คอลัมน์ เวนคืนอัพเดตทำเล รังสิต-องครักษ์ หรือทางหลวงหมายเลข 305 ขึ้นชื่อว่าเป็นโซนที่อยู่อาศัยยอดฮิตติดอันดับมานาน เห็นได้จากมีโครงการบ้านจัดสรรหลากหลาย ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ แถมหลายระดับราคาก็มีให้เลือกตั้งแต่ไม่ถึงล้านบาท จนถึงหลายสิบล้านบาท ทำให้เป็นที่รวมของชุมชนและแหล่งที่อยู่อาศัยหลากหลายระดับด้วย
เพราะโซนกรุงเทพฯตอนเหนือโดยเฉพาะถนนรังสิต-องครักษ์ ถือเป็นทำเลที่อยู่ในใจของผู้ซื้อในลำดับต้นๆ จากอดีตจนถึงปัจจุบันมีโครงการบ้านจัดสรรผุดขึ้นมามากมาย ไล่ตั้งแต่คลองหนึ่งไล่ไปจนถึงคลองสิบกว่าๆ
สำหรับผู้ประกอบการที่เข้าไปพัฒนาโครงการ มีทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทระดับกลาง เจ้าถิ่น ตลอดจนบริษัทโนเนม แม้กระทั่งโครงการบ้านเอื้ออาทรของ การเคหะ แห่งชาติ (กคช.) ก็ปักธงในทำเลนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลาง
จุดเด่นของทำเลรังสิต-องครักษ์ คือความสะดวกในการเดินทาง เพราะมีโครงข่ายถนนรองรับค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเข้าสู่ในเมืองหรือนอกเมือง อย่างเวลาเข้าเมืองก็สามารถใช้ได้ทั้งถนนแนวราบหรือทางด่วนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ดอนเมืองโทลล์เวย์ หรือทางด่วนขั้นที่ 1 และ 2 ถนนวงแหวนรอบนอก
ส่วนผู้ที่จะเดินทางออกนอกเมืองก็สามารถ ใช้ถนนพหลโยธิน ถนนวงแหวนรอบนอก ถนนรังสิต-องครักษ์ ถนนรังสิต-ปทุมธานี ซึ่งเชื่อมโยงการเดินทางไปสู่พื้นที่ต่างจังหวัด ทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสาน
ผลพวงจากที่ชุมชนที่อยู่อาศัยมีเพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้ถนนสายรังสิต-องครักษ์ ประสบปัญหาด้านการจราจรติดขัดอย่างมาก
สาเหตุมาจากเป็นทางหลวงสายหลักที่มีปริมาณการจราจรเฉลี่ยสูงถึงกว่า 30,000 คันต่อวัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนปัญหาการจราจรติดขัดจะทวีความรุนแรงกว่าช่วงเวลาปกติหลายเท่าตัว ส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้อยู่อาศัยในทำเลดังกล่าวและชุมชนบริเวณใกล้เคียง บางครั้งเสียเวลาเดินทางนานหลายชั่วโมง
ล่าสุดกรมทางหลวงดำเนินการแก้ไขปัญหาการจราจรด้วยการทุ่มงบฯ 15 ล้านบาท เพื่อศึกษาโครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงตามแนวสายทางปทุมธานี-รังสิต-อำเภอองครักษ์ เพื่อให้เป็นเส้นทางเลือกใหม่ในการเดินทาง
โดยมีจุดเริ่มต้นที่ทางหลวงหมายเลข 3100 หรือถนนเลียบคลองรังสิต สิ้นสุดที่ทางหลวงหมายเลข 305 หรือสายรังสิต-องครักษ์ บริเวณทางแยกเข้าอำเภอองครักษ์ ระยะทางประมาณ 47 กิโลเมตร เป้าหมายก็เพื่อให้การคมนาคม ขนส่งมีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากขึ้น ที่สำคัญจะเป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายหลัก ตามแนวด้านตะวันออก-ด้านตะวันตก (east-west corridor)
แหล่งข่าวจากกรมทางหลวง กล่าวกับ ประชาชาติธุรกิจ ว่า ขณะนี้ที่ปรึกษากำลังศึกษาแนวเส้นทาง ค่าก่อสร้าง และพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการขยายแนวเส้นทางเพิ่มเติม แต่อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล ว่าแนวเส้นทางที่จะขยายควรอยู่บริเวณใดระหว่าง 2 ฝั่งคลอง เพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยจะดูกระแสการจราจรเป็นหลัก
คาดว่าอีกประมาณ 2 เดือนน่าจะได้ข้อสรุปทั้งหมด หลังจากนั้นกรมทางหลวงจะของบประมาณจากรัฐบาลเพื่อก่อสร้างต่อไป โดยโครงการนี้จะอยู่ในแผนก่อสร้าง 5 ปี (2550-2554) คาดว่าเมื่อแล้วเสร็จจะช่วยเรื่องการจราจรติดขัดบนถนนสายนี้ได้มาก
สำหรับการขยายเส้นทางจะแบ่งเป็น 4 ช่วง คือช่วงที่ 1 จุดเริ่มต้นโครงการอยู่ที่บริเวณสามแยกบางพูน บริเวณ ก.ม.1+00 ของถนนเลียบคลองรังสิต-คลองหนึ่ง ระยะทาง 3.9 กิโลเมตร ปัจจุบันช่วงนี้ยังขาดการเชื่อมต่อหรือ missing link จึงจะต้องสร้างทางขึ้นมาใหม่เชื่อมกับของเดิมที่มีอยู่แล้ว
โดยจะสร้างเป็นทางต่างระดับขนาด 4 ช่องจราจร ข้ามคลองเปรมประชากร ทางรถไฟ ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์และสถานีสูบน้ำ คลองรังสิต ประยูรศักดิ์ และถนนพหลโยธิน
ช่วงที่ 2 ต่อจากช่วงที่ 1 บริเวณคลองหนึ่ง ก.ม.1+000-อ.ธัญบุรี ก.ม.14+180 ระยะทาง 13.2 กิโลเมตร ปัจจุบันสภาพถนนเป็นถนนขนาด 6 ช่องจราจร และขนาด 5 ช่องจราจรในบางช่วง เนื่องจากถนนมีขนาดใหญ่อยู่แล้ว ที่ปรึกษาเสนอให้ปรับวิธีการใหม่ โดยจะสร้างแนวถนนใหม่ อีกฝั่งหนึ่งของคลองรังสิตให้เป็นถนนขนาด 5 ช่องจราจร และจัดการจราจรการเดินรถใหม่ให้เป็นในทิศทางเดียวกัน โดยจะให้เป็นถนนขาเข้าเมือง
ส่วนถนนสายรังสิต-องครักษ์ ให้เป็นถนนสำหรับออกนอกเมือง เพื่อลดความแออัดของถนนสายเดิม ส่วนถนนสายเดิมกำลังจะดูว่าจะสร้างเพิ่มอีก 1 เลนทางฝั่งซ้ายมือ (มาจากรังสิต) เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับใช้เป็นที่จอดรถริมถนน
ช่วงนี้เราจะใช้พื้นที่ของกรมชลประทาน จะไม่มีการเวนคืนที่ดินแต่จะมีการรื้อย้ายชุมชนที่บุกรุกอยู่ตามริมคลอง เพื่อให้ทำการก่อสร้าง กำลังรอทางที่ปรึกษาประเมินค่ารื้อย้าย ว่าจะต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ แต่คาดว่าคงจะไม่มากนัก
สำหรับช่วงที่ 3 เริ่มจากช่วงอำเภอธัญบุรี ก.ม.14+180-คลองสิบสี่ ก.ม.34+200 ระยะทาง 20 กิโลเมตร จะไม่มีการขยายถนนเพิ่ม เนื่องจากช่วงนี้ปริมาณการจราจรไม่มากนัก อีกทั้งปัจจุบันถนนช่วงนี้ได้มีการพัฒนาเป็นถนนขนาด 6 ช่องจราจร ไปกลับข้างละ 3 ช่องจราจรอยู่แล้ว ซึ่งจากผลการศึกษาด้านการจราจรและขนส่ง คาดว่าถนนที่มีอยู่สามารถจะรองรับปริมาณการจราจรได้อย่างเพียงพอจนถึงปี 2575 จะมีแค่ปรับปรุงถนนใหม่ด้วยการทาสีตีเส้นแบ่งช่องจราจรให้ชัดเจน
ส่วนช่วงที่ 4 ช่วงคลองสิบสี่บริเวณ ก.ม.34+200-สิ้นสุดโครงการที่แยกอำเภอองครักษ์ บริเวณ ก.ม.44+080 ระยะทาง 9.9 กิโลเมตร สภาพเดิมของถนนช่วงนี้จะเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร จะปรับขยายใหม่ให้เป็นขนาด 6 ช่องจราจร และจัดการจราจรการเดินรถ เป็น 2 ทิศทาง ขาเข้าเมือง 3 ช่องจราจร และขาออกเมือง 3 ช่องจราจร
หากใครกำลังคิดจะขยับขยายไปอยู่ในทำเลอื่นเพราะเบื่อหน่ายปัญหาการจราจรที่ติดขัดซ้ำซาก แม้ต้องอดใจรออีกสักนิดแต่ข่าวนี้คงจะเป็นข่าวดีส่งท้ายปีเล รังสิต-องครักษ์ หรือทางหลวงหมายเลข 305 ขึ้นชื่อว่าเป็นโซนที่อยู่อาศัยยอดฮิตติดอันดับมานาน เห็นได้จากมีโครงการบ้านจัดสรรหลากหลาย ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ แถมหลายระดับราคาก็มีให้เลือกตั้งแต่ไม่ถึงล้านบาท จนถึงหลายสิบล้านบาท ทำให้เป็นที่รวมของชุมชนและแหล่งที่อยู่อาศัยหลากหลายระดับด้วย
เพราะโซนกรุงเทพฯตอนเหนือโดยเฉพาะถนนรังสิต-องครักษ์ ถือเป็นทำเลที่อยู่ในใจของผู้ซื้อในลำดับต้นๆ จากอดีตจนถึงปัจจุบันมีโครงการบ้านจัดสรรผุดขึ้นมามากมาย ไล่ตั้งแต่คลองหนึ่งไล่ไปจนถึงคลองสิบกว่าๆ
สำหรับผู้ประกอบการที่เข้าไปพัฒนาโครงการ มีทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทระดับกลาง เจ้าถิ่น ตลอดจนบริษัทโนเนม แม้กระทั่งโครงการบ้านเอื้ออาทรของ การเคหะ แห่งชาติ (กคช.) ก็ปักธงในทำเลนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลาง
จุดเด่นของทำเลรังสิต-องครักษ์ คือความสะดวกในการเดินทาง เพราะมีโครงข่ายถนนรองรับค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเข้าสู่ในเมืองหรือนอกเมือง อย่างเวลาเข้าเมืองก็สามารถใช้ได้ทั้งถนนแนวราบหรือทางด่วนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ดอนเมืองโทลล์เวย์ หรือทางด่วนขั้นที่ 1 และ 2 ถนนวงแหวนรอบนอก
ส่วนผู้ที่จะเดินทางออกนอกเมืองก็สามารถ ใช้ถนนพหลโยธิน ถนนวงแหวนรอบนอก ถนนรังสิต-องครักษ์ ถนนรังสิต-ปทุมธานี ซึ่งเชื่อมโยงการเดินทางไปสู่พื้นที่ต่างจังหวัด ทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสาน
ผลพวงจากที่ชุมชนที่อยู่อาศัยมีเพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้ถนนสายรังสิต-องครักษ์ ประสบปัญหาด้านการจราจรติดขัดอย่างมาก
สาเหตุมาจากเป็นทางหลวงสายหลักที่มีปริมาณการจราจรเฉลี่ยสูงถึงกว่า 30,000 คันต่อวัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนปัญหาการจราจรติดขัดจะทวีความรุนแรงกว่าช่วงเวลาปกติหลายเท่าตัว ส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้อยู่อาศัยในทำเลดังกล่าวและชุมชนบริเวณใกล้เคียง บางครั้งเสียเวลาเดินทางนานหลายชั่วโมง
ล่าสุดกรมทางหลวงดำเนินการแก้ไขปัญหาการจราจรด้วยการทุ่มงบฯ 15 ล้านบาท เพื่อศึกษาโครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงตามแนวสายทางปทุมธานี-รังสิต-อำเภอองครักษ์ เพื่อให้เป็นเส้นทางเลือกใหม่ในการเดินทาง
โดยมีจุดเริ่มต้นที่ทางหลวงหมายเลข 3100 หรือถนนเลียบคลองรังสิต สิ้นสุดที่ทางหลวงหมายเลข 305 หรือสายรังสิต-องครักษ์ บริเวณทางแยกเข้าอำเภอองครักษ์ ระยะทางประมาณ 47 กิโลเมตร เป้าหมายก็เพื่อให้การคมนาคม ขนส่งมีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากขึ้น ที่สำคัญจะเป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายหลัก ตามแนวด้านตะวันออก-ด้านตะวันตก (east-west corridor)
แหล่งข่าวจากกรมทางหลวง กล่าวกับ ประชาชาติธุรกิจ ว่า ขณะนี้ที่ปรึกษากำลังศึกษาแนวเส้นทาง ค่าก่อสร้าง และพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการขยายแนวเส้นทางเพิ่มเติม แต่อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล ว่าแนวเส้นทางที่จะขยายควรอยู่บริเวณใดระหว่าง 2 ฝั่งคลอง เพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยจะดูกระแสการจราจรเป็นหลัก
คาดว่าอีกประมาณ 2 เดือนน่าจะได้ข้อสรุปทั้งหมด หลังจากนั้นกรมทางหลวงจะของบประมาณจากรัฐบาลเพื่อก่อสร้างต่อไป โดยโครงการนี้จะอยู่ในแผนก่อสร้าง 5 ปี (2550-2554) คาดว่าเมื่อแล้วเสร็จจะช่วยเรื่องการจราจรติดขัดบนถนนสายนี้ได้มาก
สำหรับการขยายเส้นทางจะแบ่งเป็น 4 ช่วง คือช่วงที่ 1 จุดเริ่มต้นโครงการอยู่ที่บริเวณสามแยกบางพูน บริเวณ ก.ม.1+00 ของถนนเลียบคลองรังสิต-คลองหนึ่ง ระยะทาง 3.9 กิโลเมตร ปัจจุบันช่วงนี้ยังขาดการเชื่อมต่อหรือ missing link จึงจะต้องสร้างทางขึ้นมาใหม่เชื่อมกับของเดิมที่มีอยู่แล้ว
โดยจะสร้างเป็นทางต่างระดับขนาด 4 ช่องจราจร ข้ามคลองเปรมประชากร ทางรถไฟ ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์และสถานีสูบน้ำ คลองรังสิต ประยูรศักดิ์ และถนนพหลโยธิน
ช่วงที่ 2 ต่อจากช่วงที่ 1 บริเวณคลองหนึ่ง ก.ม.1+000-อ.ธัญบุรี ก.ม.14+180 ระยะทาง 13.2 กิโลเมตร ปัจจุบันสภาพถนนเป็นถนนขนาด 6 ช่องจราจร และขนาด 5 ช่องจราจรในบางช่วง เนื่องจากถนนมีขนาดใหญ่อยู่แล้ว ที่ปรึกษาเสนอให้ปรับวิธีการใหม่ โดยจะสร้างแนวถนนใหม่ อีกฝั่งหนึ่งของคลองรังสิตให้เป็นถนนขนาด 5 ช่องจราจร และจัดการจราจรการเดินรถใหม่ให้เป็นในทิศทางเดียวกัน โดยจะให้เป็นถนนขาเข้าเมือง
ส่วนถนนสายรังสิต-องครักษ์ ให้เป็นถนนสำหรับออกนอกเมือง เพื่อลดความแออัดของถนนสายเดิม ส่วนถนนสายเดิมกำลังจะดูว่าจะสร้างเพิ่มอีก 1 เลนทางฝั่งซ้ายมือ (มาจากรังสิต) เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับใช้เป็นที่จอดรถริมถนน
ช่วงนี้เราจะใช้พื้นที่ของกรมชลประทาน จะไม่มีการเวนคืนที่ดินแต่จะมีการรื้อย้ายชุมชนที่บุกรุกอยู่ตามริมคลอง เพื่อให้ทำการก่อสร้าง กำลังรอทางที่ปรึกษาประเมินค่ารื้อย้าย ว่าจะต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ แต่คาดว่าคงจะไม่มากนัก
สำหรับช่วงที่ 3 เริ่มจากช่วงอำเภอธัญบุรี ก.ม.14+180-คลองสิบสี่ ก.ม.34+200 ระยะทาง 20 กิโลเมตร จะไม่มีการขยายถนนเพิ่ม เนื่องจากช่วงนี้ปริมาณการจราจรไม่มากนัก อีกทั้งปัจจุบันถนนช่วงนี้ได้มีการพัฒนาเป็นถนนขนาด 6 ช่องจราจร ไปกลับข้างละ 3 ช่องจราจรอยู่แล้ว ซึ่งจากผลการศึกษาด้านการจราจรและขนส่ง คาดว่าถนนที่มีอยู่สามารถจะรองรับปริมาณการจราจรได้อย่างเพียงพอจนถึงปี 2575 จะมีแค่ปรับปรุงถนนใหม่ด้วยการทาสีตีเส้นแบ่งช่องจราจรให้ชัดเจน
ส่วนช่วงที่ 4 ช่วงคลองสิบสี่บริเวณ ก.ม.34+200-สิ้นสุดโครงการที่แยกอำเภอองครักษ์ บริเวณ ก.ม.44+080 ระยะทาง 9.9 กิโลเมตร สภาพเดิมของถนนช่วงนี้จะเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร จะปรับขยายใหม่ให้เป็นขนาด 6 ช่องจราจร และจัดการจราจรการเดินรถ เป็น 2 ทิศทาง ขาเข้าเมือง 3 ช่องจราจร และขาออกเมือง 3 ช่องจราจร
หากใครกำลังคิดจะขยับขยายไปอยู่ในทำเลอื่นเพราะเบื่อหน่ายปัญหาการจราจรที่ติดขัดซ้ำซาก แม้ต้องอดใจรออีกสักนิดแต่ข่าวนี้คงจะเป็นข่าวดีส่งท้ายปี
หน้า 13
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
