กานดา งัดกลยุทธ์ลดต้นทุนรับมือวัสดุก่อสร้าง-ราคาน้ำมันพุ่ง ใช้ระบบพรีแฟบก่อสร้างบ้านเดี่ยว-ทาวน์เฮาส์ทุกโปรเจ็กต์ หลังนำร่องทดลองใช้แล้วเวิร์ก เล็งลงทุน 4 โปรเจ็กต์ในปีหน้า พร้อมแตกทำเลใหม่ขยายฐานลูกค้านายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2551 บริษัทมีนโยบายที่จะนำระบบก่อสร้างสำเร็จรูป (พรีแฟบ) ไปใช้ในโครงการบ้านจัดสรรของบริษัททุกโครงการ เพื่อลดต้นทุนการบริหารจัดการทั้งด้านงบประมาณและระยะเวลาก่อสร้าง
ขณะเดียวกันก็ทำให้บ้านมีคุณภาพและมีความแข็งแรงของโครง สร้างมากกว่าการก่อสร้างในแบบดั้งเดิม ทั้งนี้การนำระบบพรีแฟบมาใช้จะช่วยลดต้นทุนได้ประมาณ 5% ทำให้ลูกค้าสามารถซื้อบ้านได้ในราคาเดิม แม้วัสดุก่อสร้างและราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้น
นอกจากนี้ยังทำให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนในการพัฒนาโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในปีหน้าเราจะผลิตพรีแฟบรองรับการก่อสร้างบ้านในโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทาวน์เฮาส์ แบรนด์เฟิร์สโฮม ระดับราคา 1 ล้านบาทเศษ ทาวน์เฮาส์บ้านริมคลอง ระดับราคา 1.6 ล้านบาทเศษ บ้านเดี่ยว กานดาพาร์ค ระดับราคา 2 ล้านบาท และสยามเนเชอรัลโฮม ระดับราคา 4 ล้านบาท
โดยที่บ้านจะมีคุณภาพสูงขึ้น แต่ราคาคงที่
ซึ่งน่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างมาก เพราะเวลานี้ลูกค้ามีความรู้และเข้าใจระบบพรีแฟบมากขึ้นแล้ว
นายอิสระกล่าวว่า ในส่วนของการลงทุนปีหน้า บริษัทจะพัฒนาโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการต่อเนื่อง 4 โครงการ ด้วยการขยายเฟสใหม่เพิ่ม โดยใช้งบฯลงทุนทั้งหมด 600 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการที่ขยายใหม่ประมาณ 2,200 ล้านบาท
นอกจากนี้จะขยายฐานการลงทุนไปยังทำเลอื่นนอกเหนือจากโซนพระราม 2 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาข้อมูล แต่จะเน้นตลาดทาวน์เฮาส์ระดับราคาปานกลางที่ก่อสร้างด้วยระบบพรีแฟบเป็นหลัก
ด้านผลประกอบการของบริษัทในปี 2550 ยังรักษาระดับการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ได้
คือ ใกล้เคียง 750 ล้านบาท แม้ตลาดอสังหาฯ โดยรวมจะมีการแข่งขันกันสูงขึ้น และสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เนื่องจากบริษัทได้รับผลกระทบน้อย และนำระบบพรีแฟบมาใช้นำร่องลดต้นทุนประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ
นายอิสระกล่าวต่อว่า ภาพรวมตลาดอสังหา ริมทรัพย์ขณะนี้ยังทรงๆ ตัว โดยบ้านเดี่ยวระดับราคา 5-10 ล้านบาทชะลอตัว ขณะที่ทาวน์เฮาส์และอาคารชุดยังมีความต้องการสูง และมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อีกมาก เช่นเดียวกับบ้านเดี่ยวในระดับไฮเอนด์ที่ยังขายได้ เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและมีคู่แข่งขันน้อยราย
หน้า 10
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
