รศ.ดร.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กล่าวว่า ในเดือนสิงหาคมนี้จะมีปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่น่าจับตามอง โดยในวันที่ 1 สิงหาคม 2551 จะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง แต่ประเทศไทยจะเห็นเพียงบางส่วน โดยภาคเหนือตอนบนจะเห็นปรากฏการณ์ได้ยาวนานที่สุด เพราะดวงอาทิตย์จะถูกบดบังคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 62.3 ขณะที่ภูมิภาคอื่นๆ จะเห็นในเวลาที่แตกต่างกัน อาทิ กรุงเทพฯ เริ่มเวลา 18.02 น. ดวงอาทิตย์ถูกบังเต็มที่ขณะดวงอาทิตย์ตกด้วยสัดส่วนร้อยละ 54 ของเส้นผ่านศูนย์กลาง และสิ้นสุดเหตุการณ์ในเวลา 19.33 น.แต่ดวงอาทิตย์จะตกลับขอบฟ้าตั้งแต่เวลา 18.46 น. ทำให้ไม่สามารถติดตามจนจบเหตุการณ์ได้ทั้งนี้ ปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนไม่สามารถชมได้ด้วยตาเปล่าต้องใช้แผ่นกรองแสงสำหรับดูดวงอาทิตย์ หรือแผ่นกรองแสงสำหรับช่างเชื่อมโลหะ หรือมองผ่านเมฆบางๆ ส่วนการสังเกตผ่านกล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก จำเป็นต้องใช้แผ่นกรองแสงที่มีคุณภาพสูง หากไม่มีแผ่นกรองแสงอาจใช้วิธีฉายภาพผ่านกล้องสองตา หรือกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กลงบนฉากรับภาพสีขาวแทน ก็จะสามารถติดตามปรากฏการณ์นี้ได้อย่างปลอดภัย
นอกจากปรากฏการณ์ดังกล่าว ในวันที่ 17 สิงหาคมนี้ ก็จะเกิดจันทรุปราคาบางส่วนด้วย โดยดวงจันทร์จะค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลก จนกระทั่งถูกบดบังมากที่สุดที่เวลา 04.10 และจะสิ้นสุดปรากฏการณ์ในเวลา 06.55 น. แต่เนื่องจากดวงจันทร์จะตกลับขอบฟ้าที่เวลา 06.12 น. จึงไม่สามารถติดตามจนจบเหตุการณ์ได้ ผู้อำนวยการ สดร.กล่าว
ทั้งนี้ นายวรเชษฐ์ บุญปลอด กรรมการสมาคมดาราศาสตร์ไทย ได้ทำข้อมูลปรากฏการณ์ท้องฟ้า ปี 2551 เพื่อให้คนรักการสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ท้องฟ้าต่างๆ ได้มีโอกาสได้สังเกตกันอย่างใกล้ชิด โดยเผยแพร่ในเว็บไซต์ http://thaiastro.nectec.or.th ซึ่งนำข้อมูลมาจากองค์การอุกกาบาตสากล (International Meteor Organization-IMO) โดยดัดแปลงช่วงเวลาให้เหมาะสมกับประเทศไทย โดยในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้จะเกิดปรากฏการณ์ฝนดาวตกที่น่าจับตามอง คือ เดลตาคนแบกหม้อน้ำ ระหว่างวันที่ 27-28 กรกฎาคม 2551 สังเกตได้ตั้งแต่เวลา 21.00 น. อัตราตกสูงสุดประมาณ 15 ดวงต่อชั่วโมง นอกจากนี้ เดือนสิงหาคมก็จะมีฝนดาวตกเพอร์ซิอัส ระหว่างวันที่ 12-13 สิงหาคม สังเกตได้ตั้งแต่เวลา 22.00 น. อัตราตกสูงสุดประมาณ 60 ดวงต่อชั่วโมง (กรอบบ่าย)
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
