"ผบช.น.ประชุมเครียดทีมสืบสวนนครบาล คลี่คดีบึ้มป่วนเมือง ระดมผู้เชี่ยวชาญวัตถุระเบิด สารเคมี แจงรายละเอียด สั่งประมวลบึ้ม 5 ครั้ง กลางกรุงโยงสถานการณ์-ผู้บงการเบื้องหลัง ผบ.ตร.ยังไม่รีบสรุปเหตุบึ้มทบ. ชี้ วิธีการวาง อุปกรณ์บึ้มโยงระเบิดป่วนกรุงครั้งก่อน วอนคนไทยอย่าตระหนก เชื่อเหตุบึ้มไม่เย้ยใคร(1ตค.) เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงเหตุระเบิดหน้ากองบัญชาการกองทัพบกเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้ระเบิด บช.น.ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ว่าได้เรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนศูนย์สืบสวนนครบาล ชุดสืบสวนนครบาล 1 ทีมสืบสวน สน.นางเลิ้ง ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด วางแนวทางการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี
ผบช.น.กล่าวต่อว่า จะนำสถานการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อค่ำที่ผ่านมาเปรียบเทียบกับเหตุระเบิดแต่ละครั้งใน กทม.ที่ผ่านมารวมแล้ว 5 ครั้งนับตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่ว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันหรือไม่ขอเวลาในการตรวจสอบในรายละเอียดอย่างชัดเจนก่อน เชื่อว่าในช่วงเย็นวันนี้คงมีความคืบหน้ามากขึ้น
ผบช.น.กล่าวว่า สำหรับสาเหตุของระเบิดดังกล่าวนั้นมีการตั้งประเด็นไว้ในหลายเรื่องแต่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ในขณะนี้ต้องสอบสวนในทุกเรื่องทุกประเด็นที่ตั้งไว้ไม่ว่าจะเป็นการข่มขู่ สร้างสถานการณ์ทางการเมือง คงต้องรอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางก่อนซึ่งตำรวจนครบาลได้เชิญมาร่วมหารือจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งอาจารย์จากมหาวิทยาลัยชื่อดังมีความรู้ด้านสารเคมีวิทยาศาสตรร์ อีกทั้งจะประสานงานด้านการสืบสวนสอบสวนกับกองปราบปรามด้วย
การทำงานในหน่วยงานของผมจะไม่มีใครเป็นพระเอกหรือเป็นผู้ร้าย พวกวันแมนโชว์จะต้องไม่มีงานของผมเอาแบบระบบบ้านนอก ตามชาวไร่ชาวนาที่เกี่ยวข้าวทุกคนจะต้องช่วยกันทำงานใช้วีธีการลงแขกแบบลูกทุ่งๆ ถ้าจะพายเรือต้องช่วยกันพายไม่มีจ้ำคนเดียวเดี๋ยวไปซ้ายเดี๋ยวไปขวา พระเอกคนเดียวไม่มี ไม่มีกั๊กข้อมูล ไม่มีการเป็นอาบังเอาผ้ามาโพกหัวแอบบังข้อมูลกันอย่างนี้ไม่มีไม่มีใครเอาผลงานเป็นของตัวเอง ผมไม่ชอบ ทำอะไรต้องร่วมมือกันจะได้เสร็จเร็วๆ คนนี้จัดคนนี้สาน ทุกคนต้องช่วยกัน ไม่เช่นนั้นจะไม่มีความสามัคคีในหน่วยงาน ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดไม่ให้สื่อมวลชนผิดหวังแน่นอน ผบช.น.กล่าวและว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมาเข้ารายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวศ ผบ.ตร.ได้กำชับให้เร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็วรวมทั้งสาต่อไปถึงผู้บงการอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดแต่ละครั้งใน กทม.ที่ผ่านมา
ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นายนั้น พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบก.ตปพ. นำเงินจำนวน 2.7 แสนบาทพร้อมกระเช้าดอกไม้ให้กำลังใจมอบให้กับ ด.ต.จีรเดช อัตตพงษ์ ซึ่งบาดเจ็บนิ้วมือข้างขวาขาดต้องถูกตัดมือ พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลวชิระ และ ส.ต.ท.พิทยาธร สุนทรชื่น เป็นเงิน 2.2 แสนบาทขณะพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลหัวเฉียวเป็นขวัญกำลังใจหลังจากประสบเหตุได้รับบาดเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่ พล.ต.ท.อัศวิน จะเข้าร่วมประชุมสืบสวนคลี่คลายคดีระเบิดดังกล่าว ในช่วงเช้าที่ผ่านมาเวลา 07.00 น.วันเดียวกัน พล.ต.ท.อัศวิน ได้นำดอกไม้ธูปเทียนเข้าสักการะพระอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระเจ้ากฤษฎาภินิหาร กรมพระนเรศวรฤทธิ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในกองบัญชาการตำรวจนครบาลโดยมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียงว จากนั้นได้เดินทางเข้ารายงานตัวต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. พล.ต.ต.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น พล.ต.ต.เจตน์ มงคลหัตถี รอง ผบช.น. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลุ่มงานตรวจพิสูจน์และเก็บกู้วัตถุระเบิด บก.ตปพ. ตรวจสอบจุดเกิดเหตุระเบิดข้างตู้โทรศัพท์สาธารณะ หน้าโรงเรียนแผนที่ทหาร ติดรั้วกำแพงกองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก เพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม
โดย พล.ต.ต.กฤษฎา กล่าวว่า สั่งการให้จุดเก็บกู้ระเบิดเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ให้ตรวจสอบเปรียบเทียบกับเหตุระเบิดห้างเมเจอร์ รัชโยธินและ ปากซอยราชวิถี 24 เพราะมีลักษณะการก่อเหตุที่คล้ายกัน ใช้ระเบิดแรงดันต่ำ และวางอยู่ในตู้โทศัพท์สาธารณะ ซึ่งจะได้รวบรวมหลักฐานเพื่อประเมินสถานการณ์กันต่อไป นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบนิ้ว ซึ่งคาดว่าจะเป็นของด.ต.จีรเดช อยู่บนหลังคาโรงเรียนแผนที่ทหาร
ด้านพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุระเบิดกรมแผน ที่ทหาร ถนนราชดำเนิน เมื่อคืนวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมาว่า เพิ่งเริ่มต้นทำงานเนื่องจากเหตุการณ์เพิ่งเกิด และเพิ่งปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ทราบว่า พล.ต.ท.อดิศร นนทรีย์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งเป็นผบช.น.เก่ากับพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น.คนใหม่ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข้อเท็จจริงรวมทั้งแนวทางในการสืบสวนจับกุมคนร้ายกันแล้ว ขณะนี้ไม่มีอะไรคืบหน้า และข้อเท็จจริงในที่เกิดเหตุก็ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ไปแล้ว
ผมคิดว่าผบช.น.คนใหม่ มีความรู้ความสามารถในการสืบสวนสอบสวน และมีเครือข่ายพอสมควร เชื่อว่าจะใช้ความรู้ความสามารถในการคลี่คลายคดีนี้ได้ ซึ่งถือเป็นคดีแรกในการรับตำแหน่งผบช.น. อย่างไรก็ตามผมจะติดตาม และกำชับการทำงานด้วย และจะไม่กำหนดเวลา ให้ทำงานให้เต็มที่ ไม่ควรเอากรอบเวลาไปจำกัด จนผู้ใต้บังคับบัญชาไม่สามารถทำงานได้ผบ.ตร. กล่าว
ผบ.ตร. กล่าวว่า สำหรับสาเหตุการวางระเบิดนั้นต้องบอกว่าเหตุเพิ่งเกิดยังเป็นเพียงการคาดคะเนเฉยๆจึงไม่อยากวางธงว่าสาเหตุคืออะไรกันแน่ ส่วนจะเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น เราพบว่าวิธีการวางระเบิดและ อุปกรณ์คล้ายกันแต่ยังไม่ระบุว่าเป็นกลุ่มบุคคลคลเดียวกัน ต้องรอพยานหลักฐานก่อน ซึ่งผบช.น.คนใหม่คงจะเร่งดำเนินการ
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับก่อนหน้านี้ไม่มีรายงานข่าวแจ้งว่าจะมีการวางระเบิดแต่อย่างใด เพราะหลายเดือนก่อนหน้านี้ หลังเกิดระเบิดครั้งก่อน ก็สงบมาโดยตลอด และเราวางกำลังตำรวจเข้มงวดกวดขันเรื่องเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ แต่พอเวลาผ่านไปก็มีช่องว่างบ้าง ก็ต้องขอเตือนพี่น้องตำรวจว่าอย่าประมาท งานที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายไว้ ถึงแม้ไม่มีอะไร ทำหน้าที่เต็มที่ อย่าปล่อยให้เกิดช่องว่าง
จริงๆแล้วเรามีมาตรการควบคุมเหตุระเบิดอยู่แล้ว อย่างที่บอกไว้ เมื่อมีเหตุเกิดใหม่ๆเราก็เข้มงวดกวดขัน แต่พอเนิ่นนานไปที่เคยเข้มงวดก็แผ่วเบาไปบ้าง ชุดทำงานเปลี่ยน แต่งตั้งโยกย้ายอะไรไปบ้าง ก็อาจมีช่องว่าง แต่ก็เรื่องปกติ ซึ่งพยายามกวดขันดูแลอยู่ผบ.ตร.กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าการวางระเบิดครั้งนี้เป็นการเย้ยเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ เนื่องจากเหตุเกิดในพื้นที่ทหาร ในภาวะที่บ้านเมืองสงบมาระยะหนึ่ง ผบ.ตร. กล่าวว่า ไม่ได้เย้ยใคร เพราะเหตุอย่างนี้จะทำอย่างไรก็ได้ ถ้าเย้ยต้องเข้าไปวางข้างในเลย ถึงแม้จะเข้าไปวางในรั้วตนก็ยังไม่ถือว่าเย้ย
เมื่อถามว่าเป็นการข่มขวัญประชาชนหรือไม่เนื่องจากเหตุเกิดก่อนวันรับตำแหน่งใหม่ผบ.ตร.และผบ.ทบ. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า สำหรับตนที่ผ่านเหตุการณ์มามากบ้านเมืองไทยสงบมานาน พอมีเหตุระเบิดสักครั้งก็รู้สึกเป็นเหตุร้ายเหตุสำคัญ แต่ในต่างประเทศเหตุเช่นนี้เกิดประจำจนเป็นความเคยชิน เพราะฉะนั้นเหตุต่างๆเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้ เป็นเรื่องปกติประชาชนอย่าได้ตระหนกตกใจ เป็นเรื่องปกติ ใครจะทำอะไรก็ได้ในเรื่องเหล่านี้ ขอให้มั่นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยายามดูแลให้ดีที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า การก่อเหตุในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผบ.ตร.และผบ.ทบ. มีนัยยะอะไรหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ไม่มี มันวางไว้แต่ไม่ได้ระเบิดอะไร เมื่อไปขุดไปคุ้ยมันก็ระเบิดขึ้น ซึ่งเวลาอาจเป็นวันนี้พรุ่งนี้ก็ได้
ผบ.ตร.กล่าวว่า สำหรับหลักฐานที่เป็นประโยชน์การดำเนินคดี นั้น มีเพียงวัสดุอุปกรณ์ในจุดเกิดเหตุ เท่านั้น ซึ่งกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุก็ไม่มี มั่นใจว่าไม่น่าจะเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะกรอบเหตุการณ์ใน 3จังหวัดภาคใต้ก็ลดลงเหลือเพียง 3 จังหวัดกับ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา ซึ่งจากการตรวจเยี่ยมครั้งล่าสุด 4 อำเภอใน จ.สงขลาเหตุเกิดน้อยลงแล้ว และเชื่อว่าภายในปีนี้ เหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลาจะจบสิ้น
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
