คอลัมน์ คุยนอกจอโดย เอกราช เก่งทุกทาง
อลัน พาร์ดิว
ช่วงนี้แทบเลือกไม่ถูกนะครับว่า จะเขียนถึงการลุ้นแชมป์ หรือหนีตกชั้น เพราะมันสนุกสูสีทั้งคู่ แต่สุดท้ายก็ติดใจเอาอย่างหลังก่อนดีกว่า
ส่วนหนึ่งคือ ผมชักเบื่อแมนฯยูกับเชลซี ไม่รู้มันจะทรมานจิตใจคนดูไปถึงไหน ไล่บี้ ไล่ตอดกันอยู่นั่นแหละ ไม่ยักกะมีทีมไหนฟอร์มหลุดพลาดติดๆ กันซะที
บอลแบบนี้จะว่าตื่นเต้น เร้าใจก็ใช่ แต่อีกแง่ก็เครียดอยู่ลึกๆ โดยเฉพาะยิ่งใกล้ถึงเส้นชัยเดือนหน้าแล้วด้วย ยังมองไม่ออกเลยว่าใครจะเป็นแชมป์
ลึกๆ แล้วผมเชื่อว่า ปีศาจแดงไม่น่าจะม้าตาย แต่พอเห็นเชลซีบุกไปถลุงเวสต์แฮมถึง 4-1 ช่วงกลางสัปดาห์ก็ลังเลขึ้นมาอีก
เห็นไหมครับว่ามันเครียดชะมัด
ส่วนพวกหนีตกชั้นก็ดูยากพอๆ กัน เพียงแต่เริ่มเห็นแววชัดขึ้นว่า เวสต์แฮม คงต้องยอมรับชะตากรรมตกชั้นไปกับ วัตฟอร์ด ถึงแม้จะยังมีโอกาสลุ้นและ อลัน เคอร์บิชลี่ย์ กุนซือก็ยังไม่ยอมแพ้ แต่ดูอาการแล้วขุนค้อนร่อแร่จวนหมดสภาพเต็มที
สุดท้ายคงเหลือแค่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด กับ ชาร์ลตัน แย่งโควต้าผู้รอดตายทีมสุดท้ายกันเอาเอง
ดาร์เรน เบนท์
เสาร์นี้ทั้งสองทีมดันมีคิวเจอกันที่เดอะวาลลีย์เสียด้วย
ชาร์ลตันเจ้าบ้านอันดับอยู่ที่สามจากท้ายมี 32 คะแนน ส่วนเชฟฟิลด์ที่สี่จากท้าย คะแนนมากกว่าสองแต้ม เกมนี้จึงสำคัญสุดสุดและอาจตัดสินกลายๆ ว่าใครจะอยู่ใครจะไปกันแน่
คู่นี้เล่นคล้ายๆ กันนะครับ ชาร์ลตันหลังจากได้ อลัน พาร์ดิว เข้าคุมก็เน้นลูกหนักกับบอลโยนยาวมากขึ้น ซึ่งนั่นก็เป็นทีเด็ดของเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เหมือนกัน แต่หากมองให้ลึกลงไป จะเห็นว่าเกมของชาร์ลตันมีลูกจุกจิก มีความเหนือชั้นมากกว่านิดหน่อย โดยเฉพาะจาก ดาร์เรน เบนท์ ที่ทีมฝากความหวังไว้เต็มๆ
ทีมเจ้าบ้านยังได้เครดิตจากฟอร์มช่วงหลังที่น่าเชื่อถือกว่า 7 นัดหลังสุดชาร์ลตันมีแพ้เอฟเวอร์ตันเกมเดียว ตรงข้ามกับเชฟฟิลด์ซึ่ง 7 นัดหลังชนะได้แค่เวสต์แฮม แต่แพ้ไปถึง 5 นัด
ยังไงก็เถอะ เกมซีเรียสแบบนี้ วัดกันที่ใจกับความนิ่งด้วย ชาร์ลตันเองเท่าที่เห็น มีหลายหนเล่นดีแต่เกร็งเกินไปจนจังหวะสุดท้ายไม่เฉียบขาด ยิงนกตกปลาซะมาก แล้วเกมวันเสาร์ตัวเองก็กดดันกว่า จึงน่าห่วงอยู่เหมือนกันว่าจะโดนโรคเครียดเล่นงานเข้าให้อีก
ผมเชื่อว่ารูปเกมดูไม่ยาก ขึ้นอยู่กับชาร์ลตันบุกแล้วจะเจาะเข้าไหม ขณะที่เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ขอแค่ยันเสมอ คว้า 1 แต้มกลับบ้านก็ถือว่าประสบความสำเร็จ
แต่มันคงเป็นแมตช์ที่ระทึกใจมาก กว่าจะจบก็เหนื่อยทั้งคนดู คนเล่นแหงๆ
สำหรับคู่ลุ้นแชมป์ แมนฯยู กับ เชลซี ไม่น่ามีอะไรเซอร์ไพรส์นะครับ เพราะเจอคู่แข่งที่ไม่หนักหนาพอกัน
ปีศาจแดงรออัดมิดเดิ้ลสโบรช์ในบ้าน ส่วนเชลซีไปเยือนนิวคาสเซิล เห็นแล้วแชมป์เก่าอาจเหนื่อยกว่า แต่ฟอร์มตอนนี้มันเตลิดไปไกลแล้ว ใครก็หยุดลำบาก
จนกว่าจะถึงคิวเจอกันเอง นัดรองสุดท้ายนั่นแหละ ค่อยมาว่ากันอีกที
โปรแกรมแข่งขันพรีเมียร์ชิพ วันเสาร์ที่ 21 เมษายน โบลตัน-เรดดิ้ง ชาร์ลตัน-เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ฟูแล่ม-แบล๊คเบิร์น ลิเวอร์พูล-วีแกน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด-มิดเดิ้ลสโบรช์ สเปอร์ส-อาร์เซน่อล วัตฟอร์ด-แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เวสต์แฮม-เอฟเวอร์ตัน วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน แอสตัน วิลล่า-ปอร์ทสมัธ นิวคาสเซิล-เชลซี
โปรแกรมถ่ายทอดสดทรูวิชั่นส์ วันเสาร์ที่ 21 เมษายน (คืนวันเสาร์) เวลา 18.40 น. สเปอร์ส-อาร์เซน่อล (อีเอสพีเอ็น) เวลา 20.30 น. สตุ๊ตการ์ท-บาเยิร์น มิวนิก (ซุปเปอร์สปอร์ต แอคชั่น) เวลา 21.00 น. ชาร์ลตัน-เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (อีเอสพีเอ็น) ลิเวอร์พูล-วีแกน (สตาร์สปอร์ต) โบลตัน-เรดดิ้ง (สปอร์ตพลัส) เวลา 23.10 น. แมนฯยู-มิดเดิ้ลสโบรช์ (สตาร์สปอร์ต) เวลา 01.30 น. เอซี มิลาน-กายารี่ (สปอร์ตพลัส) เวลา 03.00 น. รีล มาดริด-บาเลนเซีย (ซุปเปอร์สปอร์ต)
วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน (คืนวันอาทิตย์) เวลา 19.25 น. นิวคาสเซิล-เชลซี (อีเอสพีเอ็น) เวลา 20.00 น. อตาลันต้า-โรม่า (สปอร์ตพลัส) เซียน่า-อินเตอร์ มิลาน (ซุปเปอร์สปอร์ต แอคชั่น) เวลา 22.00 น. รีล ซาราโกซ่า-เซลต้า บีโก้ (ซุปเปอร์สปอร์ต) แอสตัน วิลล่า-ปอร์ทสมัธ (อีเอสพีเอ็น) เวลา 24.00 น. เซบีญ่า-แอธเลติค บิลเบา (สปอร์ตพลัส) เวลา 01.30 น. ปาแลร์โม่-ปาร์ม่า (ซุปเปอร์สปอร์ต) เวลา 02.00 น. บียาร์รีล-บาร์เซโลน่า (สปอร์ตพลัส)
หน้า 22
ข้อมูลจาก มติชน
