พลันที่ สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี มีดำริชัดเจนจะปรับปรุงระบบรางรถไฟทั่วประเทศให้เป็นทางคู่ มูลค่าลงทุนร่วม 3 แสนล้านบาท โดย ยกระดับเป็นภารกิจเร่งด่วนให้ความสำคัญไม่แพ้โครงการรถไฟฟ้า 9 สาย ปรากฏว่า สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่ เด้งรับนโยบายนี้อย่างเต็มที่ เข้าทำนองคอหอยลูกกระเดือก ว่ายังไงก็ว่าตามกันส่งผลให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ต้องวุ่นอยู่กับการเตรียมรายละเอียดข้อมูลเสนอให้รัฐมนตรีพิจารณา อย่างไรก็ตามถือว่าไม่เหนือบ่ากว่าแรงเพราะส่วนใหญ่เป็นโครงการอยู่ในแผนดำเนินการที่ ร.ฟ.ท.ศึกษาและเตรียมความพร้อมไว้นานแล้ว
มาสเตอร์แพลนของ ร.ฟ.ท.มีแผนจะก่อสร้างทางคู่ทั่วประเทศ ระยะทางรวม 4,044 กิโลเมตร เพื่อเป็นการเสริมโครงข่ายการด้านการขนส่งสินค้า สถานะปัจจุบันก่อสร้างเสร็จแค่ 340 กิโลเมตร คิดเป็น 8.4% ของโครงข่ายทางรถไฟทั่วประเทศ
ทางคู่ 340 กิโลเมตรดังกล่าว พบว่า ล้วนอยู่ในเส้นทางชานเมืองโดยรอบกรุงเทพฯ ประกอบด้วยช่วงรังสิต-ชุมทางบ้านภาชี ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน-นครปฐม ช่วงชุมทางบ้านภาชี-ลพบุรี ช่วงชุมทางบ้านภาชี-มาบกะเบา และช่วงหัวหมาก-ฉะเชิงเทรา
ส่วนโครงการที่ รอดำเนินการ ในอนาคต ที่ ร.ฟ.ท.วาดแผนจะสร้างให้เสร็จใน 6 ปี จะตัดตอนเป็นแผนนำเสนอรัฐบาลเร่งดำเนินการในระยะแรก ประกอบด้วย
โครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา-ศรีราชา-แหลมฉบัง ระยะทาง 78 กิโลเมตร ค่าก่อสร้าง 5,292 ล้านบาท เพิ่งได้ผู้รับเหมาก่อสร้าง คือ บริษัท กลุ่ม ช.ทวีก่อสร้าง จำกัด ราคา 3,926 ล้านบาท และจะเซ็นสัญญาเร็วๆ นี้
เส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออกช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย 106 กิโลเมตร วงเงิน 7,648 ล้านบาท โดยสายนี้ ร.ฟ.ท.พยายามผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง มีการบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ระยะเร่งด่วนปี 2550 เพื่อเป็นเส้นทางขนส่งหลักในการเชื่อมโยงการขนส่งระบบรางจาก ภาคเหนือ-อีสานมายังพื้นที่ชายทะเลฝั่งตะวันออกสู่ท่าเรือแหลมฉบังโดยตรง แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ฉะนั้นภายใต้รัฐบาลสมัคร 1 ร.ฟ.ท.เตรียมฟื้นโครงการทางคู่สายนี้อีกครั้ง
ลักษณะของโครงการจะก่อสร้างทางรถไฟใหม่เพิ่มอีก 1 ทาง คู่ขนานไปกับทางรถไฟปัจจุบันช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย พร้อมติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ ก่อสร้างทางเชื่อม หรือ by pass ระหว่างสายทาง 3 แห่ง โดยไม่ผ่านสถานีชุมทาง ได้แก่ 1)ชุมทางฉะเชิงเทรา 1 ก.ม. เชื่อมสายคลองสิบเก้า-แก่งคอยกับสายฉะเชิงเทรา-สัตหีบ 2)ชุมทางแก่งคอย 3.4 ก.ม. เชื่อมสายตะวันออกเฉียงเหนือกับสายคลองสิบเก้า-แก่งคอย 3)ชุมทางบ้านภาชี 1 ก.ม. เชื่อมสายเหนือกับสายตะวันออกเฉียงเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือและสายใต้
โครงการก่อสร้างทางคู่เป็นช่วงตามความจำเป็น ในเส้นทางรถไฟสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ ระยะทางรวม 832 กิโลเมตร วงเงิน 75,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแผนการพัฒนาระบบโลจิสติกส์เช่นกัน ใช้เวลาก่อสร้าง 6 ปี
ทำทางคู่จะช่วยร่นเวลาการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง และทำให้รอบหมุนเวียนของรถไฟดีขึ้นประมาณ 30-40% ไม่ต้องเสียเวลาสับหลีก สามารถวิ่งสวนทางกันได้เลย ที่สำคัญช่วยประเทศในเรื่องของการพัฒนาระบบขนส่งสินค้าและประหยัดค่าใช้จ่าย รักษาการผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. นคร จันทรศร กล่าวกับ ประชาชาติธุรกิจ
นอกจากนี้ยังมีแผนโครงการพัฒนาที่ดินของ ร.ฟ.ท.ทั่วประเทศ โดยเฉพาะแปลงใหญ่อย่างที่ดินมักกะสันกว่า 500 ไร่ พหลโยธินกว่า 1,000 ไร่ ริมแม่น้ำอีกกว่า 500 ไร่
รวมถึง เผือกร้อน เกี่ยวกับแผนฟื้นฟูของ ร.ฟ.ท. เพื่อแร่งแก้ปัญหาภาระหนี้ที่แต่ละปีเพิ่มทวีคูณขึ้นทุกวัน จนกระทั่งปัจจุบันภาระหนี้แตะอยู่ที่ 85,000 ล้านบาท ซึ่งช่วง รัฐบาลขิงแก่ ที่ผ่านมาได้เพิ่มหนี้ให้ ร.ฟ.ท.อีกกว่า 34,000 ล้านบาท จากเงินลงทุนโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ (แอร์พอร์ตเรลลิงก์) จากเดิมมีภาระหนี้อยู่ที่กว่า 51,000 ล้านบาท
เผือกร้อนก้อนนี้ถ้ารัฐมนตรีปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 พรรคพลังประชาชนเอาไม่อยู่ ตัวเลขหนี้อาจจะเพิ่มทะลุถึง 1 แสนล้านบาทก็เป็นได้ !
หน้า 11
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
