วิจิตร ชี้ปฏิรูปการศึกษาต้องเปลี่ยนแปลงความคิด ระบบบริหารจัดการ และระบบพฤติกรรมศ.ดร.วิจิตรย ย ศรีสอ้านย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการย ปาฐกถาหัวข้อย จากต้นกล้าสู่ไม้แกร่งเส้นทางการปฏิรูปการศึกษาย ในงานเสวนาย ผลิดอกออกผล9ย ปีแห่งการปฏิรูปการศึกษาย เมื่อวันที่ย ย 19ย สิงหาคมที่โรงแรมรามาการ์เด้นย ย จัดโดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาย (สมศ.)ย (องค์กรมหาชน)ย โดยตอนหนึ่งย ตามกรอบเวลาการปฏิรูปการศึกษาควรจะเดินหน้าทั้งระบบภายในย 5ย ปีแต่ย 9ย ปีปฏิรูปการศึกษายังไม่ก้าวหน้ามีเฉพาะการปรับดครงสร้างใหม่เท่านั้นที่เกิดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาย 178ย เขตทั่วประเทศ
ศ.ดร.วิจิตรกล่าวต่อว่าย ย เรื่องเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไขเร็วที่สุดย คือการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูและการพัฒนาครูย ย ย เนื่องจากครูเป็นหัวใจหลักและต้องทำให้ได้ย อย่างเร็วที่สุดย อีกทั้งต้องประกันคุณภาพของครูย ย ที่ได้รับการพัฒนาด้วยวิธีการต่างๆย แล้วนำไปสู่การปฏิบัติได้ย ทั้งนี้ยังต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศย เข้ามาเป็นเครื่องมือใหม่ของการจัดการศึกษาย การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูย โดยลดปฏิสัมพันธ์ให้เด็กเรียนกับสื่อให้เพิ่มขึ้นย ขณะเดียวกันจะสามารถเพิ่มคุณภาพให้เด็กได้ย เพราะการเรียนรู้ปัจจุบันย ในโลกกว้างมีแหล่งความรู้ที่เด็กสามารถจะเข้าถึงและเอามาพัฒนาตนเองได้
ศ.ดร.วิจิตรกล่าวยังอีกว่าย การปฏิรูปการศึกษาหมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญย 3ย ส่วนคือย 1.การเปลี่ยนแปลงความคิดเป็นส่วนที่เป็นการพัฒนาระบบความคิดย ซึ่งจะนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าย ไม่ใช่มานั่งคิดกันในหมู่ผู้ที่เกี่ยวข้องย แต่ควรจะให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการความคิดและอยู่ในระบบเดียวกันย 2.ระบบบริหารจัดการซึ่งขณะนี้มีเพียงรูปแบบเดียวเท่านั้นย แต่กระบวนการบริหารจัดการย ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมย หรือกระจายอำนาจย ก็ยังไปไม่ถึงและยังไม่ทำให้โรงเรียนเข้มแข็งขึ้นย และย 3.ย ระบบพฤติกรรมหมายถึงพฤติกรรมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งครูย และผู้บริหารย ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ต้องปฏิรูประบบการศึกษาโยงเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ของเด็กย แต่ทำยังไม่ครบย แสดงให้เห็นว่าฝ่ายปฏิบัติยังไม่เข้าใจย ย ย ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงและที่ผ่านมาย ยังยึดติดอยู่กับระบบการจัดการศึกษาแนวเดิมๆย ย ผมมองว่าระบบการศึกษาของไทยย จึงเป็นเรื่องที่จะต้องทบทวนกันอีกเยอะย ศ.ดร.วิจิตรกล่าว
เสียงเด็กกระหึ่มเว็บค้านทุบโยธินสนองการเมือง!!
อีกไม่นานโรงเรียนโยธินบูรณะที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน 73 ปี สร้างคนคุณภาพสู่สังคมมากมาย จะถูกทุบทิ้งเพื่อสร้างอาคารรัฐสภาหลังใหม่ในปลายปีนี้ให้นักการเมืองไม่กี่ร้อยชีวิตมานั่งประชุมกัน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
