โรงเรียนนายร้อยเตรียมรับผู้หญิงสอบเข้าเรียนเพิ่ม โฆษกตร.ระบุสถานการณ์3จว.ชายแดนใต้เริ่มดีขึ้น เตรียมส่งพลตำรวจจบใหม่กว่า 1 พันนายเสริมกำลังพร้อมของบเพิ่มอีก 7 หมื่นล้านบาทจากรัฐบาล ซื้อเสื้อเกราะ-อาวุธนร.นายร้อยตำรวจ
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วยผบ.ตร.)ในฐานะโฆษกตร. กล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นความรุนแรงและการสูญเสียลดลง ขณะที่ประชาชนก็มีความเชื่อมั่นต่อการทำงานของตำรวจมากขึ้น แต่สถานการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นจังหวะการตอบโต้ของคนร้าย ซึ่งเหตุร้ายที่เกิดขณะนี้ก็ยอมรับว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นการส่งสัญญาณบางอย่างต่อการออกมาแถลงการณ์ของกลุ่มรวมใต้ดินของจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าแถลงการณ์ของกลุ่มดังกล่าวจะทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นหรือลดความรุนแรงลง ต้องดูไปก่อน ซึ่งทั้งทางรัฐบาลกองทัพและตำรวจก็กำลังวิเคราะห์อยู่
"ข้อมูลจากพล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้ช่วยผบ.ตร.และผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ผบ.ศปก.ตร.สน.) ระบุว่าสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมาดีขึ้น สถิติการก่อเหตุลดลงอย่างชัดเจน ทั้งนี้เมื่อเทียบจากเดือนกรกฎาคม 2550 เกิดทั้งสิ้น177 เหตุ แต่ในเดือนกรกฎาคม ปีนี้ตั้งแต่วันที่ 1-22 กรกฎาคม เกิดเพียง 62 เหตุเท่านั้น ซึ่งศปก.ตร.สน.ยืนยันว่าสถานการณ์ภาพรวมดีขึ้นจับกุมและออกหมายจับคนร้ายได้มากขึ้น แม้จะมีการแถลงประกาศยุติการก่อเหตุของกลุ่มใต้ดิน ตำรวจก็ไม่ประมาท ยังคงมีมาตรการการป้องกันปราบปรามและการใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นโฆษกตร. กล่าว
พล.ต.ท.วัชรพล กล่าวอีกว่า เร็ววันนี้ตร.จะบรรจุกำลังพลยศ ส.ต.ต. จบใหม่ที่ผ่านการฝึกอบรมแล้วประมาณ 1,100 นาย ลงประจำในพื้นที่ ส่วนจะทำหน้าที่ใดนั้นขึ้นอยู่กับการประกอบกำลังเข้าแผนของศปก.ตร.สน. นอกจากนี้ ผบ.ตร.ยังมีหนังสือถึงนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เพื่อขอแปรญัติงบประมาณฯซึ่งคาดว่าปีนี้ตร.จะได้งบ 70,000 ล้านบาท
ส่วนหนึ่งขอรัฐบาลสำหรับจัดซื้อเสื้อเกราะให้ข้าราชการตำรวจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวน 6,000 ตัว แทนของเก่าที่จวนหมดอายุการใช้งาน ขณะเดียวกันจะของบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์ด้านวิทยาการมาใช้พื้นที่เพื่อเสริมความมั่นใจและศักยภาพของเจ้าหน้าที่จำนวน 100ล้านบาท
ขณะเดียวกันผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ผมเป็นประธานจัดหาอาวุธปืนพกและปืนยาวอย่างละ 2,000 กระบอกลงในพื้นที่ด้วยเพื่อเสริมศักยภาพและสร้างความมั่นใจให้ตำรวจในพื้นที่ที่ต้องฝึกฝนทักษะและยุทธวิธีอยู่ตลอดเวลา โฆษกตร.กล่าว
โรงเรียนนายร้อยเตรียมรับผู้หญิงสอบเข้าเรียนเพิ่ม
พล.ต.ท.วัชรพล ยังกล่าวถึงกรณีที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจจะเปิดรับสมัครสุภาพสตรีสอบคัดเลือกเข้ารับการฝึกอบรม ว่า ในการดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในคดีที่มีสุภาพสตรีเข้ามาเกี่ยวข้องโดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับเพศพนักงานงานสอบสวนชายอาจมีความไม่เหมาะสม อีกทั้งวิธีพิจารณาความอาญาที่มีการแก้ไขใหม่ได้กำหนดให้ต้องใช้พนักงานสอบสวนหญิงเว้นแต่ถ้าไม่มีก็จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าตัวที่ถูกสอบปากคำ
ดังนั้นการมีพนักงานสอบสวนหญิงจึงมีความจำเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีพนักงานสอบสวนหญิงเพียงไม่กี่คนและรับมาหลายปีแล้ว ซึ่งขณะทราบว่าแต่ละคนก็ได้ปรับเลื่อนตำแหน่งเป็น สบ.2 และ สบ.3 แล้ว ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยได้หารือร่วมกัน มีความเห็นว่า โรงเรียนนายร้อยตำรวจควรจะต้องมีผู้หญิงเข้ารับการฝึกอบรมด้วย
พล.ต.ท.วัชรพล กล่าวต่อว่า โรงเรียนนายร้อยของหลายประเทศจะมีนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง แต่ของเรานั้นยังไม่มี ซึ่งผลการประชุมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้หารือร่วมกันเมื่อวานนี้ มีมติให้โรงเรียนนายร้อยตำรวจรับสุภาพสตรีเข้ารับการอบรมพร้อมกับนักเรียนนายร้อยตำรวจชั้นปีที่ 1 ที่จะเข้ารับการฝึกอบรมในวันที่ 1 ก.พ. ปี 2552 เพราะฉะนั้นกระบวนการสอบก็จะกำหนดให้สอบพร้อมกับคนที่จะเข้าโรงเรียนเตรียมทหารและข้าราชการตำรวจที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งจะสอบเข้าเป็นนักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ 1 ที่มีอยู่ 40 คน เดิมที่ปีการศึกษาที่จะถึง เราจะรับนักเรียนเตรียมทหารจำนวน 180 คน และรับข้าราชการตำรวจที่จบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ชาย อีก 40 นาย ที่ประชุมจึงเห็นว่าเมื่อจะมีการรับนักเรียนนายร้อยตำรวจชั้นประทวนชายหญิงแล้วจำนวน 2 หมวด รวม 60 คน จึงพิจารณาใหม่ให้รับข้าราชการตำรวจชั้นประทวนชายที่จบ ม.6 เพียงแค่ 30 แต่จะให้ข้าราชการตำรวจหญิงชั้นประทวนที่จบชั้น ม.6 และอายุไม่เกิน 21 ปี จำนวน 10 คน เดิมที่จะเป็นตำรวจชาย40 เราจะเปลี่ยนเป็น 30 แต่ให้ตำรวจหญิงมาสอบแข่งขันกัน 10 คน เพราะฉะนั้นจะมีนักเรียนนายร้อยตำรวจที่สอบจาก ม.6 และไม่ได้เป็นข้าราชการตำรวจ 60 คน และเป็นข้าราชการตำรวจแล้วอีกไม่เกิน 10 คน ในกรณีที่สอบได้ไม่ถึง 10 คน ก็เอาจำนวนเพียงเท่าที่สอบได้
โฆษกตร.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้มีการพิจารณาในเรื่องกองร้อยควบคุมฝูงชนหญิง ซึ่งในแต่ละกองร้อยจะมีนายตำรวจ 5 คน ที่เหลืออีก 149 เป็นชั้นประทวน ซึ่งในจำนวนนี้มีตำแหน่งที่ทำหน้าที่ควบคุมฝูงชน 123 คน ส่วนอีก 26 คนเป็นฝ่ายอำนวยการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดพิจารณาเปิดรับสมัคร 123 คน ซึ่งคุณสมบัติจะต้องเป็นสุภาพสตรี ที่จบปริญญาตรี ความสูง 165 ซม. และยังโสด เข้ามาเป็นข้าราชการตำรวจบรรจุในกองร้อยควบคุมฝูงชน ในขณะนี้ได้มอบหมายให้ บช.น.หารือกับ บช.ศ. ว่ากระบวนการดังกล่าวจะดำเนินการอย่างไร เพราะเมื่อสอบแข่งขันเข้ามาแล้ว ต้องเข้ารับการอบรมความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับตำรวจเป็นเวลา 3 เดือน จากนั้นก็จะถูกส่งไปฝึกอบรมหลักสูตรชัยยะ เพื่อสร้างให้มีคุณสมบัติในการทำหน้าที่ป้องกันปราบปราม รวมแล้วจะต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกอบรมทั้งหมดรวม 6 เดือน ถึงจะออกมาปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนได้ นอกจากนั้นตำรวจหญิงเหล่านี้สามารถที่จะไปปฏิบัติภารกิจด้านการอารักขาแขกวีไอพีที่เป็นสุภาพสตรีได้อีกด้วย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
