กรมวิชาการเกษตรพัฒนาชุดตรวจเชื้อไวรัสในกล้วยไม้ หนุนเกษตรกรตรวจสอบคุณภาพด้วยตนเอง เผยใช้ง่าย แสดงผลในรูปแถบสีภายใน 5 นาทีและราคาถูก ระบุแนวโน้มตลาดมีความต้องการสูง เหตุจากนโยบายรัฐประกาศตั้งเป้าส่งออกกล้วยไม้ 1 หมื่นล้านบาทในระยะ 3 ปีนางสุรภี กีรติยะอังกูร นักวิชาการกลุ่มวิจัยโรคพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กล่าวว่า สำนักวิจัยพัฒนาฯ ประสบความสำเร็จจากการพัฒนาชุดตรวจเชื้อไวรัสในกล้วยไม้ (กลิฟท์คิท) และทั้งยังจำหน่ายในราคาถูกให้แก่เกษตรกรและผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมส่งออกกล้วยไม้ โดยมีจุดเด่นที่ใช้งานสะดวก รู้ผลรวดเร็วและแม่นยำ
ไวรัสซีวายเอ็มวี (CyMV) และไวรัสโออาร์เอสวี (ORSV) ตัวการทำให้ลำต้นกล้วยไม้เป็นแผล จึงให้ดอกไม่เต็มที่ ดอกขนาดเล็กลงและมีรอยด่าง ส่วนลำต้นโทรมเร็ว ใบร่วง หากทำให้กล้วยไม้ปลอดไวรัส ก็จะส่งผลให้ดอกกล้วยไม้มีคุณภาพดีขึ้น แม้ในฤดูที่ออกดอกน้อย ดอกที่ได้ก็จะมีคุณภาพ ทั้งยังทำให้อายุของกล้วยไม้ในฟาร์มยาวนานเกิน 3 ปี นางสุรภี กล่าว
กลิฟท์คิท พัฒนาตั้งแต่ปี 2532 จนถึงปีที่ผ่านมาจึงผลิตจำหน่ายอย่างจริงจัง ทำงานโดยใช้หลักทางเซรุ่มวิทยา ประกอบกับการไหลของของเหลวไปกับตัวกลาง (ทองคอร์ไลน์) เพื่อจับกับไวรัสและไหลไปยังเส้นทดสอบ หากพบไวรัสก็จะปรากฏแถบสีแดงขึ้น ทั้งนี้ ชุดตรวจจะใช้เวลาประมาณ 5 นาที จึงแสดงผล ทำให้เกษตรกรทราบผลได้เร็วจากวิธีการเดิมที่ต้องรอนานหลายชั่วโมง
สำหรับราคาของกลิฟท์คิทเพียง 50 บาท ในปีที่ผ่านมาจำหน่ายไป 3,000 ชุด หรือเฉลี่ย 100 ชุดต่อเดือน ส่วนช่วงต้นปี 2550 พบว่าตลาดมีความต้องการเพิ่มขึ้น คาดว่ายอดขายทั้งปีจะมากถึง 5,000 ชุด ร่วมกับโครงการต่อยอดอีก 7,000 ชุด ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเอกชนทั้งไทยและต่างชาติ สนใจสั่งซื้อสำหรับตรวจสอบสินค้าในบริษัท แต่ได้รับการปฏิเสธ เพราะเป้าหมายการพัฒนาชุดตรวจนี้เพื่อประโยชน์ของเกษตรกรโดยตรง
ปัจจุบัน ชุดตรวจสอบเชื้อไวรัสนี้อยู่ระหว่างยื่นจดอนุสิทธิบัตร ในนามกรมวิชาการเกษตร คาดว่าความต้องการใช้ชุดตรวจนี้จะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากนโยบายภาครัฐ ที่ต้องการผลักดันให้อุตสาหกรรมส่งออกกล้วยไม้ไทย สามารถทำเงินเข้าประเทศ 10,000 ล้านบาทในอีก 3 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ กล้วยไม้ส่งออกจะต้องผ่านการตรวจรับรองการปลอดโรค จึงจำเป็นต้องใช้ชุดตรวจโรคต่างๆ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
