การเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่กำลังเป็นที่จับตามอง พร้อมๆ กับลุ้นระทึกว่าโครงการขนาดใหญ่อย่างแอร์พอร์ตเรลลิงก์ รถไฟฟ้าบีทีเอสฝั่งธนฯ รถเมล์ด่วนบีอาร์ที ฯลฯ ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างจะได้รับการต่อยอดให้สามารถเปิดให้บริการได้ภายในปีนี้ หรือถูกติดเบรกจนทำให้เกิดความล่าช้าอีกแอร์พอร์ตลิงก์ สะดุดซ้ำ
ในส่วนของโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ที่ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างในสมัยรัฐบาลพรรค ไทยรักไทย เดิม และถูกขุดคุ้ยถึงความไม่ชอบมาพากลหลายด้าน อีกทั้งโครงการยังก่อสร้างแบบทุลักทุเล เพราะเร่งเซ็นสัญญาก่อสร้างทั้งที่ยังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างให้ผู้รับเหมาได้ ถึงวันนี้งานก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนดเป็นปีๆ เป็นการบ้านข้อใหญ่ที่รัฐบาลชุดใหม่ต้องหาทางแก้
จึงถูกตั้งข้อสังเกตุว่ามีความไม่ชอบมาพากลหลายเรื่องทั้งเรื่องการอนุมัติขยายเวลาก่อสร้างให้ผู้รับเหมาออกไปอีก 370 วัน ถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2551 การขยายเวลาการทดสอบระบบไปถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2551 การเร่งเซ็นสัญญาก่อสร้างทั้งที่ยังมอบพื้นที่ก่อสร้างให้ผู้รับเหมาก่อสร้างไม่ได้ การอนุมัติให้การรถไฟฯกู้เงินอีก 9,940 ล้านบาท นำมาชำระค่าก่อสร้างส่วนที่เหลือ รวมทั้งค่าจ้าง ที่ปรึกษาควบคุมงานอีก 400 กว่าล้านบาท ฯลฯ
นคร จันทรศร รองผู้ว่าการและรักษาการ ผู้ว่าการการรถไฟฯบอกว่า ขณะนี้งานโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์คืบหน้า 75% คาดว่างานก่อสร้างโยธาจะแล้วเสร็จปลายปี 2551 จากนั้นจะทดสอบระบบโดยนำรถไฟฟ้ามาวิ่ง ซึ่งซีเมนส์จะนำเข้ารถไฟฟ้าครบทั้ง 9 ขบวน ในเดือนกุมภาพันธ์นี้
ขณะเดียวกันการรถไฟฯอยู่ระหว่างจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาบริหารโครงการ คาดว่าอีก 2-3 เดือนจะเสนอ ครม.ชุดใหม่อนุมัติได้
BTS ฝั่งธนฯยังลูกผีลูกคน
ที่น่าเป็นห่วงน่าจะเป็นโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยายฝั่งธนฯช่วงสะพานตากสิน-แยกถนนตากสิน 2.2 กิโลเมตร ผลงานชิ้นโบแดงของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในยุค อภิรักษ์ โกษะโยธิน นั่งเป็นผู้ว่าฯ เพราะ อภิรักษ์ คือคนของ ประชาธิปัตย์ ดังนั้นหากรัฐบาลใหม่มาจาก พลังประชาชน งานโครงการต่างๆ ของ กทม.อาจจะไม่ราบรื่นเท่าที่ควร
ยิ่งปี 2551 เป็นปีสุดท้ายที่ อภิรักษ์ จะนั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. เพราะจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 29 สิงหาคม 2551 จึงน่าจับตามองว่าบีทีเอสฝั่งธนฯจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2551 ตามที่ให้คำมั่นไว้หรือไม่
3 ปีที่ผ่านมาโครงการบีทีเอส ส่วนต่อขยายฝั่งธนฯ คืบหน้าเพียงแค่การวางระบบรางและก่อสร้างสถานี ยังเหลืองานติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ มูลค่า 390 ล้านบาท ซึ่งล่าช้ามานาน เพราะก่อนหน้านี้ บีทีเอสปรับเปลี่ยนระบบอาณัติสัญญาณใหม่ จากระบบของ ซีเมนส์เป็นของบอมบาดิเอร์ ทำให้ กทม.จำต้องเลือกระบบที่สอดรับกันได้ด้วย
แต่กว่าจะลงตัวก็เสียเวลาเป็นปี
ล่าสุด กทม.เพิ่งจะแก้ปัญหานี้สำเร็จ ตกลง ราคากับ บอม บาดิเอร์ ได้แล้ว ค่างานอยู่ที่ 390 ล้านบาท จากเดิมถูกโขกค่าเร่งรัดงานเข้าไปอีก 9 ล้านบาท ตามกำหนดจะเซ็นสัญญากับ
บอม บาดิเอร์ วันที่ 15-20 มกราคม 2551 จากนั้นจะออกแบบรายละเอียด 3 เดือน ติดตั้งระบบได้เดือนพฤษภาคม ทดสอบระบบเดือนกันยายน และเปิดให้บริการได้เดือนธันวาคม 2551
ลุ้นเฟส 2 ตากสิน-บางหว้า
อภิรักษ์ ยังเร่งผลักดันก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสีลม ในเฟสที่ 2 แนวเส้นทางจะต่อจากโครงการรถไฟฟ้า 2.2 กิโลเมตร เริ่มจากแยกถนนตากสินไปอีก 5.3 กิโลเมตร ถึงแยกต่างระดับราชพฤกษ์หรือบางหว้าที่มีโครงสร้างทางยกระดับรออยู่แล้ว 4.5 กิโลเมตร ยังขาดอยู่อีก 800 เมตร
ตามแผนงาน กทม.จะสร้างโครงสร้างทาง ยกระดับเพิ่มรวมเป็นระยะทางทั้งหมด 5.3 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 7,800 กว่าล้านบาท มีทั้งหมด 4 สถานี คาดว่าจะเปิดประมูลได้เดือนมกราคม 2551 จะเป็นงานก่อสร้างสถานี และก่อสร้าง ทางยกระดับเพิ่มอีก 800 เมตร จะแล้วเสร็จในปี 2552
บีอาร์ที เปิดใช้ ก.ค. 51 จริงแค่ไหน
นอกจากนี้มีโครงการรถเมล์ด่วนพิเศษหรือบีอาร์ที นำร่องสายแรกจากช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ 15.9 กิโลเมตร งบฯก่อสร้าง 2,000 ล้านบาท ตั้งเป้าจะเปิดให้บริการเดือนกรกฎาคม 2551 เช่นกัน
ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างก่อสร้าง โดยแบ่งการก่อสร้างเป็น 3 กลุ่ม จากทั้งหมด 12 สถานี ส่วนการติดตั้งงานระบบจะดำเนินการควบคู่กันไป
สำหรับรถโดยสารบีอาร์ที 45 คันที่จะนำมาวิ่ง หลังล่าช้าไปหลายเดือน ล่าสุดบริษัท เบสท์ลิน กรุ๊ป จำกัด ชนะการประมูลในราคา 387 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 1 ล้านบาท โดย กทม. ปรับลดระยะเวลาการส่งมอบรถลงจาก 210 วัน ให้เร็วขึ้นเป็น 120 วัน ลอตแรกให้ผู้ชนะการประมูลส่งมอบรถให้ ก่อน 20 คัน เพื่อนำไปทดสอบวิ่งในเดือนกรกฎาคม 2551
หน้า 7
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
