ท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นไม่หยุด และทุกฝ่ายต่างทำใจยอมรับว่าจะแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ธุรกิจรับสร้างบ้านในปี 2551 ที่กำลังจะมาถึงอาจเป็นอีกช่วงเวลาที่ไม่ง่ายนักการผลักดันให้ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านเติบโตขึ้นจึงถือเป็นอีกภารกิจที่ท้าทายสมาชิกสมาคมทุกราย
หลังจากระดมความเห็นจากกลุ่มสมาชิกสมาคม ศักดา โควิสุทธิ์ นายกสมาคม ได้ประกาศเป้าตลาดรวมรับสร้างในปี 2551 ที่ 8,000 ล้านบาท เท่ากับปี 2549 ที่ผ่านมา
โดยมองว่า ราคาน้ำมัน เป็นปัจจัยลบที่มีผลมากที่สุด โดยเฉพาะต้นทุนปลูกสร้างบ้านที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาบ้านในปีหน้า
กลยุทธ์ที่วางไว้จะอาศัยการจัดงานแฟร์เป็นตัวกระตุ้น ซึ่งเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าจะมีการจัดงานรับสร้างบ้านย่อยขึ้น คอนเซ็ปต์เน้นสร้าง แบรนด์อิมเมจและโปรโมชั่นฮาร์ดเซลควบคู่ไป
อย่างไรก็ตาม ภายใต้ วิกฤต สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านมองว่ายังมี โอกาส ซ่อนอยู่
ปัจจัยแรกคือ ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและวัสดุก่อสร้างขึ้นราคา อาจมีส่วนให้ผู้บริโภคหันใช้บริษัทปลูกสร้างบ้านที่น่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น มีโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งจากกลุ่มผู้รับเหมาได้
โดยตลาดบ้านสร้างเองเติบโตต่อเนื่องอย่างช้าๆ มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 3 หมื่นล้านบาท หรือ 2 หมื่นหน่วย ยกเว้นปีนี้คาดว่าจะหดตัวเหลือ 2.7-2.8 หมื่นล้านบาท บริษัทรับสร้างบ้านมีส่วนแบ่งในตลาดเพิ่มขึ้นตามลำดับจากปี 2547 ประมาณ 6,000 ล้านบาท ปี 2548 มี 7,200 ล้านบาท ปี 2549 มี 8,000 ล้านบาท และปีนี้น่าจะทรงตัวขณะที่แนวโน้มปีหน้าประเมินว่าจะไม่เติบโตเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
แต่หนึ่งช่องทางที่ถือเป็นตลาดทดแทนที่ น่าสนใจ คือการสร้างบ้านบนที่ดินในโครงการจัดสรร สร้างบ้านทดแทนหลังเก่า ถือเป็น บลูโอเชี่ยน ที่ยังสดใสอยู่ในปี 2551
หน้า 14
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
