เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ลือชา วนรัตน์ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกันแถลงข่าว ว่า ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับองค์การเภสัชกรรม สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) มูลนิธิสุขภาพไทย มูลนิธิหมอชาวบ้าน มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และมูลนิธิส่งเสริมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จัดงาน มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 3-7 กันยายน นี้ ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้ถึงคุณค่าสมุนไพรไทย การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก ซึ่งมีศักยภาพช่วยแก้ปัญหาสุขภาพคนไทยได้หลายเรื่องนายวิชาญกล่าวว่า ปีนี้กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายพัฒนาอาคารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เดิมที่ยศเส เขตป้อมปราบฯ ให้เป็นสถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยและอาโรคยาศาลเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเป็นโชว์รูมผลิตภัณฑ์สมุนไพรระดับแชมเปี้ยนของไทย เช่น ขมิ้นชัน ว่านหางจระเข้ ลูกประคบ ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้เยี่ยมชม ทำให้สรรพคุณสมุนไพรติดตลาดเร็วขึ้น และที่น่ายินดีคือ ในการแข่งขันโอลิมปิก ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 8-24 สิงหาคม 2551 ประเทศจีนซึ่งเป็นเจ้าภาพ ได้สั่งลูกประคบซึ่งเป็นภูมิปัญญาไทยตั้งแต่อดีต มาประคบส่วนต่างๆ ของร่างกายควบคู่กับการนวดแบบไทย ไปให้บริการนวดนักกีฬาจำนวน 2,000,000 ลูกด้วย
นพ.ลือชากล่าวว่า ลูกประคบไทยประกอบด้วยสมุนไพรสารพัดประโยชน์ 9 ชนิด ได้แก่ เหง้าไพล แก้ปวดเมื่อย ลดการอักเสบ ผิวมะกรูด มีน้ำมันหอมระเหยแก้ลมวิงเวียน ตะไคร้ มีกลิ่นหอมสดชื่น ใบมะขาม แก้อาการคันตามร่างกาย ช่วยบำรุงผิว ขมิ้นชัน ช่วยลดอาการอักเสบ แก้โรคผิวหนัง ใบส้มป่อย ช่วยบำรุงผิว แก้โรคผิวหนัง ลดความดันโลหิต เกลือแกง ช่วยดูดความร้อนและพาตัวยาซึมผ่านผิวหนังได้สะดวกขึ้น การบูร บำรุงหัวใจ แก้พุพอง และพิมเสน ช่วยบำรุงหัวใจ แก้หวัด สำหรับการปลูกสมุนไพรเหล่านี้ ถ้าเกษตรกรสามารถควบคุมวิธีปลูกและแปรรูปได้ตามมาตรฐาน การผลิตที่ดี (GMP) อนาคตจะมีตลาดรองรับมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม เพราะจะลดการนำเข้ายาบางประเภทและสามารถส่งออกได้ด้วย
ทั้งนี้ การจัดงานมหกรรมสมุนไพรปีนี้ มี 4 ส่วนใหญ่ ได้แก่ การประชุมวิชาการ การวิจัย นวัตกรรมด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก การประชุมวิชาการกับนานาชาติ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร และลานวัฒนธรรม-ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งปีนี้จะชูประเด็น ข้าวไทย ชีวิตไทยและชีวิตโลกพร้อมเสวนาวิชาการพิเศษเนื่องในโอกาสครบ 200 ปี วันคล้ายวันประสูติพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท ซึ่งทรงเป็นนักปราชญ์ที่องค์การยูเนสโกยกย่องและทรงเป็นเจ้ากรมแพทย์แผนไทยที่มีชื่อเสียงในสมัยรัชกาลที่ 3 ด้วย
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
