ปัญหาใหญ่ที่ผ่านมาของ สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ที่มักจะถูกหยิบยกมาพูดกันเสมอก็คือ การประสานงานกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ที่ถือว่าเป็นหน่วยงานที่ดูแลสมาคมกีฬาโดยตรง ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันเนืองๆ แม้ว่า กกท.จะพยายามแก้ไขปัญหา ด้วยการจัดผู้ประสานงานไปประจำสมาคมกีฬาแต่ละแห่งมาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้วก็ตาม แต่ปัญหาก็ยังมีให้เห็นเป็นระยะๆหากสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยที่ถือว่าเป็นผู้กำหนดนโยบายการทำงานและควบคุมดูแลนักกีฬาของประเทศ กับ กกท. ที่เป็นผู้กำหนดนโยบายและทิศทางกีฬาของชาติ มีปัญหาเรื่องการประสานงานกัน การพัฒนากีฬาของชาติก็ย่อมต้องมีปัญหาตามมาแน่นอน
นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท.คนใหม่ ที่มีนโยบายหลักในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง จึงได้ริเริ่มโครงการก่อตั้ง ศูนย์กลางการประสานงานและบริการด้านกีฬา เพื่อขจัดปัญหาให้มีน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้
ศูนย์ดังกล่าวไม่ได้จำกัดบทบาทอยู่ที่การแก้ปัญหาของสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยและสมาคมกีฬาจังหวัดเท่านั้น ยังได้มีบทบาทการให้บริการประชาชนเข้าไปด้วย
สถานที่ทำการของศูนย์ถูกกำหนดไว้ที่บริเวณชั้นล่างของอาคาร 1 การกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างจะเริ่มได้อย่างเป็นทางการ เมื่อการก่อสร้างอาคาร 2 ชั้นติดกับอาคาร 1 แล้วเสร็จและย้ายหน่วยงานในพื้นที่ชั้นล่างของอาคาร 1 ไปอยู่ที่อาคารใหม่ 2 ชั้น โดยปัจจุบันการดำเนินการก่อสร้างอาคารใหม่ 2 ชั้นอยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง จะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 6 เดือน
ผู้ว่าการ กกท.กล่าวว่า ศูนย์กลางการประสานงานและบริการด้านกีฬาจะทำให้การประสานงานระหว่าง กกท.กับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยและสมาคมกีฬาจังหวัดรวดเร็วเพราะดำเนินการแบบครบวงจร ปัญหา อุปสรรคใดของสมาคมกีฬากับ กกท.จะได้รับการประสานงานนำไปแก้ไขโดยเร็ว เมื่อมีการแจ้งมายังศูนย์
เมื่อเจ้าหน้าที่รับเรื่องก็จะพิจารณาว่าเกี่ยวข้องกับหน่วยงานไหนของ กกท.จากนั้นจะประสานเพื่อดำเนินการแก้ไขทันที ในกรณีที่ไม่สามารถแก้ด้วยตัวของ กกท.ได้ก็จะเชิญสมาคมกีฬามาหารือเพื่อแก้ไขร่วมกัน ทำให้ระยะเวลาสั้นลงโดยปริยาย เจ้าหน้าที่ที่จะเข้าทำหน้าที่จะต้องมีจิตใจรักในงานบริการ โดยมีผู้อำนวยการศูนย์คอยกำกับดูแล ตัวผู้อำนวยการศูนย์จะต้องมีความรอบรู้เกี่ยวกับงานของ กกท.ทุกด้าน เนื่องจากต้องดูปัญหาและส่งไปยังหน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้องของ กกท.ให้เร่งแก้ไข
สำหรับที่ทำการศูนย์กลางการประสานงานและบริการด้านกีฬาจะประกอบไปด้วยห้องแถลงข่าว,ห้องสื่อมวลชนและศูนย์ข่าวสารด้านการกีฬา เป็นที่ทำการที่ทันสมัยพร้อมด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
กกท.มีสโลแกนว่า คิดถึงกีฬาคิดถึง กกท. ดังนั้น ผมจึงไม่ได้ก่อตั้งศูนย์กลางการประสานงานและบริการด้านกีฬาเพียงแค่ไว้แก้ปัญการประสานงานระหว่างสมาคมกีฬากับ กกท.เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการให้บริการด้านข้อมูลข่าวสารด้านกีฬาให้กับประชาชนทั่วไปด้วย เมื่อศูนย์กลางการประสานงานและบริการด้านกีฬาเปิดทำการ ไม่เพียงแต่เฉพาะสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยหรือสมาคมกีฬาจังหวัดเท่านั้นที่จะเข้ามาใช้บริการ แต่ประชาชนทั่วไปก็สามารถเข้ามาใช้บริการสอบถามข้อมูลด้านกีฬาได้ด้วยเช่นกัน ผู้ว่าการ กกท.กล่าวอย่างมั่นใจ
คอยลุ้นกันต่อไปว่า ศูนย์ที่ว่าจะแก้ปัญหาได้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่?
หน้า 23
ข้อมูลจาก มติชน
