เจ้าของฟาร์มหมา ระบุ ร็อตไวเลอร์ร้อยละ 90 เกลียดเด็ก หากจะเลี้ยงต้องให้โตมาพร้อมกัน ชี้ พันธุ์นี้ควรเลี้ยงแต่เล็ก และเลี้ยงแบบปล่อยหมาโหด
(14ส.ค.) นางชรินรัตน์ รุ่งเพชรวงศ์ เจ้าของฟาร์มเลี้ยงสุนัขขอนแก่นรุ่งโชคดี กล่าวว่า สุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ นิสัยมีความดุร้ายและร้อยละ 90 มักไม่ชอบเด็ก หากต้องการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้ไว้ เพื่อเฝ้าบ้าน ควรต้องนำมาเลี้ยงไว้ตั้งแต่เล็กๆและเอาใจใส่ดูแลอย่างดี ให้มีความรู้ และต้องสุนัขคุ้นเคยกับผู้เลี้ยง หรือคนในบ้านอย่างดี
"ไม่ควรนำสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ที่โตแล้วมาเลี้ยง หากบ้านไหนมีเด็ก และต้องการเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ ก็ต้องเลี้ยงแบบให้โตคู่มาด้วยกัน เพื่อให้สุนัขกับเด็กเกิดความคุ้นเคยกัน จึงจะทำให้สุนัขไม่ดุร้าย ส่วนวิธีการเลี้ยงไม่ควรใช้วิธีตี ต้องใช้การดุแทน หากตีต้องตีแรงๆ ให้เขารู้ว่าเราทำโทษ"
นางชรินรัตน์ กล่าวว่า การเลี้ยงสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ ควรเอาใจใส่เป็นพิเศษ คนเลี้ยงต้องหยอกล้อ ต้องพาสุนัขไปออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย เมื่อเวลาสุนัขพันธุ์นี้โตขึ้นมาก็จะเกิดความคุ้นเคยกับผู้เลี้ยงและเด็ก ไม่ดุร้าย ในกรณีที่สุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ กัดเด็กตามที่เป็นข่าว สาเหตุเนื่องจากผู้เลี้ยงไม่เอาใจใส่สุนัข และไม่เคยสัมผัสสุนัขเลย ถ้าให้ดีควรมีการเลี้ยงแบบปล่อยแต่ต้องดูแลใกล้ชิด
ก่อนหน้านั้นเวลา 01.00 น.วันเดียวกัน พ.ต.ท.สมนึก เจียมจังหรีด สารวัตรเวร สภ.เมืองนครราชสีมา รับแจ้งมีเหตุสุนัขกัดเด็กเสียชีวิต เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 447/8 ชุมชนมหาชัย-อุดมพร ถ.พายัพทิศ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบ้านหลังใหญ่ มีรั้วรอบขอบชิด ตั้งอยู่เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ที่บริเวณหน้าประตูบ้านมีรอยคราบเลือดกระจายเต็มพื้นใกล้กันพบศพ ด.ญ.ร่มเกล้า พลู หรือน้องนีน่า อายุ 1 ปี 8 เดือน นอนเสียชีวิตสภาพศพศีรษะเปิด บริเวณลำคอ หน้าอก และแขนขา มีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง
นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 รายคือนางจินตนา พลู อายุ 42 ปี มารดาของน้องนีน่า มีบาดแผลที่ขาซ้าย สาเหตุเนื่องจากถูกสุนัขพันธุ์ร็อดไวเลอร์ ที่เลี้ยงไว้จำนวน 2 ตัวรุมกัด นางจินตนา ให้การว่า บ้านหลังที่เกิดเหตุมีผู้อาศัย 4 คน ประกอบด้วย มารดา นางจินตนา และลูกสาวอีก 2 คน โดยสามีของตน ซึ่งเป็นชาวฮอลแลนด์ชื่อโยฮัน เนส แบนาดา พลู ซึ่งเป็นช่างประจำเรือสินค้าที่ประเทศฮอลแลนด์ ได้ไปทำงานอยู่ต่างประเทศ และยังไม่ได้กลับมา ซึ่งนานๆครั้งสามีของตน จึงจะกลับบ้านมาพักที่เมืองไทย
โดยบ้านของตนเลี้ยงสุนัขไว้ 3 ตัว เป็นสุนัขพันธุ์ล็อตไวเลอร์ทั้งหมดที่สามีไปซื้อมาจากฟาร์มแห่งหนึ่ง เป็นเพศผู้ 2 ตัว ชื่อ ชาร์โด้ และบูเร็ต อายุ 3 ปี และเป็นสุนัขที่เพิ่งซื้อมาใหม่ไม่นาน ส่วนอีกตัวเป็นเพศเมีย ชื่อ วิดนี่ อายุ 4 ปี เป็นสุนัขที่เชื่อง และถูกฝึกมาแล้ว ขะเกิดเหตุ ตนกับน้องนีน่าลูกสาวคนเล็ก ได้เดินทางกลับมาจากงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนของตน และกำลังจะเข้าบ้าน
ขณะที่ตนได้ลงจากรถและอุ้มน้องนีน่า เพื่อไปเปิดประตูเข้าบ้าน ระหว่างที่กำลังไขประตูบ้าน ตนวางน้องนีน่าลงกับพื้น ขณะเดียวกันสุนัขร็อดไวเลอร์ที่เลี้ยงไว้ 2 ตัว เพศผู้ ชื่อ ชาร์โด้ และบูเร็ต อายุ 3 ปี ได้วิ่งกรูเข้ามาฉุดกระชากตัวน้องนีน่า ก่อนจะไปรุมกัดอย่างบ้าคลั่ง ตนเห็นดังนั้นจึงเข้าไปช่วยไล่ตี แต่สุนัขก็ไม่ยอมปล่อย ตนจึงได้ร้องตะโกนให้คนในบ้านออกมาช่วย ส่วนตนต้องต่อสู้กับสุนัขทั้ง 2 ตัวนานกว่า 5 นาที แต่ก็ไม่สามารถช่วยน้องนีน่าได้
และสุนัขทั้ง 2 ตัวก็ยังคงรุมกัดน้องนีน่าต่อไป จนมารดาของตน คือนางสมทรง พันธ์วิเศษ ได้ยินเสียงวิ่งออกมาจากบ้าน เข้าช่วยอุ้มน้องนีน่า หนีจากหมาเข้าไปในบ้านและปิดประตู ก่อนที่มันจะวิ่งกลับไปที่กรง และหยุดความบ้าคลั่ง แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถช่วยชีวิตลูกสาวเอาไว้ได้ ส่วนตนเองได้รับบาดเจ็บถูกหมาทั้งสองตัวกัดที่ใบหน้า ขา และแขน
ซึ่งสาเหตุที่สุนัขทั้ง 2 ตัวรุมกัดลูกสาว เนื่องจากสุนัขทั้ง 2 ตัว เป็นสุนัขที่ตนและสามีเพิ่งซื้อมาใหม่และยังไม่ได้รับการฝึก จึงยังไม่คุ้นเคยกับคนในบ้าน ส่วนการที่ต้องปล่อยสุนัขออกมาจากกรง เนื่องจากบริเวณบ้านมักเกิดเหตุลักทรัพย์บ่อยครั้ง และบ้านของตนก็เคยถูกโจรแอบปีนเข้ามาลักทรัพย์แล้วครั้งหนึ่ง ตนจึงต้องปล่อยสุนัขออกมา เพื่อให้มันเฝ้าบ้าน แต่ก็ไม่นึกว่ามันจะกลับมาทำร้ายตนเองและลูกสาวอย่างนี้
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
