กลับมาเจอกันอีกครั้งหลังเทศกาลสงกรานต์ผ่านพ้นไป ผู้อ่านหลาย ๆ ท่านที่ได้หยุดยาวหลายวันคงจะได้ไปเที่ยวพักผ่อนยังต่างจังหวัด หรือกลับบ้านไปเยี่ยมญาติและเล่นสาดน้ำกันอย่างสนุก จนช่วยให้คลายร้อนในช่วงนี้ลงไปได้บ้างสำหรับคอลัมน์เวทีนวัตกรรมนับจากสัปดาห์นี้เป็นต้นไป ก็จะเริ่มเผยแพร่รายละเอียดของโครงงานที่ได้รับรางวัลในการประกวดโครงการ “เดลินิวส์-SCG ประกวดเจ้าความคิด” หัวข้อที่ 6 คือ “นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัย” ที่ได้ตัดสินรางวัลไปแล้วเมื่อช่วงที่ผ่านมา
ซึ่งในวันนี้จะเผยแพร่ผลงานที่ได้ รับรางวัลที่2กับโครงงานที่ชื่อว่า“รถเมล์ความปลอดภัยสูง” ผลงานของน.ส.นิจวรรณ ธีริทธิกุล นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่2คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งหากผู้ที่ติดตามคอลัมน์เวทีนวัตกรรมอยู่ตลอดคงจำได้ว่า น้องนิจวรรณคนนี้เคยส่งโครงงานเข้าประกวดและได้รับรางวัลมาแล้วถึง 2 ครั้ง ถือเป็นน้องเยาวชน ที่มีความคิดที่เก่งใช้ได้ทีเดียวและโครงงานที่ได้รางวัลครั้งนี้ก็เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันที่รถเมล์ หรือรถโดยสารสาธารณะมักจะเกิดอุบัติเหตุจนทำให้ ผู้โดยสารบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก
น้องนิจวรรณ บอกถึงแนวคิดของโครง งานชิ้นนี้ว่า ในปัจจุบันรถประจำทางหรือรถเมล์ เป็นบริการขนส่งมวลชนที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก เพราะมีความสะดวก ประหยัดค่าใช้จ่าย และมีบริการจำนวนหลายเส้นทาง การเดินทางโดยรถเมล์จึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของหลายคน
อย่างไรก็ตามแม้การเดินทางโดยรถเมล์จะได้รับความนิยมจากคนจำนวนมาก แต่ในปัจจุบันเรากลับพบว่า มีอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับ รถเมล์เกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ รวมถึงปัญหาอื่น เช่น ปัญหาอาชญากรรมการจี้ปล้น การถูกลวนลามบน รถเมล์ ฯลฯ ซึ่งจากปัญหาเหล่านี้ทำให้ผู้ใช้บริการรถเมล์จำนวนมากต้องเกิดความกังวลในความปลอดภัย และหันมาใช้รถยนต์ส่วนบุคคลแทนจนก่อให้เกิดปัญหาจราจรตามมา
จากปัญหาดังกล่าวจึงเกิดความคิดที่ว่าทำอย่างไรถึงจะให้ผู้ใช้บริการรถเมล์มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น จึงเกิดแนวคิดที่จะทำโครงงาน “รถเมล์ความปลอดภัยสูง” ขึ้นมาโดยใช้แก้ปัญหา 2 ข้อใหญ่ของรถเมล์ คือ ปัญหาอุบัติเหตุ และปัญหาอาชญากรรม
ทั้งนี้ในส่วนของปัญหาด้านอุบัติเหตุนั้นเมื่อวิเคราะห์ดูสาเหตุหลักเกิดจากพนักงานขับรถ ที่ขับรถด้วยความประมาท จึงได้คิดแก้ปัญหาด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ดังนี้
กล่องบันทึกพฤติกรรมการขับรถ โดยอาศัยหลักการทำงานคล้ายกับกล่องดำบน เครื่องบินซึ่งจะทำการเก็บข้อมูลการขับรถ ของพนักงานที่ทำผิดข้อกำหนด เช่น ขับรถเร็ว เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด การจอดรับ-ส่งผู้โดยสารนอกป้าย ฯลฯ โดยข้อมูลที่ได้นั้นจะนำไปใช้ตักเตือนและลงโทษพนักงานขับรถที่ขับรถ ด้วยความประมาท สำหรับวัสดุที่ใช้ทำก็ไม่จำเป็นต้องมีความแข็งแรงเท่ากล่องดำเพื่อเป็นการ ประหยัดงบประมาณ
SENSOR ใช้สำหรับตรวจจับการขึ้น-ลงของผู้โดยสาร โดยจะติดตั้งไว้บริเวณประตูรถ ซึ่งหากมีผู้โดยสารกำลังขึ้นหรือลง ประตูจะไม่สามารถปิดได้ และจะมีการส่งสัญญาณไปยังแผงควบคุม รถบริเวณด้านหน้าคนขับเพื่อให้ทราบว่ายังมีผู้โดยสารขึ้น-ลงรถอยู่ และเมื่อผู้โดยสารขึ้น-ลงเสร็จเรียบร้อย จนสัญญาณไฟดับลงก็จะสามารถ ปิดประตูและเคลื่อนรถออกไปได้
นอกจากนี้จะยังมีการติด SENSOR ไว้ที่บริเวณด้านข้างนอกตัวรถทางซ้าย เมื่อรถจอดที่ป้ายและพนักงานขับรถกดปุ่มให้ประตูเปิด SENSOR ที่ได้ติดไว้บริเวณด้านนอกตัวรถจะตรวจจับรถที่กำลังวิ่งมาทางซ้าย หากไม่มีรถหรือรถยัง อยู่ไกล ประตูรถเมล์จึงจะเปิดออก ทั้งนี้เพื่อป้องกันผู้โดยสารถูกรถเฉี่ยวชนขณะลงรถ
กล้องตรวจจับภาพบริเวณท้ายรถ และจอมอนิเตอร์ เนื่องจากรถเมล์เป็นรถขนาดใหญ่ การมองหลังเมื่อต้องการถอยรถจึงเป็นเรื่องยาก และต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก หากมีการติดตั้งกล้องจับภาพและส่งภาพมายังจอมอนิเตอร์บริเวณแผงควบคุมของพนักงานขับรถ ซึ่งอุปกรณ์นี้จะทำงานเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง จะสามารถทำให้คนขับมองเห็นว่าไม่มีคนหรือสิ่งอื่น ๆ ขวางอยู่ ทำให้สามารถถอยรถได้อย่างปลอดภัย
สำหรับปัญหาด้านอาชญากรรมบนรถเมล์นั้นส่วนใหญ่เกิดจากมิจฉาชีพที่แฝงตัวมากับ ผู้โดยสาร และกลุ่มนักเรียนที่ชอบยกพวกตีกัน จึงจะติดตั้งปุ่มฉุกเฉินไว้บริเวณต่าง ๆ บนรถเมื่อเกิดเหตุร้ายและเมื่อผู้โดยสารกดปุ่มก็จะมีการส่งสัญญาณฉุกเฉินไปยังป้อมหรือสถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุดเพื่อแจ้งหมายเลขทะเบียนรถและสถานที่เพื่อให้ เจ้าหน้าที่มาสถานที่เกิดเหตุได้ทันที นอกจากนี้จะมีการติดปุ่มขอทางไว้บริเวณประตูทางขึ้นรถเพื่ออำนวยความสะดวกให้พระภิกษุสามเณร สตรีมีครรภ์ คนชราและผู้พิการ โดยไฟสัญญาณบริเวณที่นั่งสำหรับบุคคล เหล่านี้จะติดขึ้นเพื่อให้ผู้โดยสารทั่วไปที่นั่งอยู่ลุกสละที่นั่งให้
ทั้งหมดคือรายละเอียด ของโครงงานที่ได้รับรางวัลที่ 2 โดยคณะกรรมการตัดสินผลงานมีความเห็นว่า โครงงานชิ้นนี้ถือว่ามีแนวความคิดที่ดีเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันที่มักเกิดอุบัติเหตุกับรถโดยสารและรถเมล์บ่อย ๆ ซึ่งหากทางรถเมล์หรือรถโดยสารสามารถนำไปทำได้จริงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้โดยสาร และลดอันตรายจากการเกิดอุบัติเหตุได้มาก
อย่างไรก็ตามสำหรับน้อง ๆ คนอื่นถ้ามีแนวความคิดดี ๆ อย่าเก็บไว้คนเดียวส่งรายละเอียดเข้าร่วมกิจกรรมกับโครงการฯได้ โดยตอนนี้กำลังเปิดรับ โครงงานในหัวข้อที่ 7 คือ “นวัตกรรม เพื่อการประหยัดพลังงาน” ในระหว่าง วันที่ 1 เม.ย.-31 พ.ค. 2550 นี้
สามารถส่งโครงงานหรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสื่อสารองค์กร อาคารสำนักงานใหญ่ 2 ชั้น 1 บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เลขที่ 1 ถนนปูนซิเมนต์ไทย บางซื่อ กรุงเทพฯ 10800 โทร. 0-2586-6612 โทรสาร 0-2586-2974 หรืออีเมลที่ vp2650@hotmail.com และ jirawatj@dailynews.co.th
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
