อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เตือนอุทกภัยน้ำโขงเอ่อท่วม เขื่อนจีนต้องมีส่วนรับผิดชอบเผยข้อมูลปล่อยน้ำ เตรียมของบ100ล้านบาท จัดหาอุปกรณ์วัดปริมาณน้ำ อุปกรณ์เตือนภัยครอบคลุมสาขาน้ำโขงนายศิริพงศ์ หังสพฤกษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงสถานการณ์น้ำโขงล้นตลิ่งจนทำให้พื้นที่ภภาคเหนือและภาคอีสานที่มีพื้นที่ติดริมฝั่งแม่น้ำโขง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน
โดยระบุว่า ระดับที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในแม่น้ำโขงไม่ได้มีสาเหตุมาจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนขนาดใหญ่ในประเทศจีน แต่น้ำที่เพิ่มขึ้นในประมาณมากส่วนใหญ่ไหลทะลักมาจากพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ในประเทศลาว ทั้งนี้ จากการวัดปริมาณน้ำจากสถานีเชียงแสน ที่รับน้ำจากประเทศจีนโดยตรง และไหลผ่านเข้าประเทศลาว ในวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีน้ำไหลผ่านเพียง 6,922 ลูกบาศเซนติเมตรเท่านั้น
ในขณะที่ในการวัดปริมาณน้ำที่สถานีเชียงคาน จ.เลย ซึ่งเป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงไหลผ่านประเทศลาวมาแล้ว มีน้ำไหลผ่านถึง 20,120 ลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งมากกว่าที่ อ.เชียงแสนถึง 3 เท่า โดยรับน้ำฝน น้ำท่า จากประเทศลาวเพียงประเทศเดียว แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า น้ำจำนวนมากที่ผ่าน อ.เชียงคาน เข้าสู่ จ.หนองคาย ส่วนใหญ่ที่มีปริมาณถึง 13,198 ลูกบาศก์เซนติเมตร จึงเป็นน้ำที่มาจากประเทศลาว ไม่ใช่จากประเทศจีน
นายศิริพงศ์ กล่าวอีกว่า นอdจากนี้เขื่อนในประเทศจีน ก็เป็นเขื่อนที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อผลิตไฟฟ้า และทำการผลิตไฟฟ้าตลอดเวลา ทำให้มีการปล่อยน้ำค่อนข้างคงที่ตลอดเวลา เป็นช่วง ๆ ตามกำลังการผลิต ทำให้ฤดูแล้งก็จะมีน้ำหล่อเลี้ยงลำน้ำ ฤดูฝนก็ปล่อยน้ำตามปกติตามการผลิตไฟหฟ้า น้ำไหลเข้ามาเท่าไหร่ ก็ปล่อยไปเท่านั้นหรือน้อยกว่าด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับตอนที่ยังไม่สร้างเขื่อน ซึ่งถือว่าเป็นผลดี เพราะจะทำให้เรามีน้ำในช่วงฤดูแล้ง และช่วยเรื่องกักเก็บน้ำในฤดูฝน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสาเหตุน้ำท่วมในพื้นที่ที่ติดแม่น้ำโขงส่วนล่างจะในครั้งนี้ ไม่ได้มาจากประเทศจีน แต่ตนคิดว่า จีนควรจะต้องมีส่วนในการรับผิดชอบดูแลร่วมกันก็คือ การเปิดเผยข้อมูลการปล่อยน้ำออกจากเขื่อนที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อแสดงความชัดเจน และให้ประเทศที่อยู่ในพื้นที่ต่ำลงมาได้มีโอกาสรับทราบเพื่อเตรียมการรับมืออุทกภัยด้วย
"ในการประชุมคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ในวันที่ 25 สิงหาคม ผมจะนำเรื่องนี้เข้าไปนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการลุ่มแม่น้ำโขง 4-5 ประเด็น โดยเฉพาะนอกจากจะกดดันให้จีนเปิดเผยข้อมูลการปล่อยน้ำจากเขื่อน รวมทั้งข้อมูล น้ำฝน น้ำท่า ทั้งหมด แล้ว จะ ขอให้คณะกรรมการลุ่มแม่น้ำโขง ให้ความสำคัญกับการแจ้ง เตือนปริมาณน้ำที่เกิดความเปลี่ยนแปลงในแม่น้ำโขงตามจุดต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิมเนื่องจากำส่งผลถึงความเดือดร้อนเสียหายของประชาชน แทนการแจ้งเตือนเฉพาะในเวบไซต์ หรือแค่ให้ความสำคัญในระดับปกติ"
นายศิริพงษ์ กล่าวอีกว่าอาจต้องมีกลไกในการให้ข้อมูลแจ้งเตือน เช่น การเพิ่มความถี่ของการแจ้งเตือน เพื่อให้แต่ละประเทศพร้อมที่จะเตือนภัยกับประชาชน รวมทั้งมีประเด็นสำคัญที่จะเสนอให้มีการบรรจุเรื่องภัยพิบัติทางน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นในแม่น้ำโขง ในแผนของคณะกรรมการโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ในอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ จีเอ็มเอส ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องภัยพิบัติ แต่จะมุ่งเรื่องความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ พลังงาน อุตสาหกรรมมากกว่า
ซึ่งในเวทีนี้ประเทศจีนร่วมเป็นสมาชิกด้วย และน่าจะใช้เป็นเวทีเพื่อกดดันให้จีนเปิดเผยข้อมูลการปล่อยน้ำจากเขื่อนสู่แม่น้ำโขงได้ เนื่องจากเป็นเวทีใหญ่กว่าเวทีคณะกรรมการลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งจีนไม่ได้เป็นสมาชิก โดยเวทีจีเอ็มเอสมีนายกรัฐมนตรีแต่ละประเทศเป็นประธาน
นายศิริพงศ์ กล่าวอีกว่า การเตือนภัยเรื่องอุทกภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะจากแม่น้ำโขงนั้น กรมทรัพยากรน้ำเตรียมเสนอของบประมาณจากรัฐบาลจำนวน 100 ล้านบาทเพื่อนำมาใช้ในการจัดหาอุปกรณ์วัดปริมาณน้ำ และอุปกรณ์เตือนภัยให้ครอบคลุมในสาขาของแม่น้ำโขง ทั้งหมด เพื่อให้พร้อมรับกับเหตุอุทกภัย
เนื่องจากที่ผ่านมาแม่น้ำสาขาเหล่านี้ยังไม่มีอุปกรณ์สำคัญๆ เลย และเชื่อว่าเป็นเหตุให้การแจ้งเตือนในระดับท้องถิ่นไม่ได้ผลเต็มที่ อย่างไรก็ตามรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กรมทรัพยากรน้ำจัดเตรียมข้อมูลทั้งหมด เพื่อชี้แจงในรายการสนทนาประสาสมัคร ในเช้าวันที่ 24 ส.ค.นี้ด้วย