เผยตลาดพื้นไม้ลามิเนตโตส่วนกระแส 2 ปียอดโตกว่า 100% มีปริมาณการใช้รวมกว่า 4 ล้าน ตร.ม. ส่งผลผู้ประกอบการรายย่อยผุดพรึบ พวกนำเข้าจากจีนงัดกลยุทธ์ดัมพ์ราคาแย่งลูกค้า เคเอฯ ย้ำจุดยืนเน้นสินค้าคุณภาพ เปิดตลาดใหม่อีก 2 แบรนด์ ควิ๊กสเตป-ซีต้า มั่นใจยอดขายโตก้าวกระโดด แม้ต้องปรับราคาขายเพิ่มตามต้นทุนนำเข้าอีก 5-10%นายกิตติ อภิชนบัญชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคเอ เพาเวอร์ จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายพื้นไม้ลามิเนต เปิดเผยว่า แม้ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาตลาดอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวลดลงต่อเนื่อง แต่ตลาดรวมพื้นไม้ลามิเนตกลับมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยปี 2548 มีปริมาณการใช้พื้นไม้ลามิเนตรวม 2 ล้าน ตร.ม. คิดเป็นมูลค่าตลาดรวมประมาณ 1,000 กว่าล้านบาท
ขณะที่ปัจจุบันปริมาณการใช้พื้นไม้ลามิเนตเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3-4 ล้าน ตร.ม. คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท เติบโตขึ้นกว่า 100%
อย่างไรก็ตามการแข่งขันกันในตลาดก็มีมากขึ้นด้วย เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่นำกลยุทธ์ด้านราคามาใช้ โดยเฉพาะผู้นำเข้าพื้นไม้ ลามิเนตจากประเทศจีน ตั้งราคาขายต่ำกว่าสินค้าที่นำเข้าจากยุโรปมาก เพราะต้นทุนการผลิตของจีนถูกกว่า
ปัญหาของตลาดพื้นไม้ลามิเนตในช่วงที่ผ่านมา คือ การนำเข้าพื้นไม้ลามิเนตคุณภาพต่ำจากประเทศจีนเข้ามาดัมพ์ราคา ส่งผลให้มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง เนื่องจากตัวสินค้าไม่สามารถวัดความแตกต่างได้จากการสัมผัสเพียงภายนอก ทำให้ผู้ประกอบการที่นำเข้าพื้นไม้ลามิเนตคุณภาพดีจากแหล่งอื่นๆ ค่อนข้างเสียเปรียบ เพราะไม่สามารถหั่นราคาขายแข่งขันกับสินค้าจากจีนได้ ปีหน้าคาดว่าการแข่งขันในตลาดพื้นไม้ลามิเนตโดยรวมจะยังรุนแรงเช่นเดียวกับปีนี้
นายกิตติกล่าวว่า บริษัทได้นำเข้าพื้นไม้ลามิเนตตัวใหม่เข้ามาทำตลาดเพิ่มอีก 2 ตัว คือ พื้นไม้ลามิเนต แบรนด์ควิ๊กสเตป
ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าจากประเทศเบลเยียม ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพจาก 30 ประเทศ ทั่วโลก และพื้นไม้ลามิเนตแบรนด์ซีต้า ซึ่งมีคุณภาพการใช้งานสูงกว่สินค้าที่นำเข้าจากประเทศจีน คุณลักษณะพิเศษของพื้นไม้ทั้ง 2 แบรนด์ คือ คุณภาพของสินค้าซึ่งสามารถเทียบความแตกต่างได้ด้วยการสัมผัสและการดูที่ผิวไม้ มั่นใจว่าจะสามารถแข่งขันและได้การยอมรับจากลูกค้ามากขึ้น ทั้งนี้เพื่อการันตีคุณภาพการใช้งานบริษัทรับประกันคุณภาพการใช้งานพื้นไม้ลามิเนตตัวใหม่นานถึง 25 ปีด้วย
ปัจจุบันบริษัทมีพื้นไม้ลามิเนตจำหน่ายรวม 4 แบรนด์ คือ แบรนด์ การ์แลนฟอร์, ซีต้า, ควิ๊กสเตป และโคลน ซึ่งเป็นตัวจบพื้นไม้ โดยปีนี้พื้นไม้ลามิเนตแบรนด์ควิ๊กสเตปได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีมาก มีอัตราการเติบโตจากปี 2549 ถึง 100% และคาดว่าในปี 2551 อัตราการขยายตัวจะยังอยู่ในระดับเดิม
ปีนี้บริษัทมียอดขายรวมประมาณ 80 ล้าน บาท โดยควิ๊กสเตปมีส่วนแบ่งยอดขาย 25-30%
การ์แลนฟอร์ 50-60% ส่วนที่เหลือมาจากแบรนด์ซีต้าและโคลน ส่วนปีหน้าบริษัทตั้งเป้ายอด ขายรวมเพิ่มขึ้นอีก 20% หรือมียอดขายรวม 100 ล้านบาท
สำหรับพื้นไม้ลามิเนตแบรนด์การ์แลนฟอร์เป็นสินค้าเกรด B-C จับกลุ่มลูกค้าระดับกลางราคาขายต่อ ตร.ม.ที่ 800 บาท แบรนด์ซีต้าเป็นสินค้าเกรด C-D จับกลุ่มลูกค้าระดับล่าง ราคาขายต่อ ตร.ม. 500-600 บาท ส่วนแบรนด์ควิ๊กสเตป จะเน้นจับกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ราคาขาย 2,000 บาทต่อ ตร.ม. คาดว่าในปี 2551 อาจต้องปรับราคาขึ้นอีก 5-10% ผลพวงจากค่าเงินยูโรและราคาน้ำมันที่ทำให้ส่งต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น
หน้า 11
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
