หวั่น เปรมประชาการแพทย์ เป็นแพะคดีเด็กเสียชีวิต ผอ.กองการประกอบโรคศิลปะชี้แค่ปอดบวมไม่น่าเสียชีวิตใน 1-2 วัน บอก 6 ชั่วโมงที่ รพ.ภูมิพลฯมากพอที่จะช่วยชีวิตได้ ตั้งข้อสงสัยหมอมีความรู้-ชำนาญพอหรือไม่ ประชาธิปัตย์ ระบุปัญหาเกิดจาก สปสช. แนะให้จ่ายตามหัวที่รักษาจริงแทนเหมาจ่ายตามจำนวนประชากร นพ.ธารา ชินะกาญจน์ ผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม กรณีครอบครัว อินาวัง อุ้มศพ ด.ช.ทวินันท์ อินาวัง หรือ น้องโฟร์โมสต์ บุตรชายวัย 1 ปี 8 เดือน ประท้วง และแจ้งความเอาผิดแพทย์ประจำคลินิกเปรมประชาการแพทย์ ย่านดอนเมือง ที่เชื่อว่าวินิจฉัยอาการป่วยของ ด.ช.ทวินันท์ผิดพลาดและไม่ยอมทำหนังสือส่งตัว ด.ช.ทวินันท์ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เป็นเหตุให้ ด.ช.ทวินันท์เสียชีวิต ว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานผลชันสูตรศพ ด.ช.ทวินันท์ว่าเสียชีวิตจากโรคอะไร จึงยังไม่สามารถตัดสินได้ว่า สาเหตุการตายเกิดความบกพร่องจากคลินิกเปรมประชาการแพทย์ หรือโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช หรือเป็นเหตุสุดวิสัยที่สามารถเกิดขึ้นได้ จึงต้องรอผลชันสูตรกรณีเร่งด่วนภายใน 3-7 วันเท่าที่ทราบเรื่องนี้เหมือนจะเป็นการโยนบาปให้คลีนิครับผิด และกลัวว่าหากรีบสรุปคลีนิคจะกลายเป็นแพะรับบาป เพราะถ้าเด็กป่วยแค่ปอดบวมก็ไม่น่าจะเสียชีวิตภายใน 1-2 วัน ขณะเดียวกันเด็กก็ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลภูมิพลฯ ถึง 6 ชั่วโมง ซึ่งมากพอที่จะสามารถช่วยชีวิตเด็กได้ ดังนั้น จึงตั้งสมมติฐานเบื้องต้นว่า หมอผู้ให้การรักษาได้รักษาตามวิชาชีพหรือไม่ หรือมีความรู้ความชำนาญมากพอหรือไม่ นพ.ธารากล่าว
ด้าน นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า คณะกรรมการพิจารณาจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นตามมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ในพื้นที่ กทม.มี นพ.ชาตรี บานชื่น เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นประธาน จะมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวในวันที่ 25 สิงหาคม เพื่ออนุมัติจ่ายเงินชดเชยเบื้องต้น 2 แสนบาท ให้กับครอบครัวอินาวัง คาดว่าจะสามารถสั่งเบิกจ่ายเงินภายในวันดังกล่าวได้ทันที ส่วนกรณีการตรวจสอบ สปสช.ต้องรอผลชันสูตรศพเช่นกัน หากพบว่าเป็นความผิดพลาดจากคลีนิคลูกข่าย สปสช.จะตักเตือนและยกเลิกสัญญาเป็นคลีนิคลูกข่ายของ สปสช.ทันที
ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.เงา)พรรคประชาธิปัตย์ ได้หยิบยกการเสียชีวิตของ ด.ช.ทวินันท์ขึ้นมาหารือ เชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการวินิจฉัยของแพทย์ประจำคลีนิค แต่ปัญหามาจากการจัดการคลีนิคลูกข่ายที่อยู่ในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งปัจจุบันเป็นระบบปลายปิดที่ สปสช.จะต้องจ่ายเงินให้กับคลีนิคแบบเหมาจ่าย ตามจำนวนคนไข้ที่ดูแลรายละ 50 บาทต่อคน ซึ่งคลีนิคที่เกิดเหตุจะมีรายได้เหมาจาก สปสช.ประมาณ 425,000 บาท
นพ.วรงค์กล่าวว่า รูปแบบการดำเนินการของโครงการดังกล่าว คนไข้ที่อยู่ในความรับผิดชอบของคลีนิคจะต้องมารักษาที่คลีนิคก่อน และถ้าเกินขีดความสามารถ คลีนิคจะต้องออกหนังสือส่งตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลแม่ข่าย ยกเว้นกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ ที่ผู้ป่วยสามารถไปที่โรงพยาบาลได้เลย โดยที่คลีนิคจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายกับทางโรงพยาบาล ส่งผลให้คลีนิคไม่อยากออกหนังสือส่งตัวคนไข้ เนื่องจากต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ถือเป็นการปิดโอกาสประชาชนในการไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล
พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนระบบการรักษาที่คลีนิค แต่ควรที่จะปรับระบบจากเหมาจ่ายตามจำนวนประชากรที่มอบให้คลีนิค มาเป็นเหมาจ่ายต่อหัวของคนไข้ที่มารักษาตามจริง ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้คนไข้สามารถเลือกรักษาได้ทั้งคลีนิคและโรงพยาบาลแม่ข่าย ทั้งนี้ ในวันที่ 22 สิงหาคม ผมจะเดินทางไปพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้น นพ.วรงค์กล่าว
ข้อมูลจาก มติชน
