น้ำล้นสันเขื่อนลำปะทาวท่วมเขตเทศบาลเมือง น้ำทะเลหนุนเจ้าพระยาหนึ่งทุ่มคืนนี้ชุมชุนพระรามเก็บของหนีน้ำ กทม.ยันมีมาตรการป้องกันน้ำท่วมได้ เตือนภัย"ป่าสัก-มูล-ปราจีนฯ"น้ำล้นตลิ่ง1-2 วันนี้ พิษณุโลกยังวิกฤตแม่น้ำวังทองทะลักท่วมระลอก2น้ำท่วมหนัก
เมื่อวันที่21 กันยายน สถานการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา บริเวณชุมชนมิตรภาพ ซอย 4 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ถูกน้ำในลำน้ำลำตะคองเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ที่อยู่ติดกับลำน้ำตั้งแต่เมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมา ทำให้ถนนและบ้านเรือนประชาชนต้องถูกน้ำท่วมขังสูงประมาณ 30-80 ซ.ม.บ้านเรือนราษฎรกว่า 50 หลังคาเรือนต้องถูกน้ำท่วมขัง การสัญจรเข้าออกชุมชนเป็นไปด้วยความยากลำบาก รถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ประชาชนต้องรอรถที่ทางเทศบาลนครนครราชสีมา ได้จัดเตรียมไว้ให้บริการรับส่งที่ปากทางเข้าชุมชน เพื่อเดินทางกลับเข้าบ้าน และเดินทางออกไปทำงาน
นางเอมอร อัครชาตะ อายุ 74 ปี ชาวบ้านชุมชนมิตรภาพซอย 4 กล่าวว่า ตนเองอาศัยอยู่ในชุมชนนี้มากว่า 50 ปี แล้ว เมื่อก่อนเหตุการณ์น้ำท่วมไม่ค่อยจะเกิดขึ้นบ่อยนัก แต่มาพักหลังๆ 2-3 ปีที่ผ่านมา น้ำจากลำน้ำลำตะคองจะเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนแถบนี้เป็นประจำ ตนเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสาเหตุใด และหลังจากที่ มีประสบการณ์จากน้ำท่วมมาหลายครั้ง ครั้งนี้จึงไม่ค่อยที่จะหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกมากนัก เนื่องจากอีกไม่กี่วัน หากไม่มีฝนตก น้ำก็คงจะลดลงเข้าสู่ภาวะปกติเหมือนเดิม แต่ในตอนนี้ก็คงต้องช่วยเหลือตัวเองไปก่อน ซึ่งในบางเรื่องไม่ว่าจะเป็นกระสอบทราย ยารักษาโรค หรือการเดินทางเข้าออกชุมชน ทางเทศบาลนครนครราชสีมา ก็ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือจัดเตรียมไว้ให้บริการประชาชน
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคองรายงานว่าน้ำที่เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนชุมชนมิตรภาพซอย 4 อยู่ในขณะนี้ เป็นน้ำที่ไหลมาจากพื้นที่หลายอำเภอซึ่งอยู่เหนือตัวเมืองจังหวัดนครราชสีมา อาทิ อ.สีคิ้ว , สูงเนิน เป็นต้น หลังจากที่มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 16 - 17 ก.ย.51ที่ผ่านมา ในขณะนี้น้ำได้เดินทางมาถึงเขตเทศบาลนครนครราชสีมา และมีปริมาณน้ำสูงสุดตั้งแต่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดตอนนี้ปริมาณน้ำยังคงทรงตัวอยู่และกำลังจะลดระดับลงเรื่อยๆ ทำให้ในตอนนี้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็น ชุมชนมิตรภาพซอย 4 , ซอย 8 ,ซอยสำโรงจันทร์ , หมู่บ้านวีไอพี , โรงพยาบาลมหาราช จะไม่รุนแรงเหมือนปี 2549 ที่ผ่านมา คาดว่าหากไม่มีฝนตกซ้ำลงมาอีกในช่วง 7 วัน สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากในขณะนี้ทางชลประทานได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 11 เครื่องไว้ที่ประตูระบายน้ำทั้ง 4 มุมเมือง และเดินเครื่องระบายน้ำออกอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันเมื่อเวลาประมาณ13.30 น. วันเดียวกัน มีคนจมน้ำเสียชีวิต ที่สระน้ำด้านหลังโรงเรียนมารีย์บริหารธุรกิจ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเมตตาธรรม ช่วยกันนำร่างของนายวัชระศักดิ์ หกขุนทด อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 207/41 ถ.พิบูลละเอียด ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ขึ้นจากสระน้ำบริเวณหลังโรงเรียนมารีย์บริหารธุรกิจ หลังจากที่นายวัชระศักดิ์ฯ ได้ลงสระน้ำดังกล่าวไปหาปลา ก่อนที่จะจมหายไปนานกว่าครึ่งชั่วโมง ก่อนจะพบกลายเป็นศพ ในขณะเดียวกัน นางสาวสุกัญญา หกขุนทด น้องสาวของนายวัชระศักดิ์ฯ ได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุและโผเข้ากอดร่างพี่ชายร่ำไห้พร้อมกับปั๊มหัวใจให้กับพี่ชายที่สิ้นลมไปแล้ว เป็นที่เศร้าสลดต่อผู้ที่พบเห็นอย่างยิ่ง
นางนริศรา นามจันทร์ ชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ และเรียกเพื่อนบ้านให้ลงไปช่วยนายวัชระศักดิ์ฯ ผู้ตาย เล่าให้ฟังว่า ขณะนั่งเล่นอยู่ที่ริมสระน้ำ สังเกตเห็นว่าที่กลางสระน้ำ มีผู้ชายชูมือและร้องขอความช่วยเหลืออยู่ จึงรีบวิ่งไปตามเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงให้ลงไปช่วย แต่เมื่อกลับมาถึงบริเวณสระน้ำก็ไม่พบแล้ว ชาวบ้านจึงช่วยกันลงไปงมหา ก่อนที่จะมาพบร่างของผู้ตายในอีกประมาณ 30 นาทีต่อมา เบื้องต้นแพทย์โรงพยาบาลเมโมเรียล คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นตะคริวจึงจมน้ำเสียชีวิต
น้ำป่าเทือกเขาเพชรบูรณ์ทะลักท่วมอ.เมืองพิจิตร
ผู้สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดพิจิตร ล่าสุดน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ และผสมกับน้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ได้ทำให้เกิดน้ำท่วมขังบ้านเรือนราษฎรกว่า 500 ครอบครัวของหมู่ ที่ 2 หมู่ที่ 3 และหมู่ที่6 ตำบลบ้านบุ่งอำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โดยไร่นาได้รับความเสียหายหลายพันไร่ เส้นทางทั้งถนนปูนต์ซีเมนต์ และถนนลูกรังหลายเส้นทางถูกน้ำท่วมขังได้รับความเสียหาย
ทั้งนี้บางเส้นทางรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ชาวบ้านต้องใช้เรือแทน โดยมีชาวบ้านจำนวนมากที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากไม่มีเรือใช้และล่าสุดพระภิกษุสงจากวัดวังกลม ไม่สามารถเดินทางมารับบิณฑบาตจากชาวบ้านในหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วมได้แล้ว โดยชาวบ้านขอให้พระอยู่ที่วัดและจะนำอาหารไปถวายเอง
นายประทีปคล้ายนุ่น สารวัตรกำนันตำบลบ้านบุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้รุนแรงกว่าทุกปีและน้ำได้ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทำให้เก็บของไม่ทัน โดยเฉพาะข้าวปลูกที่ถูกน้ำท่วมเสียหายจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีบ่อปลา อีกจำนวน 3 บ่อที่ถูกน้ำท่วมจนได้รับความเสียหาย
ขณะที่ทางด้านแม่น้ำยมโดยเฉพาะพื้นที่ ตำบลรังนก ถูกน้ำป่ามาจากกำแพงเพชรและแม่น้ำยมล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัด พิจิตรจำนวน 10 หมู่บ้านคือหมู่ที่ 1 , 2 , 3 , 4 , 6 , 7 , 8 , 9 , 11 , 17 จำนวน300 กว่าหลังคาเรือนไร่นาถูกน้ำท่วมเสียหายกว่า 1 หมื่นไร่โดยเฉพาะบ้านเนินยุ่งหมู่ที่ 7 ตำบลรังนกกว่า80 หลังคาเรือนถูกน้ำท่วมสูงถึง 2 เมตรถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ถนนทุกเส้นทางถูกตัดขาด ไม่สัญจรไปมาหากันได้ชาวบ้านต้องใช้เรือ เป็นพาหนะ
ด้านนายทวีปอินทร์จันทร์ อายุ 55 ปีอยู่บ้านเลขที่7 หมู่ที่4 ตำบลรังนกอำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ตำบลรังนกขณะนี้ถูกน้ำป่าจากกำแพงเพชรสมทบกับน้ำยมเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน10 หมู่บ้านกว่า10 วันแล้วชาวบ้านซึ่งได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักโดยเฉพาะบ้านเนินยุ้งหมู่ที่ 7 กว่า80 หลังคาเรือนถูกน้ำท่วมสูงถึง2 เมตรถูกตัดขาดจากโลกภายนอก การติดต่อต้องใช้เรืออย่างเดียว
น้ำล้นสันเขื่อนลำปะทาวท่วมเขตเทศบาลเมือง
สถานการณ์น้ำท่วมจ.ชัยภูมิ ล่าสุดปริมาณน้ำบนสันเขื่อนลำปะทาว อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ซึ่งมีความจุของสันเขื่อนลำปะทาวตอนล่าง 16 ล้าน ลบ.ม. หลังฝนตกหนักมาตลอดสัปดาห์ทำให้มีปริมาณน้ำล้นสันเขื่อนฯสูงกว่า 70 เซนติเมตรไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิทั้ง 25 ชุมชน สูงกว่า 1 เมตร ทำให้ชาวบ้านกว่า 20,000 คนเดือดร้อนกว่า 700 ครัวเรือน โดยระดับน้ำได้เริ่มลดลงบ้างแล้ว
นายอนุชิต ขันธะมูล ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยภูมิ แจ้งว่าล่าสุดระดับน้ำที่ล้นบนสันเขื่อนฯ เริ่มมีปริมาณลดลงมาอยู่ที่ 58 เซนติเมตรแล้ว และคาดว่าภายใน 2 - 3 วันนี้ปัญหาน้ำท่วมในตัวเมืองชัยภูมิจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติถ้าไม่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องอีก จึงขอให้ประชาชนคอยฟังข่าวจากทางราชการทุกระยะเป็นการดีที่สุด หากใครมีปัญหาความเดือดร้อนสามารถแจ้งมาที่ปภ.ชัยภูมิได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เตือนภัย"ป่าสัก-มูล-ปราจีนฯ"น้ำล้นตลิ่ง1-2 วันนี้
กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า เนื่องจากระดับน้ำที่ลุ่มน้ำป่าสัก ลุ่มน้ำมูล และลุ่มน้ำปราจีนบุรี ขณะนี้อยู่ในระดับสูง และคาดว่าจะเข้าท่วมที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำบริเวณ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ อ.บัวชุม จ.ลพบุรี อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ และ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ในระยะ 1-2 วันนี้ จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายด้วย
น้ำทะเลหนุนเจ้าพระยาหนึ่งทุ่มคืนนี้
เมื่อวันที่21 กันยายน สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร แจ้งว่า น้ำทะเลหนุนสูงสุดเวลา 20.30 - 21.00 น. วันนี้ที่1.14 เมตรแต่เมื่อรวมกับน้ำเหนือที่ไหลลงมา โดยวันนี้อยู่ที่ 2,180 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีทางสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร คาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่บริเวณปากคลองตลาด จะสูงประมาณ 1.90 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง
โดยชาวบ้านนอกแนวคันกั้นน้ำจะได้รับความเดือดร้อนเช่น ชาวบ้านในชุมชนพระรามหก ได้เก็บของขึ้นที่สูง หนีน้ำเนื่องจากน้ำเริ่มเอ่อจากพื้นบ้านขึ้นมาสูง 30 เซนติเมตรมา 2 วันแล้วบางบ้านนำกระสอบทรายมากั้นไม่ให้น้ำเข้าบ้าน และทางเขตทำสะพานไม้เป็นทางเดิน ทั้งนี้วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายนนี้น้ำทะเลจะหนุนสูงสุดอีกครั้ง
นายชาญชัยวิทูรปัญญากิจ ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กล่าวว่า พื้นที่ที่น่าห่วงคือชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ เช่น แถวบางซื่อ วัดสร้อยทอง ซึ่งดูจากสภาพน้ำหนุนคาดว่าไม่เกินคันกั้นน้ำ
กทม.ยันมีมาตรการป้องกันน้ำท่วมได้
นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่าได้ตรวจสอบข้อมูลน้ำขึ้น กับสำนักการระบายน้ำซึ่งคาดหมายว่า ปริมาณน้ำจะขึ้นสูงในวันนี้ (21 ก.ย.) พบว่าวันนี้ เวลา 10.00 น.ระดับน้ำขึ้นสูง1.03 เมตรคาดว่าเวลา 20.00 น. น้ำจะขึ้นสูงประมาณ1.12 เมตร หากระดับน้ำอยู่ในระดับนี้ก็ไม่เป็นปัญหาเนื่องจาก กทม. วางระบบป้องกันน้ำรองรับน้ำขึ้นสูง2.20 เมตรแต่อาจมีผลกระทบกับประชาชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ จึงได้สั่งการให้สำนักงานเขตไปดูแลช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว เช่น เวลาน้ำขึ้น-ลงอาจท่วมที่พักอาศัยจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยแก้ไข โดยแจ้งไปยังผู้อำนวยการเขต นอกจากนี้หากปริมาณน้ำฝนมีไม่มากกว่าที่ตกระยะนี้ อาจมีผิวการจราจรบางแห่งมีน้ำท่วมขังบ้างได้สั่งการให้เจ้าที่เร่งระบายน้ำโดยเร็วที่สุด
ลพบุรีเตือนประชาชนเร่งขนของขึ้นที่สูงอีกครั้ง
นายจารุพงศ์ พลเดช ผู้ว่าฯลพบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่นักบินของกองทัพอากาศ ซึ่งบินสำรวจพื้นที่น้ำท่วมใน จ.ลพบุรีซึ่งพบว่า ในพื้นที่ของ จ.ลพบุรียังคงมีปริมาณน้ำอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเพิ่มมากกว่าเมื่อครั้งที่แล้วที่มีการบินสำรวจ โดยเฉพาะในพื้นที่ของหมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 3 ต.พุคา อ.บ้านหมี่ ซึ่งมีระดับน้ำที่สูงมาก และทั้ง 2 หมู่บ้านถูกตัดขาด การเดินทางต้องใช้เรือเพียงอย่างเดียว
จากการบินสำรวจยังพบว่าน้ำเหนือที่กำลังไหลลงมาสู่พื้นที่ของ จ.ลพบุรีมีปริมาณมากพอสมควร จึงได้มีการประกาศให้ชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมให้ระมัดระวัง และเตรียมขนของขึ้นที่สูงอีกครั้ง ซึ่งหากน้ำเหนือที่ไหลผ่านมาลงสู่ จ.ลพบุรีเข้ามาสมทบอาจจะทำให้ในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมมีระดับน้ำเพิ่มสูงกว่าที่เป็นอยู่
ทั้งประเทศน้ำท่วม 8 จังหวัดหลายแห่งคลี่คลายแล้ว
นายอนุชาโมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวถึงสถานการณ์ น้ำท่วมในหลายจังหวัดว่าทั้งประเทศมีพื้นที่น้ำท่วม 8 จังหวัด13 จังหวัดที่น้ำท่วมก่อนหน้านี้สถานการณ์อุทกภัยได้คลี่คลายแล้ว สำหรับจังหวัดลพบุรีเป็นน้ำท่วมขัง ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง พร้อมยืนยันสถานการณ์น้ำท่วมไม่ได้รุนแรง หรือ น่าเป็นห่วง แต่ข่าวสารที่ออกไปทำให้ประชาชนตกใจบางพื้นที่
นายอนุชากล่าว ด้วยว่า ปริมาณฝนที่เกินปริมาณปกติ การตั้งถิ่นฐานของพี่น้องประชาชน การสร้างถนนรุกล้ำลำน้ำการถมที่ ทำให้น้ำไม่สามารถไหลไปในทิศทางธรรมชาติได้ ทำให้เอ่อล้นอยู่ตามคอสะพานพื้นที่ที่มีการถมไม่เท่ากัน ทุกปีจะเห็นว่าน้ำท่วมจะไม่ใช่จุดเดียวกันขึ้นอยู่กับใครไปสร้างที่ขวางทางน้ำซึ่งต้องใช้ผังเมืองระบบใหญ่ในการเข้ามาดูแล
น้ำท่วมพิษณุโลกยังวิกฤตแม่น้ำวังทองทะลักท่วมระลอก2
สถานการณ์น้ำท่วมในจ.พิษณุโลกยังวิกฤต โดยเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่ อ.วังทองหลายจุด ต้องอาศัยถนนเป็นที่พักพิงชั่วคราวเนื่องจากบ้านเรือนถูกน้ำท่วมสูง ประกอบกับยังมีฝนตก ในพื้นที่อย่างต่อเนื่องส่งผลให้ระดับในแม่น้ำวังทองเพิ่มสูงขึ้นอีกระลอก และ ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนตลอดจนพื้นที่การเกษตรเป็นครั้งที่2 ขณะที่บางคนออกจับปลาที่มากับน้ำหลากบนถนนเพื่อนำมาประกอบอาหารและนำไปขายเป็นรายได้ให้กับครอบครัว เนื่องจากพืชผลการเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด และยังพบว่าประชาชนเริ่มป่วยเป็นโรคที่มากับน้ำท่วมเพิ่มมากขึ้นทั้งน้ำกัดเท้า ผื่นคัน ตาแดง รวมทั้งโรคเครียด
ชี้สภาวะโลกร้อนส่งผลให้เกิดพายุง่าย
นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก กล่าวว่า ฤดูมรสุมของภาคใต้ฝั่งตะวันออกคงจะเริ่มประมาณกลางเดือนตุลาคม นี้ ซึ่งปีนี้คาดว่าปริมาณฝนจะมาค่อนข้างมากสำหรับภาคใต้ของเรา เนื่องจากปีนี้ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือคงจะมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นเราคงต้องระวังเรื่องของพายุด้วย ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ใกล้เคียงภาคใต้
เพราะฉะนั้นปีนี้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ราบลุ่ม หรือพื้นที่เชิงเขา ซึ่งเป็นทางน้ำไหลก็คงจะต้องระวังในเรื่องน้ำ ปีนี้จากสภาวะเกิดโลกร้อนขึ้นจะทำให้การเกิดพายุก็ง่าย ฝนที่ตกลงมาจะมีปริมาณค่อนข้างสูง ฉะนั้นในพื้นที่เสี่ยงภัยก็ควรระวังและเตรียมตัว เพื่อรับสถานการณ์ไว้ให้พร้อมล่วงหน้าจะเป็นการิดี ขอให้ติดตามข่าวการแจ้งเตือนของศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่องต่อไป
สำหรับในช่วงนี้ที่มีฝนตกชุกในหลายพื้นที่เนื่องจากประเทศไทยตอนบนจะเป็นร่องมรสุมที่พาดผ่านอยู่ ร่องตัวนี้กำลังเลื่อนจากทางเหนือลงมา คาดว่าจะพาดผ่านภาคใต้ประมาณกลางเดือนตุลาคม ซึ่งจะเป็นช่วงที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เป็นลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและปริมาณน้ำฝนที่น่าจะได้ในปีนี้ก็น่าจะค่อนข้างสูง เนื่องจากสภาวะโลกร้อนไอน้ำที่ระเหยจากทะเลก็จะสูงตามไปด้วย ทำให้ปริมาณฝนที่ตกลงมาแต่ละครั้งก็คงจะสูงเช่นกัน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
