ประธานคมช. เชื่อ เหตุระเบิดครั้งล่าสุด ไม่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร แต่อาจเป็นกลุ่มเดิมที่เคยก่อเหตุมาก่อนหน้านี้ ด้านผบ.ทบ.ใหม่ปัดตอบ หลังถือฤกษ์ 06.29 น. สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทบ.ขณะที่ตร.นับ 10 นาย ยังตรึงกำลังคุมเข้ม พร้อมวางแผงเหล็กกั้นจุดบึ้มพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือคมช. กล่าวถึงกรณีที่มีเหตุการณ์ระเบิดหน้ากรมแผนที่ทหารจนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บาดเจ็บ 2 นายว่า ขณะนี้พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้เข้ามาดูแลเรื่องนี้อยู่ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันที่เคยก่อเหตุช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่และคงไม่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร เพราะเรื่องนี้ จบแล้ว
พลเอกสนธิ กล่าวอีกว่า เรื่องการรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีนั้น ได้คุยกับพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี มาบ้างแล้ว แต่ก็รอให้มีความชัดเจนก่อน
ด้านพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ ถือฤกษ์เวลา 06.29 น. เดินทางเข้าสักการะศาลพระชัยมงคลภูมิและพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกองบัญชาการกองทัพบก ทั้งนี้ถือเป็นวันแรกในการปฏิบัติภารกิจในฐานะผู้บัญชาการทหารบกอย่างเป็นทางการ หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า
โปรดกระหม่อม และได้มีพิธีรับมอบหน้าที่จาก พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบกและประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภายในกองบัญชาการกองทัพบกพลเอกอนุพงษ์ ก็ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ภายหลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดที่รั้วของโรงเรียนแผนที่ทหาร เมื่อคืนที่ผ่านมาซึ่งอยู่ติดกับกองบัญชาการกองทัพบก ที่หลายฝ่ายกำลังวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการลองของ เพื่อต้อนรับผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังคงมีการนำแผงรั้วเหล็ก มาปิดกั้นพื้นที่ และห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณ ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดที่ข้างตู้โทรศัพท์สาธารณะ หน้าโรงเรียนแผนที่ทหาร ติดรั้วกำแพงกองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนินนอก แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด จำนวน 2 นาย ทั้งนี้ พบว่า เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งหมดไปตรวจสอบแล้ว จึงเหลือเพียงร่องรอยความเสียหายที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ยังคงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนนับ 10 นาย ตรึงกำลังอยู่บริเวณโดยรอบอย่างเข้มงวด ขณะที่ สื่อมวลชน ยังคงเก็บภาพไปทำข่าวอย่างต่อเนื่องเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ได้มีการเปิดช่องทางการจราจรให้รถสามารถสัญจรได้ตามปกติ ภายหลังต้องปิดการจราจรลงไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา สำหรับ เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 5 โดยยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้เลยสักรายเดียว