คมนาคมชงขออนุมัติ ครม.นัดสุดท้าย 3 โครงการ 2 หมื่นกว่าล้านบาท จ่ายผู้รับเหมา แอร์พอร์ตลิงก์ 1.3 หมื่นล้านบาท ค่าเวนคืนรถไฟฟ้าสายสีม่วง 9.2 พันล้านบาท และค่าชดเชย เสียงสุวรรณภูมิ ด้านการรถไฟฯ หวั่นโปรเจ็กต์รถไฟฟ้าเชื่อมสุวรรณภูมิค้างเติ่ง หลัง ไม่มีเงินจ่าย ซิโน-ไทย หลายเดือนแล้วพลเรือเอกธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)วันที่ 18 ธันวาคม ซึ่งเป็นการประชุม ครม.นัดสุดท้ายของรัฐบาลชุดนี้ เนื่องจากจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม ในส่วนของกระทรวงคมนาคม มีโครงการเร่งด่วนที่จะเสนอ ครม.อนุมัติ และรับทราบ 3 เรื่อง อย่างไรก็ตาม หลังการเลือกตั้งหากยังมีเรื่องที่ผูกพันต่อเนื่องก็สามารถจะนำเรื่องเสนอให้ ครม.พิจารณาได้อีก
สำหรับโครงการเร่งด่วนที่จะเสนอให้ ครม.พิจารณาในวันที่ 18 ธันวาคม ประกอบด้วย โครงการรถไฟฟ้าเชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิหรือแอร์ พอร์ต เรลลิงก์ ที่จะต้องขออนุมัติวงเงินก่อสร้างส่วนที่เหลืออีก 9,940 ล้านบาท เพื่อให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) นำไปจ่ายให้กับผู้รับเหมาก่อสร้าง คือ กลุ่มบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) รวมถึงค่าก่อสร้างในส่วนของงานอุโมงค์สถานีสุวรรณภูมิ ที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. ทดรองจ่ายให้กับ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ไปก่อนแล้ว วงเงิน 4,000 กว่าล้านบาท
พลเรือเอกธีระกล่าวว่าเรื่องที่ 2 โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ระยะทาง 23 กิโลเมตร ที่ ครม.มีมติให้ทบทวนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ก่อนที่จะจ่ายเงินค่าชดเชยให้กับชาวบ้านที่ถูกเวนคืนที่ดิน ซึ่งขณะนี้ได้ทบทวน ราคาเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากเดิมวงเงิน 9,314 ล้านบาท ลดลงเหลือ 9,214 ล้านบาท จึงต้องเสนอให้ ครม.รับทราบผลการดำเนินการ ส่วนการประกวดราคาก่อสร้างอยู่ในระหว่างดำเนินการของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) คาดว่าน่าจะเปิดประกวดราคาได้ทันรัฐบาลชุดนี้ สำหรับโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค ระยะทาง 27 กิโลเมตร คงจะไม่ทันเสนอ ครม.อนุมัติประกวดาคาก่อสร้าง ต้องรอให้รัฐบาลใหม่มาสานต่อไป
เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องการจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบทางเสียง จากการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ที่เรื่องยังค้างคาอยู่ อยากจะดำเนินการให้เสร็จลุล่วงไปในรัฐบาลชุดนี้ ถึงกรอบการดำเนินการ เพื่อตั้งเป็นตุ๊กตาไว้ให้รัฐบาลชุดต่อไปมาดำเนินการต่อ แต่ผู้ที่อยู่ในเขตพื้นที่ NEF เกิน 40 ทอท.จะเดินหน้าจ่ายค่าชดเชยต่อไป ส่วนที่นอกเหนือจากนี้เท่านั้นที่จะต้องเสนอ ครม.พิจารณาว่าจะกำหนดกรอบอย่างไร
นายอารักษ์ ราษฎร์บริหาร หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน ร.ฟ.ท. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้ ครม.อนุมัติการจ่ายเงินส่วนที่เหลือสำหรับโครงการแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ซึ่ง ร.ฟ.ท. ได้ขออนุมัติไป 3 เรื่อง คือ 1.วงเงินกู้ 9,940 ล้านบาทที่จะนำมาจ่ายให้ผู้รับเหมาก่อสร้างเพื่อดำเนินโครงการต่อให้แล้วเสร็จ เพราะไม่ได้ จ่ายเงินให้กับผู้รับเหมามาตั้งแต่เดือนกันยายน ที่ผ่านมา แต่ได้ขอคณะกรรมการ (บอร์ด) ขอนำเงินของ ร.ฟ.ท.จำนวน 1,200 ล้านบาท ทดรองจ่ายให้ผู้รับเหมาไปก่อน 2 เดือน คือ พฤศจิกายนและธันวาคม ซึ่งได้รับการอนุมัติจากบอร์ดเรียบร้อยแล้ว
โดย ร.ฟ.ท.จะนำเงินจากส่วนที่เหลือจากการกู้เมื่อปลายปีที่แล้วจ่ายแทนไปก่อน เพราะหาก ครม.อนุมัติไม่ทัน จะไม่มีเงินจ่ายผู้รับเหมาก่อสร้าง และโครงการจะล่าช้าออกไป 2.ขอความเห็นชอบให้ ร.ฟ.ท.จัดตั้งบริษัทลูกเพื่อบริหารการเดินรถโครงการแอร์พอร์ต เรลลิงก์ และ 3.ขอเงินจำนวน 4,000 กว่าล้านบาท เพื่อจ่ายคืนให้ ทอท.
หน้า 14
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
