นายปรีชา เจี๊ยบหยู ประธานศูนย์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านลมทวน อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ให้สัมภาษณ์ว่า ชาวบ้านที่อยู่ชายฝั่งแม่น้ำแม่กลอง โดยเฉพาะที่บริเวณแหลมลมทวน อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม มีปริมาณปลาตีนลดน้อยลงเรื่อยๆ สาเหตุเกิดจากระบบนิเวศชายฝั่งแม่น้ำเปลี่ยนแปลงไป ชายฝั่งถูกทำลายจากคลื่นเรือหางยาวที่ขับมาด้วยความเร็ว และถี่มากขึ้นเรื่อยๆ ต้นไม้ริมฝั่ง ได้แก่ ต้นลำพู แสม และโกงกาง ล้มตาย ปริมาณปลาตีนที่เคยมีชุกชุมเริ่มบางตาลงนอกจากนี้ ยังพบว่าบริเวณปากแม่น้ำ มีปัญหาน้ำจืดหนุนเข้ามามากเกินไป ทำให้น้ำที่ปกติเป็นน้ำกร่อยออกไปทางเค็ม ลดปริมาณความเค็มลง สัตว์น้ำที่ต้องการความเค็มเพื่อดำรงชีวิต โดยเฉพาะหอยแลงภู่ ที่ชาวบ้านเลี้ยงเอาไว้ รวมทั้งในธรรมชาติตายไปจำนวนมาก นายปรีชากล่าว และว่า สาเหตุที่ทำให้น้ำทะเลบริเวณปากแม่น้ำแหลมลมทวนไม่เค็มเท่าที่ควรเหมือนที่ผ่านมา คาดว่าน่าจะเป็นเพราะมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์มาก เพราะเหนือเขื่อนมีฝนตก และเขื่อนรับน้ำเอาไว้มาก หากไม่ปล่อยน้ำออก เขื่อนจะเสียหาย แต่เมื่อปล่อยน้ำมาก น้ำทะเลหนุนเข้ามาไม่ถึง น้ำในบริเวณนี้จึงไม่เค็มเท่าที่ควร แต่ยังไม่มีหน่วยงานใด เข้ามาแก้ปัญหานี้ให้ชาวบ้าน
ด้านนางเยื้อน เพ็งศิริสุข อายุ 79 ปี ชาวบ้านแหลมลมทวน กล่าวว่า มีเพื่อนบ้านที่มีอาชีพหาและเลี้ยงหอยแมลงภู่บ่นให้ฟังหลายคนว่า ปีนี้น้ำทะเลจืด หอยแมลงภู่ตายไปจำนวนมาก
ปากแม่น้ำจะมีน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม จะมีช่วงเวลาของมัน ช่วงนี้น้ำทะเลหนุนสูงมันจะเค็ม หรือบางทีก็กร่อย แต่ตอนนี้ พวกก็บ่นกันว่า ไม่แม้กระทั่งกร่อย ยิ่งบางวันจืดสนิท เขาว่า เพราะข้างบนเปิดประตูเขื่อน ปล่อยน้ำลงมา อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยคนเลี้ยงหอย สงสารเขา น้ำจืดหอยตายหมด นางเยื้อน กล่าว (กรอบบ่าย)
หน้า 5
ข้อมูลจาก มติชน
