คอลัมน์ zoom contentถือได้ว่าเป็นกิจกรรมแรกในแวดวงธุรกิจวัสดุก่อสร้างในปีหนู สำหรับโครงการ INSEE Awards 2007 ของบริษัทมหาชน ปูนซีเมนต์นครหลวง ที่จัดขึ้นภายในบริเวณสวนสาธารณะเซ็นทรัล พระราม 2 เมื่อเร็วๆ นี้
นับเป็นการเปิดเวทีให้นักศึกษาระดับอาชีวะได้เข้ามาแข่งขันทดสอบฝีมือกันภายใต้โจทย์ 2 หัวข้อ ที่ถือว่าน่าสนใจและท้าทายฝีมือไม่น้อย
เริ่มจากโครงการ ก่อสร้างเพื่อพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ผู้เข้าแข่งขันจาก 20 สถาบัน ลงพื้นที่เวิร์กช็อปตามชุมชนต่างๆ เพื่อจัดทำสิ่งปลูกสร้างหรือปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่ให้ดีขึ้นตามแต่ที่ ชุมชนนั้นๆ ต้องการ
อีกโครงการ คือ การแข่งขันทักษะวิชาชีพช่างก่อสร้าง งานก่ออิฐ-ฉาบปูน ซึ่งปีนี้วางโจทย์ให้น้องๆ 18 ทีม (ถอนตัว 2 ทีม) ปั้น ม้านั่งสนาม (INSEE Outdoor Chair) ตามแบบที่กำหนดภายใน 3 วัน หรือ 20 ชั่วโมง ความยากของโจทย์นี้ไม่ได้อยู่ที่ระยะเวลาเพียงอย่างเดียว แต่รวมการปั้นม้านั่งให้ได้รูปทรงเหมือนต้นแบบ รูปทรงคล้าย ลูกคลื่น โค้งมน
สถาพร เพชรทองคำ เลขานุการบริษัทและธุรกิจสัมพันธ์ของ ปูนซีเมนต์นครหลวง คีย์แมนของงานนี้เล่าว่า จัดงาน INSEE Awards มาตั้งแต่ปี 2000 เป้าหมายเพื่อให้โอกาส นักศึกษาได้ทดสอบและพัฒนาฝีมือในวิชาชีพก่อสร้าง ที่สำคัญเป็นการตอบแทนสังคมตามนโยบายการทำ CSR
อย่างโครงการก่อสร้างเพื่อพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ปีนี้เราให้ผู้เข้า แข่งขันลงพื้นที่เวิร์กช็อปกับชุมชนจริง ถามว่าเขาอยากได้สิ่งปลูกสร้างอะไร และคัดเลือกผลงานที่ชนะเลิศ 3 รางวัลเพื่อนำไปปลูกสร้างจริง โดย วางเงื่อนไขว่าจะสนับสนุนค่าดำเนินการให้ 1 แสนบาท และปูนซีเมนต์จำนวนหนึ่ง นี่คือความหมายของคำว่าอย่างยั่งยืน คือไม่ได้มีรางวัลเพียง อย่างเดียว แต่มอบสิ่งปลูกสร้างที่ถาวรให้ชุมชน
ผลงานที่ส่งเข้าร่วมโครงการจึงมีหลากหลาย อาทิ ห้องสมุด สวนสาธารณะ ลานกิจกรรม ฯลฯ ทั้งหมดมาจากความต้องการของคนในชุมชนจริงๆ อย่างน้องนักศึกษาตัวแทน วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ นำเสนอไอเดียพัฒนาโครงการ สวนสุขภาพหนองปรือ ในบริเวณชุมชนหนองปรือ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์
โดยให้เหตุผลว่า เป็นเพราะปัจจุบันสวนสาธารณะหนองปรือมีชาวบ้านในชุมชนมาใช้งานน้อยมาก จึงอยากพัฒนาบรรยากาศสวนให้ร่มรื่นมากขึ้น และมีพื้นที่เปิดโล่งออกกำลังกายได้ด้วย
แนวคิด คือ การสร้างความร่มรื่นให้กับสวน จะใช้ปูนซีเมนต์ปั้นเป็น ตอการ์ตูน (ตอไม้เลียนแบบธรรมชาติ) สำหรับปลูกต้นไม้เพื่อสร้างความร่มรื่น ซึ่งเป็นผลงานที่วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ สร้างสรรค์ขึ้นมาจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับสถาบัน ม้านั่งตอไม้ ที่ดีไซน์ให้มีตอสำหรับปลูกต้นไม้ รวมถึง กระเช้าสีดา สำหรับปลูกไม้ประดับ และยังติดตั้งหลอดไฟเพื่อส่องสว่างได้อีกด้วย
ยังมีผลงานจากน้องๆ อีกหลายสถาบันที่น่าสนใจ อาทิ วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่เสนอผลงาน ห้องสมุดไอที เพื่อเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและส่งเสริมอาชีพ โดยออกแบบอาคารแบบสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัย มุงด้วยหลังคาดินซีเมนต์ รูปร่างหน้าตาคล้ายกับศาลาทรงไทย วิทยาลัยการอาชีพนครศรีอยุธยา ออกแบบอาคารศูนย์ประสานงานเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน เป็นศูนย์กลางให้ข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับสุขภาพของชุมชน ฯลฯ
ใกล้ๆ กันมีกลุ่มนักศึกษากำลังขะมักเขม้นกับการประลองฝีมือปั้นปูนให้เป็นม้านั่ง ซึ่งต้องลงมือเองตั้งแต่การผสมปูน ขึ้นแบบ ที่สำคัญต้องให้ขนาดเท่ากับต้นแบบ เพราะยิ่งแตกต่างมากเท่าไหร่ก็จะถูกตัดคะแนนมากเท่านั้น
หลังจากผลงานทั้งหมดผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการแล้ว ปรากฏว่าโครงงานก่อสร้างเพื่อการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทีมจากวิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ (ห้องสมุดไอที) วิทยาลัยเทคนิคดุสิต (สวนสุขภาพชุมชนบางกระบือ 14) และวิทยาลัยเทคนิคตรัง (ลานเรียนรู้ นิเวศป่าสาคู จังหวัดตรัง) คว้ารางวัลไปครอง
ส่วนการแข่งขันปั้น INSEE Outdoor Chair ทีมวิทยาลัยการอาชีพเชียงราย วิทยาลัยการอาชีพสว่างดินแดน วิทยาลัยเทคนิคจันทบุรี ได้รับรางวัลเหรียญทอง เงิน และทองแดง ตามลำดับ ส่วนวิทยาลัยเทคนิคตราดและเทคนิคกาฬสินธุ์รับรางวัลชมเชยคู่กัน
ถือเป็นไอเดียดีๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกับการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน
หน้า 12
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
