ครม.หั่นโครงการบ้านเอื้ออาทรเหลือแค่ 3 แสนยูนิต ปลดล็อกแบบบ้านใหม่ให้พัฒนาในแบบที่ตอบโจทย์ทางการตลาดได้มากขึ้น หวังขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ จี้การเคหะฯเจรจาแบงก์รัฐขอฟิกซ์อัตราดอกเบี้ยให้ผู้ซื้อบ้านจ่ายค่างวด 1.5-1.8 พันบาท/เดือน โดยรัฐเข้าไปรับภาระส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยหมื่นล้านบาทนายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม
ที่ผ่านมาที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้แก้ไขปัญหาโครงการบ้านเอื้ออาทรตามแผนที่การเคหะแห่งชาติ (กคช.) เสนอให้พิจารณา 4 ประเด็น คือ 1.ยกเลิกมติ ครม.เดิม 4 ครั้งที่เคยอนุมัติการก่อสร้างโครงการดังกล่าว 5 ระยะ จำนวนหน่วยก่อสร้าง 600,000 ยูนิต ในจำนวนนี้ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว 78,000 ยูนิต
ให้เหลือเพียง 300,504 ยูนิต รวมกับหน่วยที่สร้างเสร็จแล้ว
2.อนุมัติให้ กคช.และผู้ประกอบการสามารถปรับเปลี่ยนแปลนบ้านในโครงการได้ เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการขาย ซึ่งแนวทางดังกล่าวน่าจะทำให้ผู้บริโภคสนใจซื้อบ้านเอื้ออาทรมากขึ้น เท่ากับเป็นขยายฐานกลุ่มลูกค้าได้กว้างมากขึ้น จากเดิม
ตามเงื่อนไขเดิมไม่อนุญาตให้มีการปรับแบบบ้านในโครงการได้ ทำให้มีปัญหาอย่างมาก การปลดล็อกแบบบ้านน่าจะทำให้ตลาดเปิดมากขึ้น เพราะจะเป็นไปในรูปแบบการขายเชิงพาณิชย์มากขึ้น บ้านที่ขายอาจมีราคาเพิ่มสูงขึ้นหรือลดลงก็ได้ขึ้นอยู่กับตัวบ้านที่ผลิตออกมา
3.อนุมัติให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพิ่มวงเงินเบิกเกินบัญชี (โอ/ดี) อีก 480 ล้านบาท จากเดิม 300 ล้านบาท เพื่อให้ กคช.รับซื้อคืนบ้านเอื้ออาทรที่ลูกค้าไม่สามารถผ่อนชำระค่างวดและกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อรายได้ (เอ็นพีแอล) ทั้งนี้คาดว่าในอนาคตภาระการซื้อคืนจะเพิ่มสูงขึ้น จากปัจจุบันมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 5% ของจำนวนหน่วยที่มีการผ่อนชำระ
4.ให้ กคช.ไปศึกษาหาทางเจรจากับสถาบันการเงินลดอัตราดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านในโครงการบ้านเอื้ออาทร เพื่อให้ค่างวดในการผ่อนต่อ
เดือนอยู่ในระดับต่ำประมาณ 1,500-1,800 บาท/เดือน โดยส่วนต่างดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นรัฐบาลอาจจะเข้าไปอุดหนุน ในบื้องต้น กคช.ได้ศึกษาไว้แล้วคาดว่าจะต้องอุดหนุนไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท นอกเหนือจากอุดหนุนเรื่องระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน
ยอมรับว่าในกรณีของการปรับลดจำนวนหน่วยก่อสร้างลงนั้นอาจถูกผู้ประกอบการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ แต่ที่ผ่านมา กคช.ได้เจรจาไกล่เกลี่ยกับผู้ประกอบการบางส่วนแล้ว นายแพทย์พลเดชกล่าวและว่า
ส่วนกรณีที่ กคช.จะขอจัดทำโครงการเช่าซื้อโครงการบ้านเอื้ออาทรสำหรับลูกค้าที่สถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อนั้น ครม.มีมติไม่อนุมัติ ในหลักการตามที่เสนอ เพราะเห็นว่า กคช.ไม่ควรที่จะเพิ่มภาระจากที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่เห็นสมควรให้หันไปพัฒนาโครงการในรูปแบบเคหะชุมชนเพื่อหารายได้แทน
ครม.ยังได้ท้วงติงในประเด็นนี้ เพราะเห็นว่าภาระดอกเบี้ยที่ กคช.ต้องจ่าย 1.5 ล้านบาท/วันก็หนักมากแล้ว ไม่อยากให้แบกรับหนี้มากกว่านี้อีก
หน้า 8
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
