ทำแก้มลิงเป็นพื้นที่รับน้ำในโครงการจัดสรรยังไม่ได้ข้อสรุป กรมที่ดินดึงหน่วยงานรัฐ-เอกชน ถกต่อ ดีเวลอปเปอร์ชี้ควรบังคับใช้เฉพาะทำเลเสี่ยงน้ำท่วมโซนตะวันออก แถบมีนบุรี ลาดกระบัง หนองจอก คลองสามวา ประเวศนายสุรสิทธิ์ สหัสธรรมรังสี ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กรมที่ดิน เปิดเผยว่า จากที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) มีนโยบายจะให้หมู่บ้านจัดสรรจัดทำแก้มลิงหรือพื้นที่รับน้ำเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมว่า จากการระดมความคิดเห็นเรื่องดังกล่าวร่วมกับคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน กทม. และตัวแทนผู้ประกอบการ เพื่อพิจารณาแก้ไขข้อกำหนดการจัดสรรที่ดินของคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2544 ปรากฏว่าทุกฝ่ายเห็นควรต้องมีการสร้างแก้มลิงไว้ในพื้นที่จัดสรร เพื่อให้เป็นพื้นที่หน่วงน้ำ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติว่าควรจะจัดทำในพื้นที่ใด
ขั้นตอนต่อจากนี้ไปคงต้องหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ร่วมกันจนกว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน จากนั้นกรมที่ดินจะยกร่างแก้ไขข้อกำหนดจัดสรรที่ดิน กทม. เสนอให้คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง (บอร์ดจัดสรร) พิจารณา หากได้รับความเห็นชอบก็จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาบังคับใช้ เพื่อให้ผู้ประกอบการพัฒนาที่ดินยึดถือปฏิบัติต่อไป
ทั้งนี้ ในการหารือร่วมกันระหว่างคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน กทม. และตัวแทนผู้ประกอบการ ที่ประชุมเห็นว่าการสร้างแก้มลิงเพื่อรับน้ำเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับโครงการจัดสรร แต่ให้ใช้คำว่าพื้นที่หน่วงน้ำแทน ซึ่งในส่วนของ กทม.เสนอว่า ให้นำพื้นที่ส่วนกลางซึ่งเป็นสวนสาธารณะ 5% ของพื้นที่โครงการมาใช้ โดยกันเป็นพื้นที่รับน้ำครึ่งหนึ่งหรือ 50% แต่หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยเนื่องจากมองว่า พื้นที่ส่วนกลางในโครงการมีน้อยอยู่แล้ว
ขณะที่สำนักนโยบายและแผนทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เสนอความเห็นว่า ควรสร้างพื้นที่หน่วงน้ำในพื้นที่ที่เป็นสาธารณูปโภคที่ใช้แล้ว เช่น พื้นที่ใต้ถนน เป็นต้น จึงต้องศึกษาว่าควรจะเป็นรูปแบบใดจะเหมาะสม แต่พื้นที่หน่วงน้ำก็ยังไม่ได้ตัดทิ้งเพราะเป็นนโยบายของกระทรวงมหาดไทย
สำหรับข้อเสนอของภาคเอกชนเห็นว่า ควรจะกำหนดให้จัดทำแก้มลิงหรือพื้นที่หน่วงน้ำเฉพาะบางโซนที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาน้ำท่วมเท่านั้น อาทิ โซนตะวันออกของ กทม. เช่น มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง คลองสามวา ประเวศ ส่วนพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมไม่ควรมีข้อกำหนดในลักษณะนี้มาบังคับใช้ เพราะจะเป็นการเบียดบังพื้นที่ที่เป็นสวนสาธารณะของโครงการ และหากจะใช้พื้นที่ของสวนสาธารณะจริงๆ ก็น่าจะพิจารณาว่าจะทำเฉพาะโซนหรือไม่
นายสุรสิทธิ์ยังกล่าวต่อว่า สำหรับข้อเสนอให้แก้ไขข้อกำหนดจัดสรรที่ดิน กทม. พ.ศ.2544 ในประเด็นการจัดทำสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะในโครงการนั้น ขณะนี้ร่างข้อกำหนดอยู่ระหว่างเสนอให้คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางพิจารณา เป้าหมายเพื่อทำให้ผู้ซื้อโครงการบ้านจัดสรรสะดวกในการอยู่อาศัยมากขึ้น และไม่เพิ่มภาระให้กับผู้บริโภค
อาทิ การจัดทำสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะในโครงการจัดสรรที่ดิน ต้องทำในที่ดินที่มีชื่อผู้ขอใบอนุญาตทำการจัดสรรเท่านั้น เนื่องจากที่ผ่านมามีการนำที่ดินของบุคคลอื่นมา จดทะเบียนภาระจำยอมให้โครงการจัดสรรใช้ประโยชน์เป็นสาธารณูปโภค เช่น ถนน ทำให้ผู้ซื้อเข้าใจว่าเป็นถนนของผู้จัดสรร ต่อมามีการนำถนนไปให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์เพิ่มเติม ทำให้ผู้ซื้อไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เหมือนเดิม เป็นต้น
หน้า 11
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
