รฟม.ตั้งงบฯ 2 ล้านบาทจ้างที่ปรึกษาสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินพร้อมประเมินผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจเพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุง รวมทั้งเป็นฐานข้อมูลป้อนโครงการเมกะโปรเจ็กต์รถไฟฟ้าในอนาคตนายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ รฟม.ได้ออกประกาศเชิญชวนที่ปรึกษายื่นข้อเสนอเป็นที่ปรึกษาสำรวจพฤติกรรมการเดินทางของผู้ใช้บริการและการประเมินผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจและสังคม สำหรับรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล หรือรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบันนี้ โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการ 5 เดือน วงเงินค่าจ้าง 2 ล้านบาท
โดยผู้ที่จะยื่นข้อเสนอนั้นจะต้องเป็นบริษัทหรือสถาบันการศึกษาที่มีความรู้ความชำนาญด้านวิศวกรรมขนส่งและด้านการวิเคราะห์ผลตอบแทนโครงการด้านเศรษฐกิจและสังคม นอกจากนี้ยังได้รับการจดทะเบียนไว้กับศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษาของกระทรวงการคลัง รวมทั้งต้องเคยมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านเศรษฐศาสตร์การขนส่ง (transportation economics) หรือให้คำปรึกษาด้านการปรับปรุงธุรกิจด้านการขนส่งให้กับหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือในองค์การของเอกชนมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 งาน โดยแต่ละงานจะต้องมีวงเงินค่าจ้างตามสัญญาไม่น้อยกว่าสัญญาละ 4 ล้านบาท และผลงานจะต้องเป็นผลงานในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และเป็นผลงานที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว
วัตถุประสงค์ของเราที่ออกประกาศหาที่ปรึกษา เพื่อจัดทำแผนพัฒนาธุรกิจเป็นการหารายได้เสริมเข้ามา โดยดูว่าพื้นที่ว่างของ รฟม.ตลอดแนวสายทางนั้นสามารถนำมาพัฒนาเชิงพาณิชย์เป็นอะไรได้บ้าง
นายประภัสร์กล่าวต่อว่า โดยให้ที่ปรึกษาเก็บรายละเอียดของข้อมูล เน้นสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าเป็นหลัก เพราะที่ผ่านมาแม้ว่า รฟม.จะเปิดประกวดราคาพื้นที่เชิงพาณิชย์ในบางสถานี แต่ปรากฏว่าไม่มีเอกชนรายใดให้ความสนใจ ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเพราะพื้นที่ที่มีขนาดเล็กเกินไปไม่สามารถทำอะไรได้มาก อีกทั้งยังมีเรื่องของข้อกฎหมายที่ทำให้ มีข้อจำกัดในการพัฒนาอีกด้วย
ที่ปรึกษาที่เราจ้างจะมาดูในหลายๆ ด้าน จะไม่ใช่แค่แผนพัฒนาเชิงพาณิชย์อย่างเดียว จะต้องดูเรื่องความคุ้มค่าการลงทุนของโครงการว่าเป็นยังไงบ้าง หลังจากที่เปิดให้บริการมาหลายปีแล้ว
ทั้งนี้ ปัญหาที่ผ่านมาพบว่าในช่วงก่อนที่จะก่อสร้างโครงการ ข้อมูลที่วิเคราะห์ออกมาจะเป็นตัวเลขชุดหนึ่ง แต่เมื่อโครงการเปิดให้บริการแล้ว ปรากฏว่าข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปตามที่ได้วิเคราะห์ไว้ โดยการศึกษา ครั้งนี้ รฟม.จะใช้เป็นฐานข้อมูลเพื่อประโยชน์ สำหรับการปรับปรุงโครงการในปัจจุบัน รวมทั้งใช้ประโยชน์สำหรับโครงการรถไฟฟ้าส่วน ต่อขยายอื่นๆ ต่อไป
หน้า 14
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
