ผศ.นพ.นรัตถพล เจริญพันธุ์ ภาควิชาสรีรวิทยา และเครือข่ายวิจัยด้านแคลเซียมและกระดูก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ทีมวิจัยได้ทำการศึกษากลไกการดูดซึมแคลเซียมในลำไส้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกินอาหารและยาเสริมแคลเซียม ซึ่งมีประโยชน์ชะลอการเสื่อมสลายของมวลกระดูกในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน ผู้ป่วยภาวะเลือดเป็นกรดเรื้อรัง และสตรีที่เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ ทั้งนี้ ข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า แม้จะกินอาหารมีแคลเซียมสูง เช่น นม หรือกินอาหารเสริมแคลเซียม แต่ลำไส้กลับดูดซึมแคลเซียมได้เพียงร้อยละ 20 เท่านั้นผศ.นพ.นรัตถพลกล่าวว่า จากการทดลองในห้องปฏิบัติการและระดับสัตว์ทดลอง เบื้องต้นพบว่า หากกินอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่มีน้ำตาลกลูโคสสูง หรืออาหารที่มีกรดอะมิโนในปริมาณที่พอเหมาะ จะทำให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมได้สูงกว่ากินอาหารทั่วไปถึง 1 เท่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทีมวิจัยยังไม่สามารถระบุได้ว่าต้องกินอาหารที่มีกลูโคส หรือกรดอะมิโนสูงในปริมาณเท่าใดจึงจะเหมาะสมต่อร่างกาย
การศึกษาขั้นต่อไปจึงจำเป็นต้องศึกษาปริมาณแคลเซียมให้เหมาะสมในแต่ละบุคคล ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน ผู้ป่วยภาวะเลือดเป็นกรดเรื้อรัง และผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะหากกินอาหารที่มีกลูโคสมากเกินไปอาจได้รับอันตรายได้ ที่สำคัญต้องศึกษาความปลอดภัยจากปริมาณแคลเซียมที่ได้รับด้วย คาดว่าภายใน 1-2 ปี จะสรุปผลการศึกษาได้ ผศ.นพ.นรัตถพลกล่าว
จากผลการศึกษานี้ มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มอบรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี 2551 ให้ ผศ.นพ.นรัตถพล ซึ่งจะเข้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 11 สิงหาคม ที่งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม ไบเทค (กรอบบ่าย)
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
