เคแลนด์ ดึงทุนนอกเมืองลุงแซม Lombard Asia III L.P. (LAIII) ภายใต้การบริหารจัดการของ Lombard Investments, Inc. สหรัฐอเมริกา เข้าซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพจำนวน 45 ล้านหุ้น มูลค่ากว่า 623 ล้านบาท หวังสร้างแต้มต่อทางการเงินบุกตลาดที่อยู่อาศัยปี 2551นายธงชัย คุณากรปรมัตถ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทกรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน) หรือเคแลนด์ เปิดเผยว่า บริษัทได้เสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพอายุ 5 ปี ให้แก่กองทุน Lombard Asia III จำนวน 45 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 13.85 บาท มูลค่ากว่า 623 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 25% ของหุ้นทั้งหมด
ตอนแรกลอมบาร์ด (Lombard) ต้องการเข้าถือหุ้นโดยตรง แต่เนื่องจากบริษัทมีสัดส่วนหุ้นที่ต่างชาติสามารถถือได้เหลือไม่เพียงพอกับความต้องการ จึงได้ออกเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพแทน โดยลอมบาร์ดสามารถแปลงสภาพหุ้นกู้เป็นหุ้นสามัญได้หลังจากที่บริษัทสามารถเข้าจดทะเบียนต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ
นายธงชัยกล่าวว่า การที่บริษัทได้ตัดสินใจเข้าร่วมทุนกับลอมบาร์ดในครั้งนี้จะทำให้บริษัทมีฐานะการเงินที่เข้มแข็งเพื่อรองรับการขยายโครงการใหม่ๆ ที่มีสเกลการลงทุนไม่สูงจนเกินไป เฉลี่ยต่อโครงการอยู่ที่ 1,500 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้สามารถสร้างรายได้ได้เร็วขึ้น จากเดิมการลงทุนของบริษัทส่วนใหญ่จะเน้นที่การพัฒนาโครงการที่มีขนาดใหญ่และสินค้าไฮเอนด
นายโทมัส สมิท ผู้บริหารระดับสูงลอมบาร์ดสำนักงานซานฟรานซิสโก กล่าวว่า กองทุน Lombard Asia III ตั้งขึ้นเมื่อกลางปี 2550 เป็นกองทุนประเภท Private Equity มีเครือข่ายหลายแห่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ถือหน่วยลงทุนคือสถาบันการเงินชั้นนำของโลก ประกอบด้วย International Finance Corporation (IFC) ของกลุ่ม World Bank, Asian Development Bank (ADB), California Public Employes Retirement System (CalPERS), หน่วยงานลงทุนของรัฐบาลประเทศต่างๆ เช่น สหราชอาณาจักร เยอรมนี แคนาดา
ที่ผ่านมาได้เข้าลงทุนมากกว่า 19 บริษัทในประเทศไทยในธุรกิจอื่นๆ ผ่านกองทุนในเอเชีย 2 กองทุน คือ Lombard Asia I และ II มีขนาดกองทุนต่อกองประมาณ 250 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยที่ผ่านมาได้มีการลงทุนในบริษัทต่างๆ อาทิ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน), และบริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เป็นต้น
นายธงชัยกล่าวเพิ่มเติมถึงเป้าหมายในการดำเนินงานปีนี้ของเคแลนด์ว่า หลังจากมีผู้ร่วมทุนใหม่จะเน้นลงทุนในโครงการที่มีการสร้างยอดขายที่เร็วมากขึ้น โดยผลิตสินค้าทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียมที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดระดับกลาง จากเดิมที่จับตลาดกลาง-บนเป็นหลัก โดยปีนี้บริษัทได้เตรียมเงินซื้อที่ดินเพื่อรองรับการพัฒนาในปีนี้ และปี 2552 ประมาณ 600-1,000 ล้านบาท
ปีนี้นอกจากจะลงทุนขยายเฟสใหม่ในโครงการเดิมแล้ว น่าจะได้เห็นโครงการใหม่ 2-3 โครงการ เป็นบ้านเดี่ยวแบรนด์นีโอ ราคาขายประมาณ 3 ล้านบาทบวกลบ ส่วนทาวน์เฮาส์ยังใช้แบรนด์เออเบิน ราคาขาย 3 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งราคาขายต่อยูนิตอาจถูกลงมากกว่านี้ ขึ้นอยู่กับต้นทุนที่ดิน และคอนโดฯติดแนวรถไฟฟ้าราคาขายเริ่มต้นที่ 2 ล้านบาทขึ้นไป นายธงชัยกล่าว
หน้า 10
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
