ข่าวคราวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการระบบทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง หรือ Airport Rail Link ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ที่ออกมาทางสื่อต่างๆ ช่วงก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่จะเป็นไปในเชิงลบมากกว่าด้านบวก สาเหตุมาจากถูกตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะมีความไม่ชอบมาพากลในการดำเนินการหลายอย่างโดยเฉพาะการเร่งเซ็นสัญญากับผู้รับเหมา คือ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนอริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ทั้งที่ยังไม่สามารถ ส่งมอบพื้นที่ให้ได้ จนทำให้ต้องขยายเวลาก่อสร้างให้ผู้รับเหมาออกไปอีก 370 วัน ถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2551 เนื่องจากที่ผ่านมางานก่อสร้างล่าช้ากว่าแผนมาก
ล่าสุดปลายปีที่ผ่านมา นคร จันทรศร รองผู้ว่าการและรักษาการผู้ว่าการการรถไฟฯระบุว่า โครงการแอร์พอร์ต เรลลิงก์ งานก่อสร้างโยธาฯคืบหน้าแล้วกว่า 75% คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปีนี้ จากนั้นจะนำรถไฟฟ้าซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศครบ 9 ขบวนภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ จากนั้นจะทดสอบระบบ คาดว่าน่าจะเริ่มทดสอบได้ในเดือนเมษายนก่อนเปิดให้บริการจริงต้นปี 2552
เนื่องจากโครงการแอร์พอร์ต เรลลิงก์ อยู่ในความสนใจของสาธารณชน แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบรายละเอียด ประชาชาติธุรกิจ เลยขอถือโอกาสแนะนำโครงการนี้พอสังเขป
แอร์พอร์ต เรลลิงก์ ได้รับอนุมัติจาก คณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ดำเนินการเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2547 และวันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2550 ที่ผ่านมา ชัยสวัสดิ์ กิตติพรไพบูลย์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดตัวการมาถึงของรถไฟขบวนแรก
โดยรถไฟฟ้าที่ใช้ในโครงการนี้ คือ รถตระกูล DesiroUK ของบริษัทซีเมนส์ ชนิดเดียวกันกับ Heathrow Express ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ลักษณะขบวนรถเป็นแบบ electrical multiple unit ต่อเป็นชุดขบวน 3-4 bogeys ต่อขบวน เพิ่ม bogey ได้เมื่อต้องการ
ลักษณะของรางวิ่งเป็นประเภทรางคู่ คือวิ่งไปและกลับอย่างละรางสวนทางกัน เช่นเดียวกับ BTS และ MRT แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1.SA Express จะเป็นสีแดง เป็นรถไฟฟ้าด่วนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วิ่งระหว่างสถานีมักกะสัน-สุวรรณภูมิ โดยไม่มีการจอดตามสถานีระหว่างทาง ความเร็วเฉลี่ย 103 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวมระยะทาง 25.7 กิโลเมตร ใช้เวลา 15 นาที ให้บริการ 05.00-01.00 น.
ภายใน 1 ขบวนมี 4 ตู้ แบ่งการใช้งานเป็น 3 ตู้สำหรับใช้ขนส่งผู้โดยสาร ที่เหลืออีก 1 ตู้ใช้เป็นตู้คอนเทนเนอร์ บรรจุกระเป๋าสัมภาระ ส่วนด้านในจะมีที่นั่งเฉพาะที่นั่งปูพรมและที่นั่งบุด้วยผ้า เป็นที่นั่งคู่ซ้ายขวาอย่างละ 2 แถว โดยมีชั้นสำหรับวางกระเป๋าสัมภาระเหนือที่นั่งทั้งสองฝั่งและข้างประตูทางเข้า จุผู้โดยสาร 170 ที่นั่งต่อขบวน มีห้องสุขาโดยผู้ใช้ wheelchair เข้าใช้ห้องน้ำได้อย่างสะดวก มีตู้ขนส่งคอนเทนเนอร์ มีทสำหรับ wheelchair กระเป๋าโดยเฉพาะ 1 ตู้
2.SA City Line เป็นสีน้ำเงิน เป็นรถไฟฟ้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วิ่งระหว่างสถานีพญาไท-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมระยะทาง 28.5 กิโลเมตร ให้บริการทั้งหมด 8 สถานี คือ พญาไทที่จะเชื่อมต่อกับ BTS ราชปรารภ มักกะสันเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดินที่สถานีเพชรบุรี รามคำแหง หัวหมาก บ้านทับช้าง ลาดกระบัง สุวรรณภูมิ ระยะห่างสถานีเฉลี่ย 4.1 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 30 นาที
รถประเภทนี้จะรองรับผู้โดยสารยืนเป็นหลัก มีห่วงยึดและราวจับ ลักษณะที่นั่งจะเป็นแถวยาวเหมือน BTS หรือใต้ดิน จะมีผู้โดยสารได้ 745 คน นั่ง 150 คน ยืน 595 คน มีรถไฟฟ้าทั้งหมด 31 ตู้ เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วนของจริงจะสวยงามแค่ไหน ต้นปีหน้าคงได้สัมผัสกัน
หน้า 10
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
