/ มีชัยเตรียมทำถุงยางอนามัยเด็กอนุบาล ทดลองกับหลานชายตัวเอง ปลูกฝังเด็กรู้ค่าถุงยางเมื่อโตขึ้น ขณะที่เครือข่ายเอดส์คว่ำร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ติดเชื้อเอชไอวีฯ ระบุลิดรอนสิทธิ เสนอวาระเอดส์แห่งชาติ รัฐต้องจัดหาถุงยางอนามัยทั้งหญิงชาย-สารหล่อลื่น-แผ่นเลียอย่างเพียงพอเมื่อเวลา 8.30 น. วันที่ 25 เมษายน ที่สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ อาคารพญาไทพลาซ่า นายมีชัย วีระไวทยะ นายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหาเอดส์ ในเวทีรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อวาระเอดส์แห่งชาติ มีตัวแทนองค์กรด้านเอดส์ เครือข่ายภาคประชาชน ตัวแทนกระทรวงที่เกี่ยวข้องและผลสนใจเข้าร่วมประมาณ 80 คนว่า ต่างประเทศได้ทำการศึกษา
พบว่าไทยลดผู้ติดเชื้อรายใหม่ได้ถึง 90 % โดยธนาคารโลกได้ศึกษาว่าทุก 1 บาทที่ใช้ในการป้องกันเอดส์ สามารถลดการใช้จ่ายในการรักษาผู้ติดเชื้อได้ถึง 43 บาท แต่ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไม่เคยสนใจแก้ปัญหาเรื่องเอดส์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการให้ความรู้แก่ประชาชนถือว่าไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนด้านการรักษาพยาบาลทำได้ดี
นายมีชัย กล่าวอีกว่า ในอนาคตตนจะทำถุงยางอนามัยเด็กอนุบาลให้กับเด็กอายุ 3 ขวบ ทดลองใช้และฝึกสอนการใช้ถุงยางอนามัยให้เป็น เพื่อที่เมื่อโตขึ้นจะตระหนักและเห็นความสำคัญของการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเม่ะมีเพศสัมพันธ์ โดยจะทดลองใช้กับหลานชายฝาแฝดของตนเองก่อน จากนั้นจึงจะขยายผลต่อไป ซึ่งต้องกล้าทำและคิดนอกกรอบแบบนี้จึงจะทำให้การป้องกันโรคเอดส์ประสบความสำเร็จ
กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ต้องเปิดหูเปิดตา อย่ามุ่งแต่ห้ามไม่ให้เยาวชนมีเพศสัมพันธ์ ต้องเปลี่ยนเป็นมุ่งเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยด้วย โดยอาจจัดทำคู่มือให้คำแนะนำที่ถูกต้องเรื่องเซ็กส์ทั้งกับเยาวชนที่มีเซ็กส์แล้วและยังไม่มี เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนตายหรือได้รับอันตรายจากการมีเพศสัมพันธ์นายมีชัยกล่าว
นางสุภัทรา นาคะผิว ประธานคณะกรรมการองค์การพัฒนาเอกชนด้านเอดส์(กพอ.) กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ได้รับผลกระทบจากเอดส์กว่า 500 คน มีมติไม่เอาร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์พ.ศ...ที่มีทั้งสิ้น 100 มาตรา ยกร่างโดยสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเจตนาต้องการให้คุ้มครองดูแลผู้ติดเชื้อแต่กลับกลายเป็นมีลักษณะตอกย้ำซ้ำเติม อาทิ การบังคับให้ต้องมีการตรวจเลือด การไปทำฟันหากไม่มีการแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบว่าเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี มีโทษจำคุกตลอดชีวิต รวมถึง มาตรา 44 ที่ให้สิทธิพิเศษกับเด็กที่ติดเชื้อไม่ต้องเข้าเรียนในโรงเรียนปกติ
และมาตรา 45 ที่ระบุให้มีการตั้งนิคมให้ผู้ติดเชื้ออยู่ร่วมกันโดยเฉพาะ ซึ่งไม่มีเหตุผลที่จะต้องนำงบประมาณมาใช้ในการสร้างสิ่งที่เป็นการเฉพาะสำหรับผู้ติดเชื้อ ในเมื่อสามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นในสังคมได้ การกระทำเช่นนี้เท่ากับเป็นการลิดรอนสิทธิของผู้ติดเชื้อ ที่ต้องได้รับสิทธิเสรีภาพ เท่าเทียมกับคนอื่นในสังคมไม่ใช่แบ่งแยก แม้ขณะนี้ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้จะไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)แต่ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตจะไม่มีการนำเข้าสนช. ซึ่งได้นำหนังสือคัดคานไปยังเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว
ด้านสุภาพร ถิ่นวัฒนากูล สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า เครือข่ายผู้ทำงานด้านเอดส์ได้ร่วมกันจัดทำข้อเสนอเพื่อจัดทำวาระเอดส์แห่งชาติ เสนอต่อสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ ก่อนนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยมี 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. ทุกหน่วยงานของรัฐ ต้องมีนโยบาย แผนงาน ด้านสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ ที่เหมาะสมกับคนทุกเพศ เช่น การมีคลินิกตวจรักษาโรคทางเพศสัมพันธ์ของคนรักเพศเดียวกัน เป็นต้น 2.รัฐมีหน้าที่ต้องจัดบริการส่งเสริมการป้องกันให้กับประชาชนอย่างเหมาะสมและเพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดหาแจกจ่าย ถุงยางอนามัยทั้งของชายและหญิง สารหล่อลื่นและแผ่นเลีย(oral dam)อย่างเพียงพอ และที่บนบรรจุภัณฑ์ถุงยางอนามัยต้องมีอักษรเบรล
3.ต้องมีการรณรงค์ ปรับเปลี่ยนทัศนคติและความเข้าใจ จากเอดส์เป็นแล้วตาย เป็นความเข้าใจใหม่เอดส์รักษาได้ เด็กติดเชื้อเอชไอวีมีสติปัญญา สามารถเติบโตได้ ผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์และประชาชนทั่วไป ต้องได้รับข้อมูลที่เพียงพอ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการป้องกันและการดูแลรักษาตนเอง เข้าใจสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากระบบหลักประกันสุขภาพต่างๆและ4.รัฐต้องสร้างมาตรการเพื่อส่งเสริมความเข้าใจ การอยู่ร่วมกันและการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเอดส์ของทุกภาคส่วน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
