎาคมนี้ จากนั้นผู้ประกอบการมีแผนที่จะนำสารกาบาไปแปรรูป เป็นอาหารสำเร็จรูปประเภทอื่นต่อไป
นายธนากร จิตตั้งบุญญา ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหาร บริษัท เจียเม้ง จำกัด กล่าวว่า สำนักงานนวัตกรรมสนับสนุนเงินจำนวน 1.63 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการรวม 5.20 ล้านบาท ในการสร้างโรงงานต้นแบบขึ้นใน ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน โดยมีผู้ประกอบการส่งออกข้าวไทย 3 ราย ได้แก่ บริษัท เจียเม้ง จำกัด บริษัท ปทุมไรซ์มิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) และบริษัท ธวัชชัยอินเตอร์ไรซ์ จำกัด ร่วมกันจัดตั้งบริษัทเพื่อผลิตข้าวกล้องงอกกาบา โดยกำลังผลิตอยู่ที่ 500 กิโลกรัมต่อวัน
หลังจากที่นักวิจัยนำข้าวกล้องงอกกาบา ไปทดสอบด้านกายภาพกับกลุ่มแม่บ้านและวัยทำงานที่กินข้าวกล้องเป็นประจำ จำนวน 8 กลุ่ม กลุ่มละ 8-10 คน พบว่า เนื้อข้าวนุ่มเป็นที่น่าพอใจ มีรสหวานเล็กน้อย สามารถหุงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์โดยไม่ต้องผสมกับข้าวอื่น นายธนากร กล่าว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
