คอลัมน์ เวนคืนอัพเดตกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนเพื่อสร้างและขยายทางหลวงท้องถิ่น สายเชื่อมระหว่างถนนประดิพัทธ์กับถนนกำแพงเพชร มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา
วัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินของสำนักการโยธา กทม. มีสิทธิเข้าไปทำการสำรวจพื้นที่ในแนวเขตทางว่า มีจำนวนผู้ที่จะถูกเวนคืนที่ดินและอาคารบ้านเรือนมากน้อยแค่ไหน
จริงๆ แล้วโครงการนี้ กทม.มีแผนจะก่อสร้างมานานหลายสิบปีแล้ว ผ่านมือผู้ว่าฯ กทม.หลายยุคหลายสมัย แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถผลักดันโครงการให้เกิดขึ้นได้
ติดปัญหาที่ดินฝั่งริมถนนกำแพงเพชร ซึ่งเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ที่ให้ตลาด อ.ต.ก.เช่าดำเนินการอยู่ ยังไม่สามารถนำคืนกลับมาได้ ทำให้โครงการถูกพับเก็บเข้าลิ้นชักตลอดมา
ครั้งหลังสุดเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา กทม.ได้ทำการสำรวจแนวเวนคืนโครงการนี้อีกครั้ง พร้อมๆ กับเสนอออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน และผ่านการพิจารณาตามขั้นตอนจนสามารถประกาศ พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวได้ช่วงต้นปีนี้
แน่นอนว่าจากนี้ไป โครงการเชื่อม ถนนประดิพัทธ์กับถนนกำแพงเพชร ถูกปัดฝุ่นขึ้นมาใหม่ และกำหนดให้ปลายทางซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดโครงการซึ่งเดิมจะอยู่ติดกับที่ดินของการ รถไฟฯ ก็จะใช้ถนนเดิมด้านข้างตลาด อ.ต.ก.ที่มีอยู่แล้วแทน
หากจำกันได้ ที่ดินของเอกชนรายหนึ่งบริเวณติดริมคลองบางซื่อ ขนาด 23 ไร่ ใน ซอยประดิพัทธ์ 17 หรือ ซอยถวัลศักดิ์ ก่อนหน้านี้เคยเป็นทำเลที่ สมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 25 เลือกใช้เป็นทำเลผุดโครงการแฟลตข้าวโพด แห่งที่ 2 สมัยที่นั่งเก้าอี้เป็นผู้ว่าฯ กทม. แต่สุดท้ายถูกยกเลิกไปเนื่องจากทางเข้าออกค่อนข้างแคบ ทำให้ที่ดินแปลงนี้ถูกปล่อยให้เป็นที่ดินว่างเปล่ามาจนถึงทุกวันนี้
จากการสำรวจแนวเส้นทางโครงการพบว่า นอกจาก กทม.จะต้องเวนคืนที่ดินตั้งแต่ปากซอยทั้ง 2 ข้างทางตลอดแนวแล้ว จากปากซอยทาง ฝั่งขวามือที่ดินที่อยู่ในข่ายจะถูกเวนคืนบางส่วน ยังเป็นที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระ มหากษัตริย์ ที่ปัจจุบันมีผู้เช่าทำเป็นตึกแถวอยู่ด้วย
ขณะซ้ายมือเป็นทางเข้าโรงแรมประดิพัทธ์ บริษัท 33 และที่ดินของเอกชนจะต้องถูกเวนคืนด้วย เนื่องจากเป็นจุดที่จะเชื่อมเส้นทางไปทะลุออกตลาด อ.ต.ก. บริเวณถนนกำแพงเพชร โดยจะตัดถนนใหม่ผ่ากลาง
เมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ เจ้าของที่ดินรายหนึ่งนำที่ดินที่จะถูกเวนคืนมาเสนอขายให้กับ กทม. แต่ก็ยังไม่สรุปที่ชัดเจน เป็นเพียงการหารือกันเบื้องต้น เพราะถ้า กทม.จะตัดถนนใหม่ผ่านที่ดินแปลงนั้นจะทำให้ที่ดินมีมูลค่าเพิ่มขึ้นด้วย แหล่งข่าวจาก กทม.กล่าวกับ ประชาชาติธุรกิจ
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า หลังจากพระราชกฤษฎีกามีผลบังคับใช้แล้ว ขั้นตอนต่อจากนี้ไปจะเข้าไปสำรวจพื้นที่ที่ดินที่จะทำการเวนคืนเพื่อให้ได้ข้อมูลปัจจุบัน ทั้งจำนวนที่จะเวนคืน ค่าทดแทน และค่าก่อสร้าง เพราะผลศึกษาเดิมผ่านมาหลายปีแล้ว
เดิม กทม.จะขยายซอยให้มีขนาดความกว้าง 12 เมตร เป็นถนนขนาด 4 เลน จากปัจจุบันที่มีความกว้างอยู่ 6-7 เมตร เป็นถนน 2 เลนซึ่งค่อนข้างแคบ ทำให้รถเข้าออกค่อนข้างลำบาก
ตามแนวพระราชกฤษฎีกา แนวเขตทางที่จะเวนคืนกว้าง 50 เมตร แต่เมื่อทำการก่อสร้างจริงๆ คงจะใช้เพียงแค่ 12 เมตร เพื่อทำเป็นถนน 4 เลน มีทางเท้า จากปัจจุบันที่ซอยนี้จะไม่มีทางเท้า
สาเหตุที่ กทม.ต้องหยิบยกโครงการนี้ขึ้นมาสานต่ออีกครั้ง เนื่องจากต้องการแก้ไขปัญหาการจราจรย่านสะพานควายและประดิพัทธ์ที่ติดขัดมาก โดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน
ถนนเส้นนี้เมื่อก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย จะเป็นเส้นทางลัดเชื่อมระหว่างถนนประดิพัทธ์ สะพานควาย ไปออกถนนกำแพงเพชร ช่วยย่นระยะเวลาในการเดินทางได้มาก
อีกทั้งยังช่วยให้ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางมากขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางไปยังพื้นที่ละแวกใกล้เคียง เช่น ถนนสุทธิสาร ถนนพระราม 6 ถนนพหลโยธิน ทางด่วนที่ถนนกำแพงเพชร ไม่ต้องเสียเวลาติดแยกไฟแดงอีกต่อไป
หน้า 12
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
