สลาม แฟนๆ คอลัมน์ที่เคารพ มาร่วมกันค้น ต้นตอของการก่อให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงทางภาคใต้เผื่อจะมีหนทางสร้างความเข้าใจกันในสังคมอีกครั้ง ในอดีตสังคมพี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ครองความเป็นเอกลักษณ์ของสังคมมุสลิมที่ดี มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่น่ายกย่องเป็นแบบอย่างของมุสลิมในภาคอื่นๆ เป็นอย่างมากไม่ว่าด้านการศึกษาศาสนาที่โด่งดังอยู่หลายแห่งในเขตปัตตานียะลาและนราธิวาส รวมถึงการอยู่ร่วมกันกับสังคมศาสนาพุทธได้อย่างมีขอบเขต มีการเคารพซึ่งกันและกันให้เกียรติกันในเรื่องของศาสนา ถึงแม้การสื่อสารหรือขนบธรรมเนียมที่แตกต่างกันแต่หาใช่เป็นสิ่งที่แตกแยกในสังคมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ทว่าเนื่องจากพี่น้องในสี่จังหวัดภาคใต้อยู่ในสังคมที่ไม่เปิดรับโลกสังคมภายนอกมากนัก จึงทำให้ด้อยในการพัฒนาในด้านต่างๆ นอกเหนือจากด้านการศึกษาศาสนาซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญของพี่น้องทางภาคใต้ ทำให้มีมุมมองที่ต่างกันกับสังคมที่ไม่ใช่มุสลิมที่เน้นในเรื่องการศึกษาทางโลกหรือทางสายสามัญซึ่งนำไปสู่การลืมต่อพระเจ้าและการห่างเหินจากศาสนา
ดังนั้นกระบวนการพัฒนาทางภาคใต้จึงเน้นหนักในเรื่องการสอนศาสนา และพยายามพัฒนาโรงเรียนของตัวเองในแต่ละแห่งให้มีความก้าวหน้าเป็นที่ยอมรับของสังคมภายนอก โดยการขอทุนต่อโลกมุสลิมทั่วโลกเพื่อกลับมาสร้างโรงเรียนสอนศาสนาและมีการเทียบระดับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศมุสลิมต่างๆ เช่น อียิปต์ ลิเบีย ซีเรีย ปากีสถาน อินเดีย ซาอุดีอาระเบีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และอีกหลายประเทศ
ซึ่งก่อนหน้านี้พี่น้องคนไทยทั่วไปในภาคอื่นๆ ยังไม่เข้าใจความเป็นมาของการศึกษาศาสนาในเขตภาคใต้นี้ดีนัก เช่นกันกับผมที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าโรงเรียนสอนศาสนาที่กรุงเทพฯ มีในประเทศไทยด้วย นั่นคือช่องว่างระหว่างกันของสังคมไทยทั้งพุทธและมุสลิม จนมีเหตุการณ์ร้ายๆ เกิดขึ้นในทุกวันนี้ ทำให้ทุกคนได้รับรู้เรื่องความเคลื่อนไหวของสังคมมุสลิมในเรื่องการศึกษาด้านศาสนาและเป็นช่วงที่รัฐเริ่มเข้ามามีบทบาทในโรงเรียนศาสนามากขึ้น
มีบางกลุ่มที่เห็นด้วยและมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย สร้างความขัดแย้งกันในเรื่องอุดมการณ์ของแต่ละฝ่ายหรือต่างมุมมองซึ่งกันและกัน อาจเพราะรัฐเข้ามามีบทบาทช้าเกินไปในการชี้นำลู่ทาง แต่กระนั้นเสียสังคมการศึกษาก็มีการพัฒนาไปในทางที่ดี ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ทันโลกและทันเหตุการณ์ยิ่งขึ้น สังคมมุสลิมทางภาคใต้เป็นสังคมที่กว้างขึ้นเปิดตัวรับโลกภายนอกมากขึ้นเป็นสิ่งที่น่ายินดี
ปัจจุบันที่ผมนั่งเขียนต้นฉบับอยู่นี้ กว่า 10 ปีมาแล้วที่จากบ้านเกิดเมืองนอนมา รู้สึกเสียใจที่เกิดเรื่องเศร้าในสังคมเราทุกวัน โดยเฉพาะสังคมที่แตกต่างแล้วมีการแตกแยก มีการทำลายสิ่งที่เคารพบูชาของกันและกัน มีการวางระเบิดในมัสยิดกรือเซะซึ่งเป็นมัสยิดที่เก่าแก่ของชาวปัตตานีและมีการฆ่าพระมีการเผาโรงเรียน ซึ่งเป็นที่เคารพของคนพุทธ รวมถึงการฆ่ากันไม่เว้นแต่ละวัน สงครามระหว่างศาสนาคงไม่ใช่ นอกจากจะเป็นสงครามอคติกันมากกว่าในสังคมปัจจุบัน
แฟนคอลัมน์ที่เคารพ ต้นตอรอยแยกในสังคมพี่น้องในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่อะไรนอกจากการประสานงานที่ไม่ได้ประสานคน สังคมจึงสับสนไปตามความคิดความอ่านของตัวเอง ผมอยากให้พี่น้องไม่ว่าศาสนาใดหยุดนิ่งกันทุกฝ่ายไตร่ตรองความเป็นมาและความถูกต้อง ก่อนจะหันหน้าเข้าหากันเพื่อจะแก้ปัญหาความต้องการของทั้งสองฝ่ายอย่างชัดเจน ยังไม่สายที่เราจะกลับมารักกันอีกครั้งในสังคม
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
