ณรงค์ชัยฮีโร่ฟรีคิก หรั่งชมนักเตะไทยดีขึ้น บิ๊กโต้งชี้ต้องปรับเยอะ“ไทย” ย้ำแค้น “อิรัก” ได้ประตูโทนจาก “ณรงค์ชัย” ปั่นฟรีคิกสุดสวย พาทีมคว้าแชมป์ “คิงสคัพ” สำเร็จ “ชาญวิทย์” ปลื้มฟอร์มลูกทีม เล่นดีกว่านัดแรก ขณะที่ “บิ๊กโต้ง” ย้ำยังต้องปรับกันอีกเยอะ เพื่อพร้อมลงเล่น “เวิล์ดคัพ” ส่วน “ตั้ม” พอใจได้ลงเล่น 4 เกม ตั้งเป้ากลับมาติดทีมลงเล่น “บอลโลก” ปีหน้า
ศึกลูกหนังชิงถ้วยพระราชทานคิงสคัพ ครั้งที่ 38 เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน นักเตะทีมชาติไทย ที่รอบแรกชนะ อุซเบกิสถาน 3-2, ชนะ อิรัก 2-1 และ เกาหลีเหนือ 1-0 ลงสนามพบกับ อิรัก ชนะเกาหลีเหนือ 1-0, แพ้ ทีมไทย 1-2 และ ชนะ อุซเบกิสถาน 3-1 โดยทีมไทยส่งผู้เล่น 11 คนแรก ประกอบไปด้วย โกสินทร์ หทัยรัตนกุล (ผู้รักษาประตู), อภิเชษฐ์ พุฒตาล, นิเวส ศิริวงศ์, ปฏิภาณ เพชรพูล, ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์, สุเชาว์ นุชนุ่ม, นิรุจน์ สุระเสียง (กัปตันทีม), ณรงค์ชัย วชิรบาล, พิชิตพงษ์ เฉยฉิว, ศรายุทธ ชัยคำดี และ ธีรเทพ วิโนทัย
เริ่มเกมทีมไทยและอิรัก ต่างเปิดเกมรุกเข้าสู้กัน ไม่เหมือนกันการเจอกันนัดแรก นาทีที่ 2 ซาเลห์ ฮัสซัน อัลคาฟาจิ ลองซัดระยะ 18 หลา แต่ตรงตัว โกสินทร์ นาทีที่ 9 อัลคาฟาจิ มีโอกาสอีกครั้ง โชคดีที่บอลไปตรงตัว โกสินทร์ นาทีที่ 11 พิชิตพงษ์ จ่ายบอลให้ ศรายุทธ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่จังหวะที่ยิงดันถูกกองหลังอิรัก แหย่เท้าไปบังบอลเอาไว้ได้ และจากลูกเตะมุมของ ณรงค์ชัย บอลหลุดมาเข้าทาง พิชิตพงษ์ ได้ยิงเต็มข้อระยะ 25 หลา นายทวาร “ทีมเยือน” รับเข้าซองสบาย
นาทีที่ 15 ณรงค์ชัย ได้จังหวะยิงบอลระยะ 25 หลา แต่นายทวารอิรักยังเซฟเอาไว้ได้ นาทีที่ 37 อิรักได้จังหวะเล่นลูกโต้กลับเร็ว โมอัมเหม็ด คัลดูม จ่ายบอลให้ อัลคาฟาจิ ยิงด้วยซ้าย แต่ โกสินทร์ ปัดบอลออกหลังไปได้ ทีมไทยเลยรอดพ้นการเสียประตูไปอย่างฉิวเฉียด นาทีที่ 42 ศรายุทธ ได้โขกบอลเต็ม ๆ จากลูกเตะมุมของ ณรงค์ชัย แต่บอลมาตรงกรอบ จบครึ่งแรกทีมไทยเลยเสมอกับอิรักอยู่ 0-0
ครึ่งหลัง อิรัก ทำเกมได้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก นาทีที่ 47 อัลคาฟาจิ ได้กระโดดโหม่งคนเดียวโล่งๆ บอลพุ่งเข้าประตู แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ เพราะเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อนแล้ว นาทีที่ 57 นิรุจน์ หาจังหวะยิงระยะ 22 หลา กลางประตู แต่บอลเบาไป นายทวารอิรักเลยรับไว้ง่าย ๆ กระทั่งนาทีที่ 65 ทีมไทยได้ลูกฟรีคิกระยะ 20 หลา ฝั่งขวา ณรงค์ชัย ยิงบอลไซด์อ้อมกำแพง มุมเสียบคานเข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้ทีมไทยขึ้นนำ 1-0 ท่ามกลางเสียงไชโยโห่ร้องของแฟนบอล
นาทีที่ 71 ทีมไทยเปลี่ยน นิเวส ที่เจ็บออก แล้วให้ ณัฐพงษ์ สมณะ ลงไปเล่นแบ๊คซ้าย แล้วให้ ณัฐพร เข้าไปยืนเซ็นเตอร์ นาทีที่ 79 ณัฐพงษ์ เติมขึ้นทางซ้าย ก่อนจะเปิดเข้ากลางให้ ศรายุทธ ขึ้นโขกเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว ช่วงท้ายทีมไทยเปลี่ยน อานนท์ สังสระน้อย และ ธีรศิลป์ แดงดา ลงไปแทน ธีรเทพ และ พิชิตพงษ์ ซึ่งช่วยกันต้านทานอิรักไว้ได้ หมดเวลา 90 นาที ทีมไทยเฉือนเอาชนะอิรัก 1-0 คว้าแชมป์คิงสคัพ ไปครองได้สำเร็จ โดยขึ้นรับถ้วยจาก พล.ร.อ.ชุมพล ปัจจุ สานนท์ องคมนตรี
หลังเกม “โค้ชหรั่ง” ชาญวิทย์ ผลชีวิน หัวหน้าผู้ฝึกสอนนักฟุตบอลทีมชาติไทย กล่าวว่า เกมนัดนี้ ทมไทยเล่นได้ขึ้นกว่าการเจอกันนัดแรก เพราะปรับแทคติกมาสู้เต็มที่ เกมนี้มีโอกาสเข้าทำสวย ๆ หลายครั้ง แต่การเล่นกับทีมชั้นนำของเอเชีย อย่าง อิรัก ไม่ใช่เรื่องง่าย เพียงแต่การจัด 11 ผู้เล่นเกมนี้ ค่อนข้างจะลงตัวมาก และอย่างที่เคยบอก ลูกตั้งเตะในจังหวะต่าง ๆ และลูกฟรีคิกเป็นอาวุธเด็ดของทีมไทย และทำได้จริง ๆ เพราะซ้อมกันมามาก หากได้ตัวหลัก ๆ เช่น ตะวัน ศรีปาน, สุรีย์ สุขะ, ดัสกร ทองเหลา และ สุธี สุขสมกิจ กลับมา คงจะทำให้ทีมไทยแกร่งขึ้นกว่านี้
ขณะที่ “บิ๊กโต้ง” นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ผู้จัดการทีม กล่าวว่า ดีใจมากที่พาทีมเป็นแชมป์ได้ นัดนี้ทีมไทยเล่นได้สูสีกับอิรัก อย่างไรก็ตามเท่าที่ได้พูดคุยกับกลุ่มผู้ฝึกสอน ทำให้รู้ว่า การเตรียมทีมลงแล่นในฟุตบอลโลก ยังมีสิ่งที่จะต้องแก้ไขอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเกมรับที่จะต้องเล่นให้รัดกุม เหนียวแน่นมากกว่าเดิม และจังหวะเข้าทำที่จะต้องใช้โอกาสไม่ให้เปลือง เชื่อว่าทีมชาติชุดใหญ่ของไทย พร้อมแล้วจะเล่นกับคู่แข่งในศึกฟุตบอลโลก
ด้าน “ตั้ม” ณรงค์ชัย วชิรบาล ผู้ซัดประตูชัย กล่าวว่า พอใจมากที่พังประตูพาทีมคว้าแชมป์คิงสคัพ การได้ลงเล่น 4 เกม ทำให้รู้สึกมีความมั่นใจมากขึ้น หลังจากที่เจ็บไปนาน ตอนนี้พร้อมที่จะลงเล่นให้กับทีมไทยอย่างเต็มตัว ขึ้นอยู่กับว่า “โค้ชหรั่ง” จะเลือกใช้หรือไม่เท่านั้น และในปีหน้าอยากจะกลับมาติดทีมชาติ ลงแข่งในฟุตบอลโลกให้ได้.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
