ทุนเกาหลีรุกธุรกิจ เซอร์วิสออฟฟิศ ปั้นโมเดลธุรกิจใหม่ เช่าพื้นที่สำนักงานส่วนหนึ่ง ในอาคาร แอทธินี ของกลุ่ม ที.ซี.ซี.แคปปิตอลแลนด์ มาตกแต่งสำเร็จรูปพ่วงบริการครบวงจร หวังเจาะกลุ่มลูกค้าบริษัทข้ามชาติที่มาลงทุนในไทย ประเดิมเปิดสาขาแรกบนตึกแอทธินีของกลุ่ม ที.ซี.ซี.แคปปิตอลแลนด์นางมี คิม ประธานบริษัท ซีอีโอ สวีท จำกัด ผู้ให้บริการเช่าพื้นที่อาคารสำนักงานตกแต่งเสร็จพร้อมบริการให้คำปรึกษาแบบครบวงจร จากประเทศเกาหลี เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทประสบความสำเร็จอย่างดีในการลงทุนทำธุรกิจให้เช่าพื้นที่อาคารสำนักงานแบบตกแต่งเสร็จพร้อมให้ คำปรึกษาแบบครบวงจร (เซอร์วิสออฟฟิศ) แบบวันสต็อปโซลูชั่นในประเทศต่างๆ แถบเอเชีย อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน ฯลฯ ล่าสุดได้ขยายการลงทุนเข้ามาในประเทศไทยภายใต้ชื่อ ซีอีโอ สวีท
โดยเช่าพื้นที่ส่วนหนึ่งบนชั้น 23 อาคารแอทธินี (เพลินจิต) พื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ตกแต่งเป็นเซอร์วิสออฟฟิศแบบครบวงจร ใช้งบฯลงทุนประมาณ 130 ล้านบาท (4 ล้านดอลลาร์) เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนทำธุรกิจในประเทศไทย และต้องการพื้นที่ออฟฟิศให้เช่าในลักษณะเอาต์ซอร์ซพร้อมบริการคำปรึกษาแบบครบวงจร เพื่อประหยัดงบประมาณ
เราเปิดให้บริการธุรกิจนี้เป็นครั้งแรกที่เมืองจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ตรงกับปี 1997 ที่เอเชียประสบวิกฤตเศรษฐกิจพอดี และกลับ เป็นจังหวะดีของเราเพราะหลายธุรกิจต่างลดขนาดองค์กร และหันมาเอาต์ซอร์ซการเปิดออฟฟิศใหม่ จนปัจจุบันเรามีสาขาทั้งหมด 10 แห่งใน 6 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย 3 สาขา จีน 3 สาขา สิงคโปร์ 1 สาขา มาเลเซีย 1 สาขา ฟิลิปปินส์ 1 สาขา และประเทศไทยเป็นสาขาล่าสุด
นางคิมกล่าวต่อว่า รูปแบบของธุรกิจที่บริษัทเข้ามาลงทุนถือว่าเป็นเทรนด์ใหม่ในประเทศไทย โดยออฟฟิศให้เช่าในปัจจุบัน มี 2 รูปแบบคือ 1) ให้เช่าพื้นที่ออฟฟิศเปล่า ส่วนงานตกแต่งบริษัท
ผู้เช่าต้องดำเนินการเอง หรือ 2) พื้นที่อาคารสำนักงานให้เช่าพร้อมเลขาฯที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านภาษา เพื่อช่วยเหลือประสานงานการติดต่อธุรกิจ ขณะที่ ซีอีโอ สวีท เป็นพื้นที่สำนักงานให้เช่าแบบตกแต่งเสร็จพร้อมบริการและคำปรึกษาแบบครบวงจร ได้แก่ ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์รองรับการประชุม ได้ทั่วโลก บริการใช้ห้องประชุม คอฟฟี่ช็อป บริการล่าม บริการคำปรึกษาด้านกฎหมาย บริการด้านบัญชี ติดต่อประสานงาน ต้อนรับลูกค้า
หรือประสานงานทางธุรกิจกับประเทศอื่นๆ ที่ซีอีโอสวีตมีสาขาตั้งอยู่ โดยทีมงานที่มีความชำนาญในธุรกิจด้านต่างๆ ตั้งแต่ 10-20 ปี ทั้งโดยตรงและผ่านทางโทรศัพท์โดยกำหนดอัตราค่าบริการขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 50 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือประมาณ 1,600 บาท
แพ็กเกจนี้ลูกค้าสามารถเข้ามาใช้บริการออฟฟิศได้สูงสุดสัปดาห์ละ 5 ชั่วโมง พร้อมบริการให้คำปรึกษาแบบครบวงจรทั้งทางโทรศัพท์ หรือสื่อสารผ่านอีเมล์ได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจใช้บริการแบบฟูลไทม์ คิดค่าบริการ 1,000 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือประมาณ 3.3 หมื่นบาท สามารถ เข้ามาใช้บริการออฟฟิศได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่จำกัดเวลา พร้อมบริการอื่นๆ แบบครบวงจรเช่นเดียวกัน
ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าที่เป็นบริษัทข้ามชาติเข้ามาจองพื้นที่แล้วประมาณ 20% ส่วนใหญ่เป็นสัญญาเช่าพื้นที่ระยะยาวประมาณ 6 เดือน ในจำนวนนี้มี 3 บริษัทในกลุ่มธุรกิจไอทีที่เข้ามาใช้บริการออฟฟิศแล้ว และคาดว่าภายใน 6-7 เดือนข้างหน้า จะมีผู้เช่าบริการเต็มพื้นที่ สะท้อนจากผลตอบรับในการขยายสาขาในประเทศอื่นๆ ได้แก่ สาขาจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพิ่งเปิดให้บริการมีการเช่าพื้นที่แล้ว 30% สาขามะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ มีอัตราเช่าพื้นที่แล้ว 70% ภายในระยะเวลา 6 เดือน กลุ่มลูกค้ามี อาทิ บริษัท DELL (คอมพิวเตอร์) PRADA (แฟชั่น) BMW (รถยนต์) ฯลฯ
นางคิมกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาการลงทุนของซีอีโอ สวีท ต่อ 1 สาขา ใช้งบประมาณ 60-70 ล้านบาท (2 ล้านดอลลาร์) อย่างไรก็ตามเฉพาะสาขาในประเทศไทยได้เพิ่มงบฯลงทุนเป็น 2 เท่า เนื่องจากได้ติดตั้งเทคโนโลยีการสื่อสารใหม่ Cisco เพื่อรองรับการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ รวมถึงใช้วัสดุตกแต่งนำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด เพื่อภาพลักษณ์ของ บริษัทและลูกค้าที่มาใช้บริการ
ทั้งนี้ ประมาณการว่าสาขาในประเทศไทยจะมีรายได้ประมาณ 60-70 ล้านบาทต่อปี และมีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 5-6 ปี แม้ว่าปัจจุบันสถานการณ์และการเมืองจะไม่เอื้ออำนวยนัก แต่บริษัทมั่นใจธุรกิจลักษณะนี้จะเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมต่อไปในอนาคต สะท้อนจากที่ผ่านมาบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างด้านไอทีคือ Microsoft ที่ประกาศนโยบายการขยายออฟฟิศต่างประเทศในรูปแบบการเอาต์ซอร์ซทั้งหมด
นอกจากนี้มีแผนขยายสาขาใหม่ในต่างประเทศ ได้แก่ สาขาที่ 2 ในเมืองปักกิ่ง และกัวลาลัมเปอร์ และสาขาใหม่ในประเทศเวียดนาม UAE และเกาะฮ่องกง
หน้า 11
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
