คอลัมน์ พบแพทย์จุฬาโดย ผศ.พญ.งามจิตต์ เกษตรสุวรรณ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เลสิกเป็นการผ่าตัดภายนอกลูกตา โดยเปิดฝากระจกตาด้วยเครื่องฝานกระจกตา แล้วใช้ เอ็กไซม์เมอร์เลเซอร์หรือเลเซอร์เย็นยิงลงไปที่กระจกตาส่วนล่างเพื่อปรับความโค้ง ซึ่งได้ผลดีกว่าการใช้ใบมีด
จักษุแพทย์จะคัดกรองผู้ที่มีสายตาผิดปกติที่ต้องการผ่าตัดแก้ไขด้วยวิธี LASIK โดยพิจารณาจากอายุ อาชีพ โรคประจำตัว และโรคทางตาที่อาจมีผลต่อการสมานแผลและการติดเชื้อ เช่น โรคเอส แอล อี โรคติดเชื้อไวรัสที่กระจกตา ภาวะตาแห้ง เป็นต้น
การผ่าตัดโดยวิธี LASIK ดังนี้
ขั้นที่ 1 เปิดฝากระจกตาด้วยเครื่องฝานกระจกตา
ขั้นที่ 2 ฉายแสงเลเซอร์ตามระดับสายตาของผู้ป่วย
ขั้นที่ 3 ปิดฝากระจกตาและจัดให้เข้าที่
หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจำเป็นที่จะต้องหยอดยาปฏิชีวนะ และยาลดการอักเสบ ประมาณ 1 สัปดาห์ หยอดน้ำตาเทียมเพื่อให้ผิวกระจกตาชุ่มชื้น แนะนำให้ใช้ที่ครอบตาในเวลาเข้านอน ไม่ควรขยี้ตาและไม่ควรให้น้ำเข้าตาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ หลังผ่าตัดผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจติดตามทันที และตรวจครั้งต่อไปในวันรุ่งขึ้น 1 สัปดาห์ และในเดือนที่ 1 3 6 และ 12 ตามลำดับ
ผลการรักษา
โดยทั่วไปผู้ป่วยมักไม่รู้สึกเจ็บปวด อาจรู้สึกไม่สบายตาเพียงเล็กน้อย และการมองเห็นมักจะดีขึ้นในวันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ผลการรักษามีความหลากหลายขึ้นกับเทคนิคการผ่าตัด ระดับของสายตาที่ผิดปกติ การดูแลรักษาหลังผ่าตัด เป็นต้น สำหรับภาวะแทรกซ้อนอาจเกิดปัญหาผิวกระจกตาถลอกในคนที่มีปัญหาหรือโรคผิวกระจกตาอยู่ก่อน ภาวะตาแห้งและความรู้สึกที่กระจกตาลดลงซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยหลังการผ่าตัด
โดยสรุป ในปัจจุบัน LASIK เป็นที่นิยมมากสำหรับการผ่าตัดแก้ไขสายตาผิดปกติ ทั้งภาวะสายตาสั้น สายตายาวและสายตาเอียง ทั้งนี้ เพราะประสิทธิภาพทีดี ความปลอดภัยค่อนข้างสูง เป็นการผ่าตัดภายนอกลูกตา ไม่เจ็บปวดและการฟื้นตัวหลังการผ่าตัดเร็ว
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
