ในที่สุดความพยายามที่จะผลักดันให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยของประเทศเป็นไปในแบบองค์รวมก็มีความคืบหน้าอีกก้าวหนึ่งแล้ว เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างหลักการตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอไปหมาดๆ เมื่อวันอังคารที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมาว่ากันว่าการวางยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยนั้น ลึกๆ แล้วเป็นเรื่องที่ยากที่จะ ผลักดันให้เกิดขึ้นได้ในเร็ววัน การรับร่างหลักการ ดังกล่าวของ ครม. จึงถือเป็นการส่งสัญญาณในทางที่ดีอีกระดับหนึ่ง
เป้าหมายใหญ่ของเนื้อหาสาระยุทธศาสตร์ เพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย ก็คือต้องการจะยก ระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยและปานกลางให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน หลังจากมีความพยายามที่จะผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติมาแล้วหลายยุคสมัย แต่ยังไม่มี ความคืบหน้าเท่าที่ควร
ก่อนหน้านี้ การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ในฐานะแม่งานที่ปลุกปั้นเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น ได้จัดสัมมนาระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนมาแล้วถึง 3 ครั้ง
และได้ข้อสรุปจากการสัมมนาว่า การพัฒนา ที่อยู่อาศัยของชาติในอนาคตอันใกล้จะต้องดำเนินการภายใต้กรอบ 5 เป้าหมาย ได้แก่ พอเพียง มั่นคง คุณภาพ เหมาะสมทางกายภาพทางสิ่งแวดล้อมและสังคม และต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันก็จะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อีก 7 ยุทธศาสตร์ไปพร้อมๆ กัน ประกอบด้วย 1.ผลักดันเรื่องที่อยู่อาศัยให้เป็นวาระแห่งชาติ 2.การพัฒนาที่ดินและสาธารณูปโภคของรัฐให้สอดคล้องกับการพัฒนาที่อยู่อาศัย 3.เสริมสร้างระบบการเงินและระบบสินเชื่อที่เอื้อต่อการมีที่อยู่อาศัยของประชาชนทุกระดับ
4.เสริมสร้างขีดความสามารถและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการพัฒนาและบริหารจัดการที่อยู่อาศัย 5.สร้างองค์ความรู้เรื่อง ที่อยู่อาศัยสู่ทุกภาคส่วนของสังคม 6.ยกระดับคุณภาพของที่อยู่อาศัยและการอยู่อาศัยของคนไทยให้ดีขึ้น และ 7.สร้างมาตรการสู่คุณภาพ ที่อยู่อาศัย
สเต็ปต่อไปกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแล กคช. จะเสนอออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยกฎเกณฑ์ต่างๆ พร้อม ทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัยระดับชาติขึ้นมาดำเนินการในเรื่องนี้
พลเดช ปิ่นประทีป รัฐมนตรีช่วยว่าการ พม. กล่าวว่า ก่อนที่จะส่งไม้ต่อให้กับรัฐบาล ชุดใหม่ในอีกไม่นาน สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จคือ การตั้งกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัยฯชุดแรกขึ้นมาภายใน 2 สัปดาห์นี้ โดยจะออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอให้นายกรัฐมนตรีลงนาม สำหรับคณะกรรมการชุดแรกจะมาจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภาครัฐและเอกชน
จากนั้นการประชุมคณะกรรมการชุดแรกจะ นำไปสู่การวางกรอบในประเด็นที่อยู่อาศัยแห่งชาติในเชิงลึกต่อไป ก่อนจะนำเสนอขออนุมัติจาก ครม. ซึ่งจะเป็นช่วงที่รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศแทนรัฐบาลชุดปัจจุบันพอดี
ขณะเดียวกันในงานสัมมนานโยบาย ที่อยู่อาศัยประเทศไทย พ.ศ.2551 จัดโดยมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่าผู้ประกอบการ อสังหาริมทรัพย์ได้เสนอแนวคิดในการพัฒนาที่อยู่อาศัยของชาติหลายประเด็น อาทิ การลดความแออัดในกรุงเทพมหานคร ด้วยการสร้างเมืองใหม่ในรัศมีห่างจากเมืองเดิมไม่เกิน 150 กิโลเมตร พร้อมๆ กับสร้าง โครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงการเดินทางเพื่อความสะดวกสบายและรวดเร็วในการเดินทาง
ด้านสินเชื่อ ภาครัฐจะต้องเข้ามาดูแล ผู้ประกอบการอสังหาฯมากขึ้น โดยสนับสนุนการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยอัตราดอกเบี้ยต่ำในอัตราคงที่ระยะยาว การปรับเพดานราคาขายบ้านบีโอไอให้สูงขึ้นเป็น 8 แสนบาท/ยูนิตขึ้นไป จากปัจจุบันอยู่ที่ 6 แสนบาท/ยูนิต เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นต้น
ต้องจับตาดูยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยแห่งชาติที่กำลังจะมีขึ้น จะถูกนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมได้มากน้อยแค่ไหน
หน้า 12
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
