ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาลขิงแก่นัดสั่งลาเมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้อนุมัติกรอบวงเงินค่าชดเชยที่ดิน จำนวน 9,209 ล้านบาท เพื่อให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นำไปจ่ายค่าเวนคืนที่ดินให้กับชาวบ้านโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ระยะทาง 23 กิโลเมตรนันว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีและมีลุ้นว่าโครงการไม่เป็นหมันแน่ๆ ยังไงรัฐบาลจะต้องเดินหน้าก่อสร้างต่อ สำหรับรถไฟฟ้าสายนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ โครงการส่งสัญญาณเค้าลางไม่ค่อยดีเพราะความล่าช้า กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้โครงการสะบักสะบอมมาพอสมควร จากการกลั่นกรองของหลายๆฝ่าย ทั้งรูปแบบการลงทุน แบบก่อสร้าง แหล่งเงิน ม็อบชาวบ้านที่มาทวงค่าเวนคืน
ต้นปี51 เริ่มจ่ายค่าเวนคืน
ประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ รฟม. เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า วงเงินที่ ครม.เห็นชอบเป็นเพียงแค่กรอบวงเงินค่าชดเชยที่ดินวงเงิน 9,209 ล้านบาท ส่วนการจ่ายค่าเวนคืนที่ดินขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการกำหนดราคากลาง ที่กระทรวงคมนาคมแต่งตั้งขึ้นมา โดยค่าเวนคืนอาจจะปรับเพิ่มขึ้นได้ โดยวงเงินที่เพิ่มขึ้นนี้ สามารถของบประมาณเพิ่มเติมภายหลังได้
ขั้นตอนต่อจากนี้ จะเร่งเบิกจ่ายเงินค่าชดเชยให้กับประชาชนที่ถูกเวนคืนที่ดินที่ได้ประกาศราคาไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะในพื้นที่หัวท้ายโครงการ บริเวณคลองบางไผ่ที่จะก่อสร้างเป็นศูนย์ซ่อมบำรุง และบริเวณเตาปูน วงเงินประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท
โดยผู้ที่ถูกเวนคืน แยกเป็นที่ดินเปล่าจำนวน 481 แปลง สิ่งปลูกสร้าง จำนวน 109 หลัง จากทั้งสายจะต้องเวนคืนทั้งหมด 1,014 แปลง แยกเป็นสิ่งปลูกสร้าง 934 หลัง โดยมติ ครม. ส่งมาเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว ขั้นตอนต่อไปรฟม.จะประสานไปยังสำนักงบประมาณเพื่อขอเบิกเงินมาจ่ายค่าเวนคืน เนื่องจากมีเงินอยู่แล้ว และจะพยายามทำให้เร็วที่สุด คาดว่าต้นปีหน้าจะจ่ายเงินได้
ด้านความคืบหน้าการประกวดราคา งานก่อสร้าง วงเงิน 31,000 ล้านบาท ขณะนี้ รฟม.ได้ประสานไปยังธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) เรียบร้อยแล้ว เกี่ยวกับรายละเอียดการประกวดราคา คิดว่าภายในเดือนธันวาคมนี้คงเปิดให้ผู้รับเหมาซื้อเอกสารไม่ทัน น่าจะทำได้แค่ออกประกาศเชิญชวน
เพราะต้องใช้เวลาในการประกาศอย่างน้อย 15 วัน แต่ยังเหลือเวลาไม่มาก ประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ปีหน้าน่าจะเปิดให้ซื้อเอกสารได้ นอกจากนี้ได้อนุมัติวงเงิน 445 ล้านบาท ว่าจ้างที่ปรึกษาคุมงานก่อสร้าง
ต่อลมหายใจ แอร์พอร์ตลิงก์
นอกจากนี้ครม.ยังอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กู้เงินมาจ่ายเงินค่าก่อสร้างส่วนที่เหลือให้กับผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการรถไฟเชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิหรือแอร์พอร์ต เรล ลิงก์
อารักษ์ ราษฎร์บริหาร หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน ร.ฟ.ท. บอกว่า ครม.อนุมัติตามที่การรถไฟฯเสนอไป ประกอบด้วย 1.ให้การรถไฟฯกู้เงิน วงเงิน 9,940 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังเป็นผู้หาเงินให้และ
ค้ำประกัน และรัฐบาลรับภาระดอกเบี้ย
เพื่อนำมาดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ หรือแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จ เนื่องจากการรถไฟฯไม่ได้จ่ายเงินให้ผู้รับเหมา คือ บริษัท
ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) มาตั้งแต่เดือนกันยายน
ที่ผ่านมา
2.อนุมัติในหลักการให้การรถไฟฯตั้งบริษัทลูกขึ้นมา เพื่อเดินรถไฟฟ้าสายแอร์พอร์ต เรลลิงก์ โดยการรถไฟฯถือหุ้น 100% ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้ทันกับการเปิดใช้บริการในปลายปี 2551 ซึ่งหลังจัดทำรายละเอียดต่างๆ เรียบร้อยจะเสนอ ครม.อนุมัติอีกครั้งหนึ่ง
3.การจ่ายค่าก่อสร้างให้กับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. 4,000 กว่าล้านบาท ในส่วนของงานก่อสร้างอุโมงค์สถานีสุวรรณภูมิ ของโครงการแอร์พอร์ต เรลลิงก์ โดยกระทรวงการคลังจะหาเงินกู้และค้ำประกัน และรัฐบาลรับภาระดอกเบี้ยให้ 4.นอกจากนี้ได้อนุมัติวงเงิน 445 ล้านบาท ว่าจ้างที่ปรึกษาคุมงานก่อสร้าง
เห็น 2 โครงการนี้เดินหน้าต่อไปได้ เป็นการส่งสัญญาณที่ดีว่ารถไฟฟ้าส่วนที่เหลือจะไม่เป็นหมันในรัฐบาลชุดหน้า
หน้า 10
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
