กลุ่มธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย อ้อนภาครัฐออกบทเฉพาะกาลยืดเส้นตายการตรวจสอบอาคารที่จะครบกำหนดในวันที่ 29 ธ.ค.นี้ งัดไม้สุดท้ายยื่นหนังสือถึงมือนายกฯ ในฐานะรักษาการ รมว. มหาดไทย ระบุ 3 ข้อเสนอ ให้ออกบทเฉพาะกาลผ่อนผันไปอีก 180 วัน แก้ไขกฎกระทรวง และขอความชัดเจนการตีความ เชื่อว่าถึงวันนี้มีอาคารไม่ถึง 50% ที่ตรวจสอบแล้วนายอธิป พีชานนท์ ประธานสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สมาคมได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีในฐานะรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเสนอให้มีการผ่อนผันเรื่องการตรวจสอบอาคารออกไปอีก เนื่องจากประมาณการว่าปัจจุบันมีอาคารที่เข้าข่ายต้องตรวจสอบ ผ่านการตรวจสอบแล้วไม่ถึง 50% จากทั้งหมด
ขณะที่ปัจจุบันเหลือระยะเวลาอีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงเส้นตายการส่งแบบรายงานการตรวจสอบอาคารในวันที่ 29 ธันวาคม 2550 นี้
ประเด็นปัญหาที่พบตอนนี้ มีทั้งหมด 4 ข้อ คือ 1)การประชาสัมพันธ์จากภาครัฐไม่ทั่วถึง ทำให้เจ้าของอาคารบางส่วนยังไม่ทราบเรื่อง 2)จำนวนผู้ตรวจสอบอาคารไม่เพียงพอ 3)เนื้อหากฎหมายบางส่วนมีความสับสนในการตีความ และ 4)ค่าใช้จ่ายการตรวจสอบอาคารมีอัตราการจัดเก็บหลากหลาย ตั้งแต่ 1-20 บาทต่อตารางเมตร ขณะที่กฎหมายระบุโทษไว้รุนแรงคือปรับหรือจำคุก ก็หวังว่าที่สุดแล้ว กระทรวงมหาดไทยจะมีทางออกให้กับเจ้าของอาคาร
สำหรับรายละเอียดในหนังสือที่ส่งถึงนายกรัฐมนตรี ใจความสำคัญประกอบด้วยข้อเสนอแนะ 3 ข้อ คือ 1)เสนอให้ผ่อนผันระยะเวลาการตรวจสอบอาคารออกไปอีก 180 วัน (นับจาก 29 ธ.ค.2550) โดยออกเป็นบทเฉพาะกาล 2)ขอความชัดเจนในแง่ของการตีความกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นที่ระบุให้อาคารประเภทคอนโดมิเนียม หอพัก หรืออพาร์ตเมนต์ ได้รับการผ่อนผันยังไม่ต้องตรวจสอบอาคารในขณะนี้ ขณะเดียวกันกฎหมายระบุว่าหากเข้าข่ายเป็นอาคารสูงเกินกว่า 23 เมตร หรืออาคารขนาดใหญ่เกินกว่า 10,000 ตารางเมตร ก็จะเข้าข่ายเป็น 1 ใน 9 ประเภทของอาคารที่ต้องจัดให้มีการตรวจสอบด้วย เท่ากับว่าเนื้อหาของกฎหมายขัดแย้งกันเอง อยากให้ภาครัฐพิจารณาแก้ไขให้มีความชัดเจน
และ 3)เสนอให้แก้ไขกฎกระทรวงบางมาตรา อาทิ ในการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายกำหนดไว้จำนวน 34 รายการ แต่ในทางปฏิบัติแม้ว่าปัจจุบันจะมีคู่มือประกอบการตรวจสอบอาคาร แต่ไม่ได้ระบุหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบที่ชัดเจน ฯลฯ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ดำเนินการใช้ลำดับ ถัดไป
นายอธิปกล่าวต่อว่า นอกจากประเด็นปัญหาที่กล่าวมายังพบว่ามีอาคารจำนวนหนึ่งประสบปัญหาไม่มีค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบอาคาร เนื่องจากผู้อยู่อาศัยยังค้างชำระค่าส่วนกลางเป็นจำนวนมากจึงไม่มีเงินสำรองจ่าย โดยจากประสบการณ์พบว่าหากเป็นอาคารชุดพักอาศัยพื้นที่ 1 หมื่นตาราง เมตร หากต้องเสียค่าใช้จ่ายการตรวจสอบอาคาร 15-20 บาทต่อตารางเมตร จะมีค่าใช้จ่ายถึง 1.5-2 แสนบาท
อย่างไรก็ตามเมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดหาบริษัทผู้ตรวจสอบอาคารที่คิดค่าใช้จ่ายในอัตราสมเหตุสมผลให้เข้ามาลงชื่อไว้กับสมาคม แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องคิดค่าใช้จ่ายไม่เกิน 1 บาทต่อตารางเมตร จากนั้นจะนำรายชื่อมอบให้กับเจ้าของอาคารเพื่อตกลงเจรจาค่าใช้จ่ายกันเอง
นอกจากนี้ยังพบปัญหาความซ้ำซ้อนของการตรวจสอบอาคาร เท่าที่ทราบอาคารประเภทโรงพยาบาล ตามกฎหมายอาคารสาธารณะกำหนดให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยอาคารอยู่แล้ว รวมถึงอาคารที่เข้าข่ายต้องตรวจสอบถูกกำหนดให้ต้องทำประกันภัยอาคาร
ซึ่งก่อนทำประกันภัยหรือในการต่ออายุกรมธรรม์ บริษัทที่รับทำประกันต้องส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบความปลอดภัยอาคารเช่นกัน จึงน่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะหาวิธีลดค่าใช้จ่ายการทำงานซ้ำซ้อน
หน้า 12
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
