ส่วน รพ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ถูกน้ำท่วมสูงร่วม 1 เมตร ต้องขนย้ายผู้ป่วยหนักโกลาหล พบมีผู้สังเวยชีวิตถูกน้ำซัดดับ 1 ศพ ภาคอีสาน บ้านเรือนจมบาดาลกว่า 100 หลังผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ว่า ที่ จ.ลพบุรี หลังทางจังหวัดประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ 7 อำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่ อ.บ้านหมี่ อ.โคกสำโรง และ อ.เมืองลพบุรี น่าเป็นห่วงเพราะถูกน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ล่าสุดเย็นวันเดียวกันระดับน้ำเพิ่มสูง เนื่องจากมีน้ำป่าจากภูเขาไหลทะลักตลอดเวลา บ้านเรือน เรือกสวนไร่นาจมอยู่ใต้บาดาล ชาวบ้านพากันทุกข์ระทมอย่างหนัก เฉพาะหมู่บ้านศิรัญญาหรือหมู่บ้านเศรษฐี ในตัวเมืองลพบุรี จมอยู่ใต้บาดาล สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ลพบุรี ได้ขอกำลังทหาร พลเรือน และตำรวจ พร้อมอุปกรณ์ เครื่องสูบน้ำ เรือท้องแบน จากจังหวัดใกล้เคียงมาช่วยเหลือเต็มพิกัด
ส่วน จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสัก เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทะลักท่วมสองฝั่งแม่น้ำเขตพื้นที่ ต.บ่อโพง อ.นครหลวง ชาวบ้านพากันขนย้ายข้าว ของหนีน้ำกันวุ่นวาย นางสีนวล หาอังกาบ ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงปลากระชัง อ.บางบาล กล่าวว่า ขณะนี้ปลาทับทิม ในกระชังของเกษตรกรทยอยตายเฉลี่ยวันละ 20 ตัวต่อกระชัง สาเหตุเพราะน้ำเหนือไหลหลาก และเชื่อว่ามีสารเคมีปะปนมากับน้ำในปริมาณที่สูงปลาเลยพากันตาย เป็นเบือ
ที่ จ.สระบุรี สภาพน้ำท่วมกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ทิ้งไว้ซึ่งความเสียหาย เรือกสวนไร่นา และบ้านเรือนราษฎร ในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ทางจังหวัดเร่งตรวจสอบเพื่อให้การช่วยเหลือแล้ว นอกจากนั้นหลังน้ำลดพบศพผู้เสียชีวิตคือนายสมพงษ์ กุหลาบ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 7 ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย ถูกน้ำป่าซัดจมน้ำในลำห้วยดักดาน หมู่ 10 ต.บ้านป่า
สายวันเดียวกัน นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รักษาการ รมว.สาธารณสุข พร้อมคณะเดินทางไปตรวจสอบสภาพน้ำท่วมในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี และ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จากนั้นเผยว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยประชาชนผู้ประสบภัยน้ำป่าไหลหลาก รับสั่งให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทาน ออกให้บริการตรวจรักษาประชาชนที่ประสบภัยเต็มที่จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ด้าน นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ผลจากน้ำป่าไหลหลากท่วม รพ.มวกเหล็ก ระดับน้ำสูงเกือบ 1 เมตร เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย โรงพยาบาลได้งดรับผู้ป่วยในเป็นการชั่วคราวก่อน โดย ย้ายผู้ป่วยในที่มีอาการหนักทั้งหมด 12 ราย ไปอยู่ที่ รพ.สระบุรี 5 ราย และ รพ.ปากช่องนานา 7 ราย เหลือผู้ป่วยอาการไม่หนัก 6 ราย และเปิดให้บริการตรวจรักษา เฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
ด.ต.รัฐธรรมนูญ ฟองมณี ผบ.หมู่งาน ป.ทำหน้าที่ผู้ช่วยร้อยเวรและประชาสัมพันธ์ สภ.ย่อยตำบลดอนหัวฬ่อ อ.เมืองชลบุรี กล่าวว่า วันเดียวกันมีผู้ใช้รถใช้ถนนทยอยมารับป้ายทะเบียนรถยนต์ที่ขับลุยน้ำจนป้ายหลุดแล้วกว่า 100 แผ่น ยังเหลืออีกเกือบ 60 แผ่น จึงขอให้เจ้าของรถมาขอรับได้ทุกวัน
ภาคอีสาน จ.หนองบัวลำภู น้ำในลำห้วยเชียง ล้นตลิ่งไหลเข้าท้วมในชุมชนดอนขี ชุมชนท่าเดื่อ ชุมชนบ้านเหนือ เขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู บ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมกว่า 100 หลังคาเรือน ทางจังหวัดระดมกำลัง นำเรือท้องแบนขนย้ายสิ่งของและนำกระสอบทรายไปช่วยเหลือชาวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่พยายามขนของหนีน้ำแต่ไม่ทัน นอกจากนั้นน้ำป่าได้ไหลบ่าเข้าท่วมถนนสายอุดรธานี-หนองบัวลำภู บริเวณก่อนขึ้นภูเขาถัดใกล้กับทางเข้า อบต.โนนทัน อ.เมืองหนองบัวลำภู ระดับน้ำสูง 30 ซม.ระยะทางกว่า 30 เมตร รถเล็กสัญจรไปมาลำบาก
ที่ จ.อุดรธานี เมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง ส่งผลให้น้ำป่าทะลักท่วมในเขตเทศบาลตำบลหนองหาน ถนนหน้าบ้านพักตำรวจ สภ.หนองหาน และถนนหน้า รพ.หนองหานถูกน้ำท่วมสูง นายมุกดา อัญฤาชัย นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหนองหาน สั่งระดมกำลังพร้อมอุปกรณ์ออกช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักทั้งคืน ส่วน จ.เลย น้ำป่าทะลักท่วม ต.กกดู่ และต.เมือง อ.เมืองเลยเป็นวงกว้าง ถนนสายเมืองเลย-ท่าลี่ ถูกน้ำท่วมสูงหลายจุด รถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ชาวบ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอกพากันเดือดร้อนอย่างหนัก นายสมบัติ จันทร์วิเศษ อายุ 70 ปี ชาวบ้านหมู่ 10 ต.เมือง อ.เมืองเลย ถูกน้ำซัดติดอยู่กลางเกาะ หน่วยกู้ภัยช่วยไว้ได้อย่างทุลักทุเล
จ.มุกดาหาร เกิดฝนตกหนักทั้งวันทั้งคืนเช่นกัน ทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาภูพานไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ อ.ดงหลวง เป็นวงกว้าง ถนนสายดงหลวง-เขาวง ต.ผังแดง ถูกน้ำท่วมสูงรถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ร.ร.บ้านนาหลัก ต.ผังแดง จมอยู่ใต้น้ำต้องปิดเรียนอย่างไม่มีกำหนด ส่วน จ.นครราชสีมา พื้นที่หมู่ 8 บ้านหนองตาคง อ.เมืองนครราชสีมา ยังถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร เนื่องจากพื้นที่เป็นแอ่งกระทะ เจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องสูบ น้ำเร่งระบายน้ำเต็มที่ ส่วนพื้นที่รอบนอกน้ำลดกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
ภาคเหนือที่ จ.พิษณุโลก พื้นที่ถูกน้ำท่วมในเขต อ.วังทอง ขยายวงกว้างขึ้น และไม่มีทีท่าว่าระดับน้ำจะลดลงแต่อย่างใด ถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก ระหว่าง กม.ที่ 12-13 เยื้องเรือนจำจังหวัดพิษณุโลกมีน้ำท่วมสูงรถเล็กสัญจรไปมาลำบาก ขณะที่ถนนสายบ้านบางสะพาน-บ้านดงข่อย ท้องที่หมู่ 14 ต.วังพิกุล น้ำท่วมหนัก รถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ชาวบ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอกพากันเดือดร้อนอย่างหนัก นายนริศธิ์ ปิยพฤทธิ์ รอง ผวจ.พิษณุโลก พร้อมคณะนำข้าวสารอาหารแห้งไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยเพื่อบรรเทาทุกข์เบื้องต้น
ขณะที่ จ.ตาก หลังฝนตกติดต่อกัน 5 วัน น้ำป่าจากภูเขาไหลทะลักลงลำห้วยต่างๆจนระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่ากลัว แถมน้ำมีแดงคล้ำส่งสัญญาณเตือนอาจมีน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวเขตอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าต่างๆ เช่น น้ำตกทีลอซู น้ำตกทีลอจ่อ อำเภออุ้มผาง และลำห้วยแม่ละเมา อำเภอแม่สอด ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมล่องแพยาง ขณะนี้ระดับน้ำได้เพิ่มสูงน่าเป็นห่วง
ส่วน จ.น่าน ฝนได้เทกระหน่ำลงมาไม่หยุด ทำให้น้ำในลำห้วยน้ำเกี๋ยนเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่บ้านดงป่าสักและบ้านห้วยก๋วง ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง บ้านเรือนถูกน้ำท่วม 40 หลังคาเรือน ถนนในหมู่บ้านดงป่าสัก ถูกน้ำป่าเซาะจนดินที่อัดใต้ถนนหายไปเป็นแถบ รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้เกรงจะทรุดพังลง ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงพากันขนย้ายข้าวของไปไว้ในที่สูงกันโกลาหล ด้าน จ.พิจิตร น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรท้องที่ ต.เขาทราย อ.ทับคล้อ หลายหมู่บ้านนาข้าวจมอยู่ใต้น้ำนับพันไร่
พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้สั่งให้ รอง ผบ.ตร. ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ ผบช.ทุกภาค ตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่ถูกน้ำท่วม หากพบพื้นที่ใดได้รับความเดือดร้อนให้จัดกำลังตำรวจเข้าช่วยทันที หากพื้นที่ใดมีผู้คนได้รับอันตรายให้ประสานกองบินตำรวจจัดเฮลิคอปเตอร์เข้ามาช่วยเหลือเร่งด่วน
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยว่า ร่องความกดอากาศต่ำกำลังค่อนข้างแรงพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบนของประเทศไทยเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร และกาฬสินธุ์ จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยในที่ราบลุ่ม และบริเวณที่ลาดเชิงเขาระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ด้วย