ตามที่บริษัท คอสโมทราส ประเทศรัสเซีย ซึ่งรับผิดชอบในการปล่อยดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ (ธีออส) ดาวแรกของประเทศไทย ปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรในอวกาศล่าช้า เนื่องจากประเทศอุซเบกิสถานไม่ยินยอมให้เศษชิ้นส่วนดาวเทียมตกในพื้นที่ ภายหลังจากปล่อยดาวเทียมที่ฐานปล่อยจรวดศูนย์อวกาศยัชนี กระทั่งต้องมีการเจรจากับประเทศคาซัคสถาน แทนและได้ข้อยุติว่าจะปล่อยดาวเทียมธีออสภายในเดือนสิงหาคมนางดาราศรี ดาวเรือง รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ.เปิดเผยว่า ความล่าช้าดังกล่าวจำเป็นต้องมีผู้รับผิดชอบ ล่าสุดจึงได้ส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ตีความสัญญาฉบับที่รัฐบาลไทยได้ลงนามไว้กับบริษัท แอสเตรียม เอส.เอ.เอส. ประเทศฝรั่งเศส ในฐานะคู่สัญญา
เนื่องจากตามสัญญาที่รัฐบาลไทยได้ลงนามร่วมกับบริษัท แอสเตรียมฯระบุชัดว่า หากคู่สัญญาไม่สามารถดำเนินการปล่อยดาวเทียมธีออสได้ภายในวันที่ 19 มกราคม 2551 ซึ่งรวมเวลากรณีเกิดเหตุขัดข้องแล้ว จำเป็นต้องจ่ายค่าปรับวันละร้อยละ 0.01 ของมูลค่าโครงการ หรือประมาณ 6 แสนบาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนเงินยูโร) ยกเว้นกรณีดังกล่าวเกิดจากเหตุสุดวิสัย ดังนั้น จึงต้องส่งเรื่องนี้ให้ อสส.ตีความว่า กรณีนี้เกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือไม่ นางดาราศรีกล่าว และว่า หากเป็นเหตุสุดวิสัยก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าปรับใดๆ แต่หาก อสส.พิจารณาแล้วว่าบริษัทคู่สัญญาจำเป็นต้องจ่ายค่าปรับให้กับประเทศไทย บริษัท แอสเตรียมฯก็ต้องดำเนินการตามคำวินิจฉัยทันที แม้ว่าข้อเท็จจริงบริษัท แอสเตรียมฯจะไม่ได้ทำหน้าที่ปล่อยดาวเทียมธีออสก็ตาม แต่ถือเป็นบริษัทคู่สัญญากับรัฐบาลไทย จึงต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย โดยจะต้องไปเรียกเก็บค่าเสียหายจากบริษัท คอสโมทราส นางดาราศรีกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ปัญหาการเลื่อนส่งดาวเทียมเป็นเรื่องระหว่างประเทศ อาจเข้าข่ายกรณีสุดวิสัยก็ได้ จึงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน สำหรับกำหนดการปล่อยดาวเทียมธีออสนั้น เบื้องต้นกำหนดวันที่ 6 สิงหาคม แต่ล่าสุดได้รับแจ้งว่าอาจต้องเลื่อนไปอีก 1 สัปดาห์ แต่ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ดังนั้น ในวันที่ 4 สิงหาคม จะเดินทางไปที่ฐานปล่อยจรวดศูนย์อวกาศยัชนี เพื่อขอทราบข้อเท็จจริง
หน้า 5
ข้อมูลจาก มติชน
