ยอดคุณแม่วัย 89ปีแม้ตัวเองป่วยลำไส้อุดตันถ่ายอุจาระหน้าท้องมากว่า 20 ปีอาชีพเหลาไม้ปิ้งไก่ - เสียบลูกชิ้นขายตกงานหลังเกิดโรงงานทำแข่ง สุดอนาถต้องรับภาระเลี้ยงลูกชายพิการทางสมอง หัวโตมาแต่กำเนิดเมื่อเวลา 12.00 วันนี้ 4 ส.ค. 51 หลังจากผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งข่าวจากนายเฉลิม เกียรติบรรจง นักจัดรายการวิทยุชุมชน พบยอดคุณแม่ชราภาพอายุ 89ปีเลี้ยงดูลูกชายที่พิการทางสมอง มีสภาพหัวโตตาบอด 1ข้างมาแต่กำเนิดและขณะนี้เป็นอัมพาตตามลำพังขณะนี้กำลังตกงานเนื่องจากโรงงานอุตสาหกรรมแย่งอาชีพเหกลาไม้ปิ้งไก่ ไม้เสียบลูกชิ้นไม่มีคนรับซื้อ ต่อมาได้มีนายซินฮั้ว แซ่ม๊ก ตัวแทนบริษัทหนังสือพิมพ์สากลจำกัดติดต่อมอบเงินจำนวน 19,000 บาท เพื่อบริจาคมอบให้สุดยอดแม่
ผู้สื่อข่าวได้ประสานงานกับนายพิภพ โตขำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านปากแพรก นายประดิษฐ์ นวเพ็ชร อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์ ( ส.อบต.) และ นายสามารถ แก้วโสนด ประธานประชาคมหมู่บ้านปากแพรก หมู่ 3 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี นำเงินดังกล่าวเพื่อไปมอบให้ตามวัตถุประสงค์ แยกจากถนนหน้าโรงงานแพนเวย์มาตามทางลูกรังประมาณ 4 กม.เศษเป็นบ้านไม้เดี๋ยวชั้นเดียวยกสูงจากพื้นเกือบ 2 เมตรฝาบ้านตีด้วยไม้แผ่นพอกันแดดกันลมแต่ฝนสาดเข้าได้ ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำปราจีนบุรี พบ 2 แม่ลูกอาศัยตามลำพัง 2 คน ทราบชื่อคือนางนาค ปองชัย อายุ 89 ปีเลขที่ 8/1 หมู่ 3 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และบุตรชายที่พิการทางสมอง พร้อมหัวศรีษะโตผิดขนาดต่างจากคนปกติทั่วไปเกือบ 1เท่าตัว ตาขวาบอดและเป็นอัมพาต มีผู้เป็นแม่คอยบีปนวดคลายเส้นไม่ให้ยึดอยู่ข้าง ๆ
นางนาค กล่าวว่า มีลูกรวมทั้งหมด 6 คน ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว 3 คน เหลือ 3 คน ลูกชายที่พิการนี้เป็นลูกคนสุดท้อง อยู่กับดิฉันตามลำพัง ส่วนลูกที่เหลืออีก 2 คนแยกย้ายไปทำมาหากินที่ จ.ลพบุรีและ จ.สระแก้วเนื่องจากฐานะยากจน สามีนั้นเสียชีวิตตั้งแต่ลูกคนเล็กอายุได้ 11เดือน
ที่ผ่านมาหลังสามีเสียชีวิตได้รับจ้างทำนา รับจ้างทั่วไปล่าสุดอายุมากทำงานหนักไม่ไหวได้รับจ้างเหลาไม้ปิ้งไก่ ไม้เสียบลูกชิ้นส่งแม่ค้าในตลาดแต่ภายหลังมีโรงงานอุตสาหกรรมทำไม้ลูกชิ้น ไม้ปิ้งไก่ส่งมาขายแม่ค้าจึงไม่รับซื้อได้หมดอาชีพอาศัยได้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ได้รับเดือนละ 500 บาท โดยจะมีกำหนดออก 6 เดือน / ครั้งเลี้ยงลูกและชีวิตตัวเองปะทังอยู่รอด พร้อม ๆ กับความเมตตาที่เพื่อนบ้านหยิบยื่นให้ด้วยความสงสารเวทนา
ทั้งนี้นอกจากลูกชายที่พิการแล้วดิฉันเองยังป่วยด้วยโรคลำไส้อุดตันผ่าตัดทางหน้าท้องในการถ่ายอุจจาระทางสายโดยป่วยมาระยะกว่า 20 ปี พร้อมโรคความดันโลหิตสูง ส่วนลูกชายปัจจุบันอายุ 58ปี พิการมาแต่กำเนิด โดยเกิดมาที่ศรีษะจับกดดูอ่อนยุบคล้ายมีน้ำอยู่ ต่อมาภายหลังได้โตขึ้น ๆ เป็นคนหัวโตผิดปกติจากคนทั่วไป เวลานั่ง ยืนล้มลงตลอดจนถึงอายุ 4 ขวบ มีอาการพิการทางสมองพร้อมกับตาขวาบอดพิการไม่มีดวงตามาแต่กำเนิด ล่าสุดก่อนหน้านี้ 3 เดือนลูกชายได้ป่วยและเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ ดิฉันต้องรับภาระแบกใส่หลังพาเข้าห้องน้ำ เช็ดปัสสาวะ คอยดูแลบีบนวดไม่ให้เส้นยึดตายและนำไม้ไผ่มาตีเป็นราวเกาะให้ลูกชายหัดเดินนางนาคกล่าว
และกล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาไม่เคยพาลูกชายไปหาหมอรักษาอาการเนื่องจากฐานะยากจนต้องดิ้นรนเลี้ยงลูก ๆ มีเพียงหมอสถานีอนามัยที่แวะเวียนมาดูอาการดิฉันและลูกชายบ้าง เป็นห่วงลูกชายว่าหากดิฉันเสียชีวิตก่อนแล้วเขาจะอยู่อย่างไร กับใครทุกวันนี้อยากให้ลูกชายหายจากอัมพาตและพอเดินได้บ้างเป็นสิ่งที่คนเป็นแม่เป็นห่วง แม้ทุกวันนี้จะมีเพื่อนบ้านแวะเวียนมาดูแลบ้างแต่ทุกคนต่างดิ้นรนทำมาหากินกัน ขอขอบพระคุณผู้มีน้ำใจช่วยเหลือที่เข้ามาดูแลช่วยเหลือ นางนาคกล่าวในที่สุด