เซียร์ร่าฯ กลุ่มทุนรับเหมาแคนาดาผนึกกลุ่มรับเหมาไทยบุกตลาดบ้านพักตากอากาศเมืองหัวหิน ประเดิมโปรเจ็กต์แรก ซีริกดจ์ มีทั้งวิลล่าหรู-คอนโดฯเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะ เผยพร้อมขยายพอร์ตลงทุนไม่อั้น ถ้าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ-การเมืองมั่นคง กฎหมายเปิดช่องนางโรส โอ เฮิร์น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซียร์ร่า โปรเจ็กต์ จำกัด เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า กลุ่มบริษัทเซียร์ร่าจากประเทศแคนานา ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่มีเครือข่ายทั่วโลกได้เข้ามาร่วมทุนกับกลุ่มผู้รับเหมาไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในสัดส่วน 40 : 60 จัดตั้งบริษัทเซียร์ร่า โปรเจ็กต์ เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเจาะตลาดระดับบน โดยโครงการแรกที่เปิดตัวคือโครงการซีริกดจ์ หัวหิน ในพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งนี้หากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศไทยมีแนวโน้ม ดีขึ้นก็มีแผนจะลงทุนโครงการใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีก
สำหรับโครงการซีริกดจ์ หัวหิน ตั้งบนเนื้อที่ประมาณ 33 ไร่ เฟสแรกจะพัฒนาเป็นคอนโด
มิเนียม 56 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้นที่ 5.4-14 ล้านบาท และวิลล่าจำนวน 22 ยูนิต ราคาขาย 7.3-18 ล้านบาท มูลค่าโครงการประมาณ 550 ล้านบาท ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่อยู่อาศัยคุณภาพและมีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 60%
กลุ่มลูกค้าหลักๆ จะมาจากยุโรปมากกว่าคนไทย เช่น สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฯลฯ ถือได้ว่าโครงการนี้ได้รับการตอบรับจากลูกค้าต่างชาติมากกว่าคนไทย เนื่องจากมีทีมการตลาดหาลูกค้าในยุโรปโดยเฉพาะ นางโรสกล่าวและว่า
จากที่บริษัทได้นำโครงการซีริกดจ์ไปทำตลาดในต่างประเทศ ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากลูกค้าจำนวนมาก แต่ติดปัญหาเกี่ยวกับการถือหุ้นหรือทรัพย์สินแทนชาวต่างชาติ (กฎหมายนอมินี) และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและถือครองอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ทำให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อจำนวนหนึ่ง
ยอมรับว่ากฎหมายนอมินีมีผลกระทบต่อการขายมาก เพราะลูกค้าหายไปค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ โดยลูกค้าจำนวนหนึ่งหันไปซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศเวียดนามแทน เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเวียดนามอย่างมาก
สำหรับแผนการลงทุนใหม่ๆ ในปี 2551 ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาลงทุนเพิ่มอย่างน้อย 2 โครงการ มูลค่าโครงการไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถสรุปรายละเอียดได้หลังไทยมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศเรียบร้อยแล้ว โดยทำเลที่สนใจยังอยู่ในหัวหิน และเมืองท่องเที่ยวทางทะเล แต่หากรัฐบาลชุดใหม่ไม่ให้การส่งเสริมนักลงทุนจากต่างประเทศ ก็มีความเป็นไปได้ว่าบริษัทแม่อาจจะโยกการลงทุนไปทำตลาดในเวียดนามและมาเลเซียแทน
หน้า 7
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
