คอลัมน์ คุยนอกจอความสำเร็จของ น้องเก๋ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล จอมพลังสาวจากปากน้ำโพ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิคหมาดๆ เป็นเรื่องที่มาถูกจังหวะมาก
คนไทยกำลังเครียด และ ตึง กับปัญหารอบตัวสารพัด มองไปทางไหน อ่านข่าวอะไรก็แทบหาดีไม่เจอ จนกระทั่งมาได้เบรกจากน้องเก๋ช่วยดึงไว้นี่แหละ
ผมว่าเป็นเรื่องน่าชื่นใจที่สุดในรอบปีเลยด้วยซ้ำ
และโดยส่วนตัวของประภาวดีเองก็เป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย
นักยกน้ำหนักไม่เหมือนกีฬาอย่างเทนนิส หรือ ฟุตบอล ที่รูปแบบการซ้อม การแข่งมีสีสันมากกว่า ผลงานหวือหวาอยู่ในกระแสต่อเนื่องมากกว่า ต่างจากกีฬายกลูกเหล็ก ซึ่งจะได้รับความสนใจจริงๆ จังๆ ก็เฉพาะตอนแข่งทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่างโอลิมปิค เอเชี่ยนเกมส์ หรือ ชิงแชมป์โลกเท่านั้น
มิหนำซ้ำการซ้อมก็หนักหน่วง นักกีฬาต้องอุทิศตัวเองสูง อย่างน้องเก๋ เธอต้องเก็บตัวซ้อมเพื่อโอลิมปิคยาวนานถึง 8 ปี ได้กลับบ้านเกิดเพียงแค่ 3 ครั้ง ถ้าไม่รัก ไม่อดทนจริงๆ คงอยู่ลำบากแน่
แล้วไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาจะฮ็อตเหมือนคนอื่นเขา ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล หรือชื่อเก่า จันทร์พิมพ์ กันทะเตียน รอวันของเธอมานานมาก แถมล้มลุกคลุกคลานจนอาจพูดได้ว่า เป็นคนอื่นคงถอดใจเลิกไปแล้ว
4 ปีก่อนถูกตัดจากทีมชุดเอเธนส์เกมส์, ลงแข่งชิงแชมป์โลกเมื่อปีที่แล้ว ก็ซวยสุดข้อศอกหลุดตอนยกท่าสแนทช์ ต้องพักอยู่หลายเดือน
พูดก็พูดเหอะ, ถ้าโอลิมปิคปักกิ่ง เธอเกิดพลาดมือเปล่ากลับบ้าน ก็ไม่รู้จะเอากำลังใจจากไหนมาประคองให้ฮึดต่อได้อีก
น้องเก๋จึงทุ่มสุดตัว สุดท้ายก็ได้รางวัลตอบแทนอย่างคุ้มค่า ซึ่งถือว่าแฟร์แล้ว สำหรับสิ่งที่เธอทุ่มเทลงไป
มันเกี่ยวกับเคล็ดเรื่องเปลี่ยนชื่อไหม? ไม่รู้นะครับ แต่ที่แน่ๆ คือเรื่องที่มองเห็นได้ล้วนมาจากการให้ใจของตัวเก๋เอง รวมทั้ง เจ้าแม่ บุษบา ยอดบางเตย
เจ๊บุษเป็นยิ่งกว่านายกสมาคมยกน้ำหนักฯ เพราะเหมามันแทบทุกบทบาท เป็นทั้งแม่ ทั้งโค้ช เป็นตัวแทนของคนไทยที่อยากเห็นเหรียญทองโอลิมปิค เมื่อความรับผิดชอบอยู่ในมือจึงลุยสุดสุด ทำทุกอย่างเพื่อให้ ลูกๆ นักกีฬามีที่ยืนบนโพเดียมรับเหรียญรางวัล
นักกีฬาไทยที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิคมี 6 คน ครึ่งหนึ่งคือนักยกน้ำหนัก และมีคุณแม่นักสู้ชื่อ บุษบา ยอดบางเตย!
หน้า 30
ข้อมูลจาก มติชน
