กลุ่ม บิวท์ ทู บิวด์ ลุ้นกลางปี 2551 ธุรกิจรับสร้างบ้านเริ่มกระเตื้องหลังเจอผลกระทบการเมืองเศรษฐกิจกระทบลูกค้าตัดสินใจสร้างบ้านนานขึ้น เผยแผนปีหน้าตั้งเป้ายอดขาย 550 ล้านบาท เท่ากับประมาณรายได้ปีนี้และงัดกลยุทธ์ปูพรมขยายสาขาทั่ว กทม.เข้าถึงลูกค้าทุกพื้นที่ ควบอัดแคมเปญเร่งการตัดสินใจนายสุธี เกตุศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวท์ ทู บิวด์ จำกัด และบริษัท บางกอกเฮ้าส์บิวเดอร์ จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ในปี 2551 กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์วางเป้ายอดขาย 550 ล้านบาท เท่ากับประมาณการรายได้ของปีนี้แยกเป็นบิวท์ ทู บิวด์ที่จับตลาดระดับกลาง-บน 300 ล้านบาท และบางกอกเฮ้าส์บิวเดอร์ที่จับตลาดระดับล่าง 250 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนแรกปีหน้าจะยังไม่ดีขึ้น โดยวางกลยุทธ์ที่จะรักษายอดขายไว้คือการขยายสาขาใหม่กระจายทั่วกรุงเทพฯเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้ได้มากที่สุด และช่วยลดระยะเวลาการเดินทางในภาวะน้ำมันแพง
สำหรับบิวท์ฯเมื่อเร็วๆ นี้ได้เปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นอีก 3 แห่ง รวมเป็น 5 แห่ง ได้แก่ วงแหวน กาญจนาภิเษก ลาดพร้าว 93 ติวานนท์ (สาขาใหม่) พระรามที่ 3 บางนา (สาขาเดิม) ส่วนบางกอกเฮ้าส์ฯภายในเดือนมกราคม 2551 จะเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นอีก 3 แห่ง รวมเป็น 10 แห่ง ได้แก่ ปิ่นเกล้า รามอินทรา ปทุมธานี (สาขาใหม่) วงแหวนกาญจนาภิเษก ลาดพร้าว 93 ติวานนท์ บางนา บางขุนเทียน ศรีนครินทร์ และหนองแขม
เชื่อว่าแนวโน้มภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านหลังผ่านพ้นการเลือกตั้งช่วงไตรมาส 1-2 ปีหน้ายังซบเซาอยู่ กระทั่งถึงผ่านพ้นช่วงกลางปีไปแล้วจะค่อยๆ เริ่มดีขึ้น แต่กว่าจะบอกว่าเศรษฐกิจดีขึ้นจริงๆ ผมว่าต้องปี 2553 ไปแล้ว
นายสุธีกล่าวต่อว่า สถานการณ์ธุรกิจรับสร้างบ้านในปีนี้พบว่าลูกค้าส่วนใหญ่ใช้เวลาตัดสินใจค่อนข้างนาน โดยในกลุ่มบ้านราคา 9 แสน-2.5 ล้านบาท เฉลี่ยใช้เวลา 2-3 เดือน นับจากวางเงินจองจึงจะตัดสินใจเซ็นสัญญาปลูกสร้างบ้าน ส่วนกลุ่มบ้านราคา 3-20 ล้านบาท เฉลี่ยใช้เวลา 3-4 เดือน และหากเศรษฐกิจยังอึมครึมคาดว่าบางรายอาจใช้เวลาเพิ่มขึ้นเป็น 6 เดือน
ดังนั้น ในช่วงต้นปี 2551 ในกลุ่มบ้านระดับล่างบริษัทอาจจัดแคมเปญแจกทองคำหนัก 1 บาท และในกลุ่มบ้านระดับกลาง-บนอาจให้ส่วนลด 3% เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจเร็วขึ้น รวมถึงหากสถานการณ์การเมืองภายหลังผ่านพ้นการเลือกตั้งเรียบร้อยดี จะออนแอร์หนังโฆษณาชุดใหม่ของบริษัทบิวท์ ทู บิวด์ฯในช่วงปลายเดือนมกราคม 2551 เพื่อสร้างการรับรู้
แบรนด์อีกครั้งโดยเน้นเรื่องคุณภาพบริการเป็นจุดขาย
อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการปลูกสร้างบ้านระดับราคา 3-5 ล้านบาท ถือเป็นตลาดใหญ่ที่มีทิศทางสดใส ดังนั้นในการเปิดตัวแบบบ้านรุ่นใหม่ของบิวท์ฯจำนวน 6 แบบในปีหน้า จะเป็นแบบบ้านระดับราคา 3-5 ล้านบาททั้งหมด ส่วนบางกอกเฮ้าส์ฯจะเปิดตัวแบบบ้านใหม่ 7 แบบ ระดับราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท
นายสุธีกล่าวต่อว่า สำหรับราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างบางประเภท ได้แก่ เหล็กเส้น ปูนซีเมนต์ ที่ขึ้นราคาไปแล้วในช่วงที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบกับต้นทุนค่าก่อสร้างทันที ประกอบกับธุรกิจรับสร้างบ้านจะต้องคำนวณเผื่อต้นทุนที่อาจปรับเพิ่มสูงขึ้นในอนาคตด้วย เนื่องจากภายหลังลูกค้าวางเงินจองจะต้องมีระยะเวลาอีกประมาณ 3-6 เดือนกว่าจะเริ่มต้นงานก่อสร้างบ้าน
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมาบริษัทจึงได้ปรับขึ้นราคาบ้าน แยกเป็นบิวท์ฯปรับขึ้น 5% เป็นประมาณ 1.4-1.8 หมื่นบาทต่อตารางเมตร และบางกอกเฮ้าส์ฯ เฉพาะแบบบ้านรุ่นซูเปอร์เซฟ 6 แบบปรับขึ้น 3% เป็นประมาณ 7.8 พัน-1 หมื่นบาทต่อตารางเมตร และแบบบ้านรุ่นมาตรฐานทั้งหมดปรับขึ้น 5% เป็นประมาณ 9 พัน-1.1 หมื่นบาทต่อตารางเมตร
หน้า 11
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
