ธุรกิจบัณฑิตย์โพล เผยผลสำรวจจุฬาลงกรณ์เป็นมหาวิทยาลัยที่นักเรียน ม.ปลาย ในกรุงเทพฯ ต้องการเข้าศึกษาต่อมากที่สุด รองลงมาคือ ธรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ มหิดล ตามลำดับ และเห็นว่า คณะที่จบการศึกษาแล้วมีรายได้สูงคือ แพทยศาสตร์ธุรกิจบัณฑิตย์โพล ศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ทำการสำรวจความคิดเห็นในหัวข้อ ความนิยมในมหาวิทยาลัยและอาชีพของนักเรียน ม.ปลาย โดยสอบถามจากนักเรียนที่กำลังศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สายวิทย์-คณิต ศิลป์-คำนวณ และศิลป์-ภาษา จำนวน 1,376 คน ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งผลการสำรวจสรุปได้ดังนี้ มหาวิทยาลัยของรัฐที่นักเรียน ม.ปลาย ในกรุงเทพฯ นิยมและต้องการเข้าเรียนมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ จุฬาลงกรณ์ ร้อยละ 37.7 ธรรมศาสตร์ ร้อยละ 25.5 เกษตรศาสตร์ ร้อยละ 15.7 มหิดล ร้อยละ 7.3 เชียงใหม่ ร้อยละ 2.9 ศิลปากร ร้อยละ 2.3 เทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง ร้อยละ 1.7 เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร้อยละ 1.6 ศรีนครินทรวิโรฒ ร้อยละ 1.2 และขอนแก่น ร้อยละ 1.1
ในกรณีสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐไม่ได้ นักเรียน ม.ปลาย ในกรุงเทพฯ ร้อยละ 26.8 จะสมัครเรียนทั้งในมหาวิทยาลัยเปิด มหาวิทยาลัยเอกชน และมหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยละ 23.1 จะสมัครเรียนทั้งในมหาวิทยาลับเปิดและมหาวิทยาลัยเอกชน ร้อยละ 3.6 จะสมัครเรียนทั้งในมหาวิทยาลัยเอกชน และและมหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยละ 1.7 จะสมัครเรียนทั้งในมหาวิทยาลัยราชภัฏ กับมหาวิทยาลัยเปิด ร้อยละ 1.6 จะสมัครเรียนในกรุงเทพฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏ และร้อยละ 12.8 จะสมัครเรียนมหาวิทยาลัยเปิด
ส่วนคณะที่นักเรียน ม.ปลาย ต้องการเรียนมากที่สุด 5 อันดับแรกในแต่ละสาย คือ สายวิทย์-คณิต นักเรียนต้องการเรียนในคณะวิศวกรรศาสตร์ มากที่สุด ร้อยละ 22.5 รองลงมา ได้แก่ แพทยศาสตร์ ร้อยละ 21.4 นิเทศศาสตร์ ร้อยละ 6.4 เภสัชศาสตร์ ร้อยละ 6.1 และสถาปัตยกรรมศาสตร์ ร้อยละ 4.9 สายศิลป์-คำนวณ นักเรียนต้องการเรียนในคณะนิเทศศาสตร์ มากที่สุด ร้อยละ 16.8 รองลงมาได้แก่ นิติศาสตร์ ร้อยละ 12.5 บริหารธุรกิจ ร้อยละ 12.1 บัญชี ร้อยละ 9.3 และเทคโนโลยีสารสนเทศ ร้อยละ 4.3 สายศิลป์-ภาษา นักเรียนต้องการเรียนในคณะนิเทศศาสตร์ มากที่สุด ร้อยละ 20.7 รองลงมาได้แก่ นิติศาสตร์ ร้อยละ 13.8 บริหารธุรกิจ ร้อยละ 10.1 อักษรศาสตร์ ร้อยละ 7.8 และเทคโนโลยีสารสนเทศ ร้อยละ 4.1
สำหรับคณะที่นักเรียน ม.ปลาย เห็นว่าเมื่อเรียนจบแล้วจะได้เงินเดือนมากเรียงตามลำดับ คือ คณะแพทยศาสตร์ ร้อยละ 39.1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ร้อยละ 19.7 คณะนิติศาสตร์ ร้อยละ 7.3 คณะบัญชี ร้อยละ 6.8 และคณะบริหารธุรกิจ ร้อยละ 5.8 นอกจากนี้ ร้อยละ 86.2 เห็นว่า การกวดวิชามีความจำเป็น เนื่องจากสร้างความมั่นใจในการสอบ อาจารย์สอนเก่ง ได้ความรู้ความเข้าใจมากกว่าในห้องเรียนปกติ และได้ทราบแนวข้อสอบแปลก ๆ ส่วนนักเรียนอีกร้อยละ 13.8 ที่เห็นว่าการกวดวิชาไม่จำเป็น เนื่องจากการหมั่นทบทวนความรู้สม่ำเสมอก็สามารถสอบได้ การศึกษาในห้องเรียนมีความพียงพอแล้ว และเปลืองเงินโดยใช่เหตุ ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่จะต้องนำไปใช้ในการทำงาน คือ ความรับผิดชอบ ร้อยละ 23.2 ความรู้ ร้อยละ 19.4 ความซื่อสัตย์ ร้อยละ 18.6 ความขยัน ร้อยละ 10.2 มนุษยสัมพันธ์ ร้อยละ 8.7 ความอดทน ร้อยละ 8.3 ความอ่อนน้อมถ่อมตน/สัมมนาคารวะ ร้อยละ 4.7 ความกล้าในการแสดงออก ร้อยละ 3.8 และความเฉลียวฉลาด ร้อยละ 3.1
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
