มูลนิธิราชประชาฯ มอบของพระราชทานให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม 500 รายใน อ.แม่สอด จ.ตาก รมต.พลังงานฯลงพื้นที่จ.ลพบุรี แจกของช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ขณะที่ 3 อำเภออ่วม ระดมเครื่องสูบน้ำระบายน้ำออกนอกพื้นที่เร่งด่วน ขณะที่คันกั้นน้ำริมเจ้าพระยาทรุดตัว หลังระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มอย่างรวดเร็วภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
(18ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนแม่ปะวิทยาคม ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก นายดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะได้นำสิ่งของพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรที่ประสบภัยน้ำท่วม มาแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัย 500 คน
ทั้งนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในพิธีดังกล่าวมีนายชุมพร พลรักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก และคณะนายตำรวจของจังหวัดตากให้การต้อนรับ และมอบสิ่งของพระราชทาน และวันเดียวกัน คณะได้เดินทางไปที่อบต.ด่าน อ.แม่สอด เพื่อมอบสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรที่ประสบภัยจากน้ำท่วม 500 ครอบครัว
ด้านพล.ท.หญิงพูนพิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวหลังนำคณะลงพื้นที่มอบของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่วิทยาลัยอาชีวะลพบุรี ว่า หลังเกิดอุทกภัยหลายพื้นที่ ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากขาดแคลนเครื่องอุปโภคและบริโภค ทางกระทรวงฯจึงลงพื้นที่มอบของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.เมืองจังหวัดลพบุรี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น 500 ถุง เงินสด 50,000 บาท พร้อมกันนี้ยังมอบน้ำมันดีเซล 100,000 ลิตรให้ป้องกันภัยจังหวัดลพบุรี เพื่อใช้บรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยมีประชาชนชาว ต.ป่าตาล อ.เมืองลพบุรีมารับของบริจาคกว่า 300 คน
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ อ.เมืองลพบุรี อ.โคกสำโรง และ อ.บ้านหมี่ สถานการณ์น่าห่วง ระดับน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนสูง 1.50-2.00 เมตร เนื่องจากตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาฝนตกลงมาอย่างหนัก ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก เพิ่มระดับสูงขึ้นอีก 30 มิลลิเมตรประชาชนได้รับความเดือดร้อน 56,332 คน พืชผลทางการเกษตรเสียหายกว่า 200,000 ไร่ ทางจังหวัดต้องระดมเครื่องสูบน้ำ 32 เครื่อง เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ประสบภัยเร่งด่วน ทั้งนี้คาดว่าระดับน้ำจะลดลงและกลับเข้าสู่ภาวะปกติในอีก 15 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.อ่างทอง นายสุรเชษ นิ่มกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง พร้อมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอ่างทอง ได้ออกตรวจสอบถนน คสล.ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหมู่ 6 ต.จระเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง ที่พังทลายลงกว่า 100 เมตร หลังจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาได้กัดเซาะดินด้านล่างจนทำให้ถนนทรุดตัว
นายสุรเชษ กล่าวว่า หากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ยังมีระดับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะทะลักเข้าท่วมอำเภอไชโยทั้งอำเภอ และจะไหลบ่าไปยังเขตจังหวัดอยุธยา และจ.ลพบุรี โดยตนสั่งให้นำเครื่องมือหนัก พร้อมอุปกรณ์ลงเสาเข็ม และนำดินมาสร้างคันกั้นน้ำงเร่งด่วน เพื่อเป็นการป้องกันน้ำ และได้สำรวจคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดแนว พบว่า หลายจุดต้องเร่งซ่อมแซม พร้อมทั้งสั่งนำงบประมาณฉุกเฉินมาซ่อมแซมทุกจุดอย่างเร่งด่วน โดยประสานกับองค์กรส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง เพื่อที่จะเร่งซ่อมแซมให้ทันกับระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ตรวจสอบพบว่าคันดินกั้นน้ำที่ ต.จระเข้ร้อง อ.ไชโย แนวพนังกั้นน้ำหน้าประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว อ.เมือง และ คันกันน้ำที่ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก ซึ่งจะพบว่าบริเวณใต้คันกั้นน้ำ ดินได้ทลายลงมาทำให้ด้านบนทรุดตัว และหากน้ำยังมากแบบนี้ ก็น่าเป็นห่วงมาก
ด้านนายฉัตรรงค์ กล่าวว่า ทางเขื่อนเจ้าพระยาจังหวัดชัยนาทได้ปล่อยน้ำลงมาท้ายเขื่อน เพื่อรองรับน้ำเหนือ โดยไหลผ่าน จังหวัดอ่างทองอยู่ที่ 1,780 ลูกบาตรเมตรต่อวินาที ซึ่งตอนนี้ที่น่าเป็นห่วงก็คือ อ.ป่าโมก ที่น้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบางจุดสูงเกือบ 1 เมตรแล้ว ล่าสุดจากการที่ตรวจสอบพบบ้านเรือนราษฎรเขตหมู่ที่ 2-3-4-5-6 ตำบลโผงเผง ราษฎรหลายหลังคาเรือนเริ่มได้รับความเดือดร้อน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
