แพทยสภาไฟเขียว แม่เครียดขอทำแท้งได้ จากเดิมอนุญาตเฉพาะกรณีถูกข่มขืน-กระทบสุขภาพแม่เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ พญ.เพ็ญศรี พิชัยสนิธ เลขาธิการสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ กล่าวในการสัมมนา บทบาทสตรีไทยกับการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ จัดโดยสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)ว่า ปัจจุบันพบว่าผู้หญิงมีปัญหาเรื่องสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์มาก โดยเฉพาะการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ตั้งแต่เป็นเด็กหญิง เนื่องจากการถูกล่อลวง รู้เท่าไม่ถึงการณ์ การมีเพศสัมพันธ์อย่างไม่ปลอดภัย
ดังนั้น ระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายทำแท้ง แพทยสภาจึงขยายขอบเขตการทำแท้งเพิ่มขึ้น จากเดิมให้ทำแท้งได้ 2 กรณี คือ จากการตั้งครรภ์โดยการข่มขืน และการตั้งครรภ์ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมารดา ขยายไปสู่การตั้งครรภ์ไม่พร้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและชีวิตความเป็นอยู่ของมารดา จนเกิดความทุกข์ตึงเครียดอย่างรุนแรง ต้องการทำแท้งสามารถเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อตรวจพิสูจน์ผลเสียที่เกิดกับมารดา หากแพทย์ 2 คนชี้ว่าส่งผลต่อสุขภาพจิตแม่จริง ก็วินิจฉัยให้ทำแท้งได้
น.ส.สุนันท์ ดวงจันทร์ หัวหน้าโครงการสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ความรุนแรงต่อสตรี พบมากที่สุด คือ ความรุนแรงในครอบครัว โดยเฉพาะความรุนแรงทางเพศส่งผลให้ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ติดเชื้อ ตกเลือด เป็นมะเร็งปากมดลูก รวมทั้งการทำร้ายร่างกาย จิตใจ ที่น่าห่วง คือ กรณีพ่อข่มขืนลูกพบทั้งในครอบครัวมีการศึกษาฐานะดีลงมาถึงครอบครัวระดับล่าง
จากข้อมูลโรงพยาบาลตำรวจเมื่อวันที่ 1 ม.ค.-31ธ.ค.49 แห่งเดียว พบเด็กและสตรีเข้ารับการตรวจพิสูจน์จากการถูกข่มขืน 1,314 ราย เป็นเด็กอายุ 0-18 ปี 1,003 ราย เป็นชาย 3 รายที่เหลือเป็นหญิง ส่วนอายุ 19 ปีขึ้นไปมี 311 ราย กลุ่มที่ถูกข่มขืนมากที่สุด คือ อายุ 15-19 ปี โดยสมาคมฯได้รับการร้องขอให้ช่วยเหลือกรณีตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ปี 49 จำนวน 21,796 ราย
ด้านน.ส.นาถฤดี เด่นดวง อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวถึงการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงานและสถานศึกษาว่า ผู้กระทำส่วนใหญ่เป็นผู้บังคับบัญชา หัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน ครู อาจารย์ ครูฝึกสอน กระทำทั้งในรูปแบบหมาหยอกไก่ และสมภารกินไก่วัด เช่น ความพยายามใกล้ชิดทางกาย จ้องมอง จับหน้าอก พูดจาเชิญชวน ตลกลามก แสดงภาพโป๊หรือเกี่ยวกับเพศทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ถึงขั้นข่มขู่ทำร้าย ข่มขืน ต่อผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน ลูกศิษย์ จึงไม่อยากให้ผู้ตกเป็นเหยื่อนิ่งเฉย ต้องปฏิเสธแสดงท่าทีต่อต้าน รวบรวมหลักฐาน เช่น คราบอสุจิ ร่องรอยการทำร้าย และพยานบุคคล เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งมีทั้งโทษทางอาญาและโทษตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
